งูเหลือม ตัวเบ้อเริ่มนอนขวางถนน ชาวบ้านแจ้งกู้ภัยช่วยจับพบแผลโดนทำร้าย

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 22 ก.ย.2559 เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจักษ์เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ชุมชนหนองไผ่ ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย ว่าพบงูเหลือมขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 5 เมตร น้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม นอนนิ่งขวางถนน ระหว่างหมู่บ้าน จึงออกตรวจสอบ พบว่าเป็นงูเหลือม ที่นอนนิ่งไม่ขยับ จึงสามารถจับไว้ได้โดยง่าย และงูเหลือมตัวนี้มีแผลที่ปากและที่หัว คาดว่าถูกทำร้ายมา ทางเจ้าหน้าที่จึงจับใส่กล่องพลาสติกที่เตรียมมาก่อนนำส่งให้เจ้าหน้าที่ด่านสัตว์ป่าหนองคาย เพื่อนำไปรักษาก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป201609220911071-20050312155220

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มไปดูหนัง”แฟนเดย์”แล้วเตือนคนเล่นมือถือในโรงหนัง สุดท้ายได้”กระสุนปืน”มา 1 นัด

ยุคสมัยนี้อันตรายมากๆ โดยมีการแชร์เรื่องราวของคุณ itCrazy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เขียนกระทู้เรื่อง “เมื่อผมได้ลูกปืนมา 1 ลูกจากการเตือนคนเล่นมือถือในโรงหนัง” โดยบอกว่าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ที่ จ.เชียงใหม่ และได้เตือนผู้ชายคนหนึ่งที่เล่นโทรศัพท์ เนื่องจากแสงรบกวนว่า “ปิดมือถือเถอะครับ” สุดท้ายพบลูกกระสุนวางไว้อยู่yyuyโดยเนื้อหาดังกล่าวระบุว่า แฟนเดย์คืนหนึ่งที่โรงหนังรอบ 2 ทุ่ม 20 ที่เชียงใหม่ ผมซื้อตั๋วแบบโซฟานั่งคู่ กะเอาเอนสบาย ๆ หน่อยเนื่องจากขายาว คู่กรณีมากัน 5 คน (ช่วงนั้นไม่มั่นใจจริง ๆ ว่า 4 หรือ 5 คน, สมมุติว่า 5 คนนะครับ) ชาย 1 ที่เหลือหญิง กลุ่มนี้นั่งแถว A ถัดจากแถวโซฟาที่ผมนั่งอยู่ ซึ่งคนผู้คนที่เกิดปัญหากันนั่งอยู่ตรงกับผมพอดีoduqoih09ophhudw5sj-oช่วงหนังเริ่มผู้หญิงในกลุ่มมียกมือถือมาดู ๆ บ้าง ซึ่งผมก็พอ OK หน่อยเพราะอย่างน้อยก็หรี่แสงหน้าจอ ถึงมันจะเห็นก็เถอะ อีกพักนึงทางฝั่งผู้ชายก็ยกมือถือมาเล่นบ้าง ซึ่งคราวนี้แสงมาเต็ม ๆ

ผมจึงพูดเบา ๆ พอได้ยินไปว่า “ปิดมือถือเถอะครับ” ผมอาจจะเป็นคนเสียงแข็ง ๆ หน่อย (มั้ง) แต่พยายามลากเสียงให้พอรู้ว่าเป็นเชิงขอร้อง ผู้ชายคนที่ว่า ปิดจอทันที, ผมก็ไม่ได้อะไร ดูหนังต่อไป

ซักแป๊ปนึง ผู้ชายคนนั้นได้ลุกขึ้นยืน จัดหมวก และเดินออกไปข้างนอกโรงพร้อมผู้หญิงอีก 2 คน (คนที่เล่นมือถือ) ถึงผมจะเริ่มหงุดหงิดบ้างว่า จะออกไปของนอกก็ลุกออกไป ยังจะมาทำเป็นจัดหมวกให้เข้าที่ เข้าทางก่อนแล้วเดินไปแบบ เก๋า ๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าคงเป็นที่บุคลิกของแต่ละคนจริง ๆ

ซักพักทั้ง 3 คนกับมานั่งที่ได้ไม่นาน ผู้ชายที่ว่าก็หันมามองด้านหลัง (มองผมนั่นแหล่ะ) ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไร หันมาอีกทีคราวนี้ยืนขึ้นเอามือเท้าเบาะแล้วก้มมามองหน้าผม
ผมเลยถามไปว่า “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

ทางนั้นถามกลับมาทันที “เมิ่งนั่นแหล่ะ มีอะไรกับกรู”

อ้าว…….

จากนั้นก็เริ่มมีการต่อปากต่อคำเกิดขึ้น ผู้ชายคนนั้นยืนพูดเสียงดังในโรงหนัง (ที่ตัวเองนั่งอยู่) พร้อมท้าให้ผมไปข้างนอก
หนึ่งในผู้หญิงที่มาด้วย พูดเชิงห้ามว่า”พี่อย่าไปยุ่งกับเค้าเลย, ปล่อย ๆ เค้าไปเถอะ”

ผมก็พยายามเงียบ ๆ ไปทำเป็นไม่สนใจแต่ทางโน้น ไม่จบ เดินออกมาตามผมถึงที่นั่ง พร้อมท้าให้ผมออกไปเคลียรนอกโรง

ผมตัดบทไปว่า “คุณจะออกไป ก็ออกไป ผมจะดูหนัง ค่าตั๋วมันแพง”

เท่านั้นแหล่ะ ทางโน้นก็พูดออกมาว่าที่นั่งตัวเองราคาถูกกว่าก็จริง แต่มั่นใจว่าเค้ามีเงินมากกว่าผมแน่นอน พร้อมทั้งควักเงินซึ่งน่าจะเป็นแบงค์ร้อย 1 ปึกพร้อมมัดหนังสติ๊กเรียบร้อย

ผมก็ยิ่งงง ๆ ไปใหญ่
(อะไรของเอ็งวะ)

จากนั้นก็ทำท่าจะขู่ ๆ ด้วยการควัก ๆ อะไรซักอย่างที่ข้างเอว ไม่ต้องเดาว่าอะไร แต่จะมีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ผมก็เลยบอกไปเลยว่า “จะควักก็ควักออกมาเลย ไม่ต้องมาทำเป็นขู่” (ตอนนั้นผมนั่งอยู่ที่โซฟาตามปกติ ผู้ชายคนนั้นยืนข้าง ๆ ที่นั่ง)

เค้าไม่ควักสิ่งที่คิดว่าเป็นปืน แต่ล้วงกระเป๋าควักอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งมีเสียงกรุ๊งกริ๊ง ๆ ประมาณเหรียญบาทเยอะ ๆ

ผู้หญิงคนที่พยายามพูดก็พูดเหมือนเดิม “พี่อย่าไปยุ่งอะไรกับเค้าเลย”

ผมเลยพูดกลับไปว่า”ผมก็พยายามไม่ยุ่ง แต่คุณดูคนของตัวเองด้วยสิครับ”

พูดมาอีกที
“พี่อย่าไปยุ่งอะไรกับเค้าเลย….. พี่สู้เค้าไม่ได้หรอก”

เอ๊า !!!

ผมบอกปัด ๆ ไปเหมือนเดิม
คุณไปรอนอกโรงไป เดี๋ยวผมดูหนังเสร็จผมจะออกไป

ผู้ชายที่ว่าก็เดินจากไป แต่ยืนท้าทายอยู่ที่ริมทางเดิน (ในโรง)
แฟนผมที่ก็พยายามดึงมือไว้ ให้ผมนั่ง
ทางโน้นก็พูดท้าทายอยู่ตลอด

รวมทั้งผู้หญิงคนที่เหมือนจะพูดห้าม เริ่มมีอะไรออกมามากขึ้น
ประมาณว่า ผมทำอะไรผิดไป
จับความได้ว่า เค้าบอกว่าผมนั่งแล้วยื่นเท้าไปโดนหัวเค้า
ผมบอกทันที ไม่มีโดนนะครับ ผมนั่งไขว่ห้างแล้วปล่อยตัวไหล
แต่ทิ้งห่างจากจากเบาะเค้าพอสมควรแนะนอน
(นึกสภาพ ถ้าโดนผมว่าเค้าโวยวายกว่านี้แล้วล่ะ)

ทางคู่กรณีทั้ง 5 คนค่อย ๆ ทยอยกันเดินออกจากโรง แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เดินออกไป ยังยืนท้าท้ายอยู่ที่เดิม
รวมทั้ง “พี่สู้เค้าไม่ได้หรอก”

ปัญหาไม่ได้อยู่ตรง สู้ได้หรือไม่ได้ แต่ไม่งั้นมันไม่จบ

ผมเลยเดินออกไปหน้าโรง ยืนดาหน้ากัน 2 คน
“ว่าไงครับ ตกลงยังไงแน่ บลา ๆ ๆ”
“ทางโน้นก็ จะเอายังไง ๆ อยู่นั้นแหล่ะ”

เด็กหน้าโรงก็ยืนมองแบบ เอาแล้ว ๆ ได้มีฟัดกันแน่ ๆ
แต่ไม่มีใครเข้ามาห้าม ผมเลยพูดออกไปว่า
“น้องโทรแจ้งตำรวจด้วย”

ระหว่างทางผู้หญิงคนที่ว่าก็พยายามพูดเพื่อสื่อสารให้รู้ว่าผมนี่มันเลวมาก
แต่ไม่ได้พูดเรื่องเท้าเลย

ผมจับทางได้ประมาณนึงเลยบอกไปว่า

“จริง ๆ แล้วผมว่าคุณเคืองผมเรื่องผมบอกให้ปิดมือถือมากกว่าหรือเปล่า”

แค่นั้นแหล่ะครับ
ตัวผู้หญิงพูดออกมาเลย

ก็เค้ามีธุระ เค้าก็ต้องหยิบมาดู มาโทร
ถ้าเป็นคุณ คุณจะหยิบมาดูหรือเปล่า
… ผมปิดเสียง

ถ้ามีสายเข้าคุณก็รับ
…. ผมไปรับข้างนอก

ตัวผู้ชายก็พูดออกมาเลยว่า
เมิ่งน่ะมันเรื่องมาก

ผมไม่ตอบโต้อะไรมากแล้ว
เพราะเริ่มปัญญาอ่อนกันแล้ว ก็เลยตัดบทไปว่า
ไปเหอะ จะกลับก็กลับไป ผมจะเข้าไปดูหนัง

ทางฝั่งโน้นก็ดึง ๆ กันออกไป แค่พ้นมุมเลี้ยว กำลังจะออกหน้าโรง
เจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนนึงก็ถือ วอเดินมา ถามเด็ก ๆ หน้าโรงว่า
ไหน ๆ คนไหน
เด็กหน้าโรงก็บอกว่า เค้าไปแล้ว ก็มีถามคนไหน อ๋อคนที่เพิ่งออกไปเหรอ บลา ๆ ๆ
แต่ไม่ได้มาพูดอะไรกับผมเลย

ผมก็กลับเข้าโรงไปดูหนังต่อ ถึงตอนที่อยู่ในมินิมาร์ท ช่วงไต่ไปอีกฝั่งตึก world trade

พอเอื้อมมือไปหยิบน้ำกิน ถึงได้รู้ว่า
มีลูกปืนวางอยู่นัดนึง พอให้เก็บเป็นที่ระลึก

ท่าทางผู้ชายคนนั้นล่ำ ๆ เตี้ย ๆ ท่วม ๆ หน่อย
มีตราอะไรบางอย่างที่เสื้อ (จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้)
เหมือนจะพยายามโชว์พอสมควร

…. เข็ดมั้ย
ไม่เข็ดครับ สำหรับผมไม่ใช่เรื่องอะไรที่ต้องเข็ด

เอาจริง ๆ ถ้าควักปืน (ถ้ามี) ออกมาจริง ๆ ผมแจ้งความจับทันทีเลย
เล่าให้เพื่อนฟัง มันบอกว่า จริง ๆ แค่ลูกกระสุนแล้วทำท่าท้าทายแบบนั้น ก็แจ้งจับได้แล้ว

…. เออว่ะ ไม่ได้นึก

ที่มา>>>ข่าวสด

ช่วยระทึก!! 5 คนงาน บ้านถล่มทับติดใต้ซาก ดับ 1 เจ็บอีก 4

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ท.พงศักดิ์ การรัตน์ สารวัตร (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุบ้านทรุดตัวทับคนงานเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่บ้านเลขที่ 184/11 ซอยโยธินพัฒนา 3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก., นายอภิรมย์ จันทรกุล ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว, นายประสาน พิทักษ์วรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา, เจ้าหน้าที่โยธาเขตลาดพร้าว, เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งs__2908166ที่เกิดเหตุพบบ้านปูนสองชั้นอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ กำลังก่อสร้าง พบว่าตัวบ้านได้พังถล่มลงมามีคนงานติดอยู่ภายใน 5 ราย เจ้าหน้าสามารถช่วยคนเจ็บออกมาได้ 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายประสาน ศิลปชัย อายุ 44 ปี ขาซ้ายหัก หัวแตก ถูกนำส่งร.พ.นวมินทร์ 1, 2.นายมิ้ว อ้วยหน่วง 32 ปี สัญชาติพม่า ถูกนำส่งร.พ.นพรัตนราชธานี, 3.ชายไม่ทราบชื่อ สัญชาติพม่า ถูกนำส่งร.พ.นพรัตนราชธานี และ4.แม่บ้านหญิงหลังดังกล่าว ไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ขา ส่วนอีกคนเป็นชายชาวพม่าไม่ทราบชื่อ เสียชีวิตติดอยู่ใต้ซากอาคาร ยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างวางแผนเพื่อจะนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาs__2908164จากการสอบถามนายสิงห์โต โคสิลา อายุ 50 ปี คนขับรถเครน เล่าว่าขณะเกิดเหตุตนกำลังยกแผนพื้นปูนซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 3.3 ตัน มาวางที่ชั้น 3 ของตัวบ้าน เพื่อให้คนงานเชื่อมต่อให้เข้าที่ แต่จู่ๆ พื้นและคานของชั้นล่างก็พังถล่มลงมาทับคนงานต่อหน้าต่อตา หลังจากนั้นได้รีบเข้าช่วยคนงานที่ได้รับบาดเจ็บออกมาส่ง รพ.s__2908163ด้านนายอภิรมย์ กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นบ้านพักอาศัยสูง 3 ชั้น เมื่อประมาณ 5-6 เดือนที่ผ่านมา และได้ดำเนินการสร้างแล้วประมาณ 2 อาทิตย์ ทั้งนี้บ้านดังกล่าวก่อสร้างในลักษณะอิฐสำเร็จรูป ซึ่งขณะก่อสร้างนั้นคนงานกำลังนำเหล็กขึ้นไปเชื่อมเข้ากับเสาบริเวณด้านบนชั้น 3 แต่เกิดการบิดตัวของปูนและพื้น ทำให้โครงสร้างทั้งหมดถล่มลงมาs__2908180“ทั้งนี้การดำเดินการในขั้นแรกคือจะกู้ซากเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาให้ได้ภายในคืนนี้ แต่จะยังไม่ทำการตรวจสอบเพราะเนื่องจากพื้นที่มืดและอาจจะเกิดอันตราซ้ำซ้อนได้ และจะทำการปิดพื้นที่ประมาณ 30 วัน เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของบ้านถล่มว่ามาจากความประมาทของคนงานหรือเป็นการสร้างไม่ตรงตามแผนที่แจ้งไว้ ส่วนเจ้าของบ้านได้มีการพูดคุยในบางส่วนแล้ว แต่ยังอยู่ในอาการตกใจ จึงยังไม่ได้สอบถามมากนัก นอกจากนี้การรักษาและการเยียวยาในเบื้องต้นทางสำนักงานเขตจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่” นายอภิรมณ์ กล่าวs__2908165ขณะที่นายประสาร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นสาเหตุของการพังทลายในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเกิดการผิดพลาดทางเทคนิค เนื้องจากบ้านหลังดังกล่าวสร้างในลักษณะของการทำคอนกรีตหล่อสำเร็จมาประกอบ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาขณะติดตั้ง หรือผิดพลาดทางเทคนิค ซึ่งขึ้นอยู่กับคนงานหรือคนที่คุมงานก่อสร้างทำให้ตัวโครงสร้างยุบตัวลงมา

ทางด้านพ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของคดีความนั้นได้ทำการสอบสวนร่วมกับสำนักงานเขตบางกะปิ ต้องนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากก่อน รวมไปถึงผลตรวจหาสาเหตุของการพังทลายเพื่อนำมาประกอบสำนวน จึงสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อมาเมื่อเวลา 21.45 น. เจ้าหน้าสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากที่เกิดเหตุได้ โดยใช้เวลารวมทั้งสิ้น 3 ชั่วโมงครึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ไล่ตีกันไม่เลิก!! กลุ่มโจ๋คู่อริ ถูกจับไปแล้วยังมากลับมาไล่ยิงกันอีก แถมออกข่มขู่ชาวบ้าน

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุวัยรุ่นซอย 9 ริมคลองประปา หมู่ 4 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง ยกพวกไล่ทำร้ายร่างกายกัน หลังเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ก็ก่อเหตุไล่ตะลุมบอลกันมาครั้งหนึ่งแล้วจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง นำกำลังเข้าควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นไว้ได้ ก่อนพาไปทำแผลและทำประวัติแล้วปล่อยตัวออกมา แต่เรื่องก็ยังไม่จบกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่ม ยังกลับมาไล่ตะลุมบอลกันอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการช้อาวุธปืนไล่ยิงกัน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวา วิ่งหนีตายกันเป็นแถว201609202308457-20120716160851เมื่อกำลังรถสายตรวจจำนวน 3 คัน ได้เข้ามาระงับเหตุ วัยรุ่นฝั่งบ้านตรงกันข้าม ที่วัยรุ่นจากซอยอื่นๆ ชอบมารวมตัว ก็ไม่ยอมแยกย้าย มีการโต้เถียงกันไปมา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอกำลัง ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 15 และชุดเฝ้าระวังเหตุเข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์ ก่อนจะนำคู่กรณีขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อไปตรวจหาสารเสพติดและปรามไม่ให้มาก่อความวุ่นวาย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและเป็นที่เอือมระอาให้กับประชาชนและร้านค้าในละแวกนั้น ซึ่งถึงแม้ทหารจะเอาตัววัยรุ่นส่วนหนึ่งไปตรวจหาสารเสพติด แต่ยังมีพวกป่วน ขี่รถจยย.อีก จำนวน 5-6 วัน คอยวันเวียนและข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่201609202308453-20120716160851นางนพรัตน์ กองอาษา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.บางริ้น กล่าวว่า เหตุการณ์นี้มีการกระทบกระทั่งแซวกันไปแซวกันมาทุกคืน เคยสั่งห้ามแล้วอย่ามารวมกลุ่มกัน แต่ก็มาเกิดเหตุอีกจนได้ จึงโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาระงับเหตุ ก็มาไม่ทันเด็กๆ พวกนี้จะไวกว่า และสถานการณ์คืนนี้คงไม่จบ ทั้งที่ไปโรงพักกันมาแล้ว ฝั่งโน้นก็ยังข่มขู่อีก ว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่ดีแน่นอน ตำรวจมายังไม่กล้าลงจากรถต้องให้ชุดทหารมาจัดการ และตามล่ากวาดล้างเอาไปให้หมด201609202308452-20120716160851

ที่มา>>>ข่าวสด

เลิกพูด “คนไทยอ่านปีละ 8 บรรทัด” สถิติใหม่ชี้อ่านกันวันละ 66 นาที!!

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคนไทยหลายคนยกวาทกรรม “คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด” ขึ้นมากล่าวอ้างโดยที่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนถึงที่มาที่ไปของสถิติดังกล่าว จนทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจจริงๆว่า คนไทยอ่านหนังสือกันเพียงแค่ 8 บรรทัด เท่านั้น102365ข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า คนไทยเฉลี่ยแล้วอ่านหนังสือร้อยละ 77.7 หรือราว 48.4 ล้านคน จากจำนวนประชาการทั้งหมด โดยเพศชายอ่านหนังสือเฉลี่ย 64 นาที ต่อวัน ส่วนเพศหญิง 69 นาที เฉลี่ยทั่วประเทศคือ 66 นาที ต่อวัน ซึ่งน่าจะมากกว่า 8 บรรทัดต่อปีอย่างแน่นอน002539เมื่อมองลงให้ลึก พบว่าในจำนวนผู้ที่อ่านหนังสือ เป็นการอ่านผ่านหนังสือพิมพ์ร้อยละ 67.3 อ่านผ่านโซเชียลมีเดีย ข้อความเอสเอ็มเอสและอีเมล์ ร้อยละ 51.6 อ่านความรู้ทั่วไปร้อยละ 51.6 อ่านวารสารร้อยละ 42002545ที่มา สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ

แคะกระปุกดูกันดีๆ โชคดีอาจเจอเหรียญสลึงปี 2500 ร้านเดิมรับซื้อเหรียญละ 8 หมื่น!!

หลังจากที่สร้างความฮือฮาด้วยการรับซื้อเหรียญ 1 บาทปี 2505 พิมพ์หายากมูลค่านับแสนบาทไปแล้ว 2 เหรียญ ล่าสุดเพจ ร้านปาหนัน จิวเวลรี่  เจ้าเดิมประกาศรับซื้อเหรียญสลึงปี 2500 มูลค่าเหรียญละ 8 หมื่นบาท

โดยระบุว่า “รับซื้อ 80000 บาทสภาพสวย เหรียญ 25 สต.ปี2500 บล๊อคอักษรบางหายาก ย้ำบล๊อคอักษรบาง สภาพสวยๆระดับนี้ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 80,000บาทแล้ว….ในแฟนเพจมีคลิปให้ศึกษา….วิธีสังเกตุง่ายๆ เฉพาะเหรียญ 25 สต.ปี 2500 เท่านั้น ดูที่ พ’พาน คำว่า พ.ศ. จะมีขีดยื่นลงมาตรงกลาง พ’พาน ไม่ได้ลงที่ท้าย หากยื่นลงท้ายทำให้ดูเหมือน ฟ’ฟัน แบบนั้นบล๊อคธรรมดาหาง่ายๆราคา 3 บาท”

ที่มา>>>ข่าวสด

ไลฟ์สุดฉาว! หนุ่มสาวเมาขาดสติถ่ายสดโชว์มีเซ็กซ์ แถมยังแท็กถึงพ่อฝ่ายหญิงอีก

ฉาวไปทั้งโลก เมื่อคู่รักหนุ่มสาววัยรุ่นดื่มเหล้าเข้าไปจนเมาขาดสติแล้วโชว์มีเซ็กซ์กันผ่านไลฟ์ สตรีม ในเฟซบุ๊ค และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ทั้งคู่ดันแท็กไปถึงพ่อของฝ่ายหญิงเสียอีกguy-livestreams-sex-with-girlfriend-and-tags-her-dad-3โดย ThugLifer ระบุว่า หนุ่มสาวคู่นี้ได้เลือกบ้านพักที่ครอบครัวเอาไว้ใช้เมื่อไปเที่ยวพักร้อนอยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง ทั้งๆ ที่พ่อแม่เคยห้ามไม่ให้ใช้แล้ว โดยเชื่อว่าหนุ่มสาวทั้งสองคงดื่มหนักขาดสติจนทำการไลฟ์โชว์ช่วงที่ทั้งคู่กำลังมีเซ็กซ์ผ่านโลกโซเชียล โดยคลิปดังกล่าวเมือจบการไลฟ์แล้วก็ไม่ลบออกจากระบบ แต่ยังคงแชร์อยู่ค้างเอาไว้ในเฟซบุ๊ค พร้อมกับ Tag ถึงพ่อของฝ่ายหญิงอีกต่างหากguy-livestreams-sex-with-girlfriend-and-tags-her-dad-4นอกจากนี้ยังมีการนำคลิปไลฟ์อื้อฉาวของหนุ่มสาวคู่นี้ไปทวีตในทวิตเตอร์อีกด้วย%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%94%e0%b8%ab

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มป่วยทางจิตอาการกำเริบ คิดว่าโดนตามฆ่า กระโดดบ้าน 2 ชั้น วิ่งหนีล่อนจ้อนวุ่น

เมื่อวันที่ 18 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยโสธร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพของเทศบาลตำบลสำราญ อ.เมืองยโสธร ช่วยกันจับตัว นายสุทัศน์ ทิพย์มนตรี อายุ 22 ปี หลังจากมีอาการ คลุ้มคลั่งเพราะกลัวว่าจะมีคนตามไปฆ่าจนวิ่งหนีเข้าไปหลบซ่อนอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริม ถ.แจ้งสนิท พื้นที่ ต.สำราญ จนทำให้พนักงานภายในร้านแตกตื่นวิ่งหนีเอาตัวรอด โดยนายสุทัศน์ สวมใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว และไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่จับตัว พร้อมกับร้องเอะอะโวยวายและพยายามจะวิ่งหลบหนีอีกจึงทำให้กางเกงขาสั้นหลุดออกจนร่างเปลือยล่อนจ้อน กว่าจะสามารถจับได้เล่นเอาเหนื่อยไปตามๆกัน ขณะที่บริเวณแขนขวาของนายสุทัศน์ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลขนาดใหญ่จนมีเลือดไหลนองพื้นเพราะถูกกระจกบาดขณะกระโดดลงมาจากบ้านชั้นสองของตัวเอง

จากการสอบถาม นางสาวพรทิพย์ สัตทะจันทร์ อายุ 24 ปี ภรรยาของนายสุทัศน์ กล่าวว่า นายสุทัศน์ มีอาการทางประสาทต้องรับประทานยาระงับอาการทางประสาทอยู่เป็นประจำ ในช่วงนี้ตนได้แยกกันอยู่เพราะ นายสุทัศน์ ต้องกลับไปรักษาอาการทางประสาทอยู่กับแม่ที่บ้านเกิด นานๆ นายสุทัศน์ จะมาเยี่ยมลูกกับตน ที่หมู่บ้านเอื้ออาทร ช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุ นายสุทัศน์ ได้ขับขี่รถ จยย. มาจอดที่บ้านพักของตนแล้วได้เดินขึ้นไปเก็บตัวเงียบอยู่บนบ้านชั้นสอง ส่วนตนเองก็นั่งเล่นอยู่กับลูกที่บริเวณหน้าบ้านพักสักพักได้ยินเสียงทุบกระจกบานเกร็ดหน้าต่างบ้านเสียงดังโครมทุลักทุเล

จากนั้นนายสุทัศน์ ก็กระโดดลงจากบ้านชั้นสองลงมาข้างล่างจนทำให้กระจกบาดเข้าที่แขนขวาได้รับบาดเจ็บพร้อมกับร้องตะโกนบอกว่ามีคนไล่ตามฆ่าก่อนที่จะวิ่งออกจากบ้านไปตามถนน ตนจึงได้โทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ชีพช่วยไล่จับตัวเอาไว้แต่นายสุทัศน์ ยิ่งมีอาการคลุ้มคลั่งและวิ่งเข้าไปหลบในร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้านและสามารถจับตัวเอาไว้อย่างทุลักทุเล ซึ่งคาดว่านายสุทัศน์ อาจจะไม่ได้รับประทานยาระงับอาการทางประสาทต่อเนื่องจนทำให้อาการกำเริบจนประสาทหลอนคิดว่าจะมีคนตามฆ่าจนก่อเหตุขึ้นดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สั่งฟ้องผอ.ร.ร.โหดตบบ้องหูเด็กพิเศษป.6 ยายรับหลานนอนผวา!จี้รับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สภ.ศรีเมืองใหม่ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดี กับนายวินัย วงศาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองห้าง  ต.นาคำ อ.ศรีเมืองใหม่ ที่ก่อเหตุตบกกหู ตบจมูก และสับศอก เด็กชายเอ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้นป.6 จนได้รับบาดเจ็บเลือดกำเดาออก เหตุเกิดตั้งแต่ 8 มิถุนายน 2559201609160703411-20041020103320ซึ่งล่าสุดพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบพยานแวดล้อมและพยานบุคคลเรียบร้อยแล้ว และใช้หลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์ซึ่งระบุว่า ด.ช.เอ ซึ่งเป็นเด็กพิเศษได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายวินัยมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จากเหตุทำร้ายร่างกาย โดยแจ้งข้อหาเพิ่มทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2559 ไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

 ด้านนางบับพาวะดี ฐิติสาร อายุ 59 ปี ชาวจ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นยายของ เด็กชายเอ กล่าวว่า อาการล่าสุดของเด็กชายเอ ดีขึ้นแล้ว แต่ยังมีอาการผวา และบางคืนนอนละเมอว่าจะมีคนมาทำร้าย ซึ่งที่ผ่านมาตนต้องพาหลานชาย เดินทางไปตรวจอาการกับแพทย์ที่โรงพยาบาลสรรสิทธิประสงค์ ที่อยู่ในอำเภอเมืองอุบลราชธานี และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น โดยแพทย์วินิจฉัยว่า ด.ช.เอสงสัยว่าประสาทหูเสื่อม และตาซ้ายมัว และต้องไปตรวจอีกในวันที่ 22 ก.ย. เพื่อตรวจหูที่รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี และไปตรวจตา ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ ที่รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่นอีกครั้ง

“ที่ผ่านมาต้องไปหยิบยืมเงินจากพระที่วัดและเพื่อนบ้านเพื่อใช้ในการเดินทาง หมดไปแล้วกว่า 50,000 บาท โดยผอ.โรงเรียนคนที่ทำร้ายร่างกาย ไม่เคยมาช่วยเหลือแต่อย่างใด ซึ่งครอบครัวก็มีอาชีพทำนา รายได้น้อย อีกทั้ง พ่อแม่ของเด็กชายเอ ที่แยกทางกันก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มาก ซึ่งก็อยากให้ผู้อำนวยการที่ก่อเหตุมาช่วยเหลือบ้าง” นางบับพาวะดี กล่าว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามจากเพื่อนนักเรียนของเด็กชายเอ ว่า ผอ.คนดังกล่าวมีพฤติกรรมทำร้ายนักเรียนอยู่บ่อยครั้ง โดยไม่ทราบเหตุผล

ด้านนายวิชัย แสงศรี ศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงการเอาผิดทางวินัยนายวินัย ว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน รวบรวมข้อมูลพิจารณาความผิดอย่างเร็วที่สุด ซึ่งช่วงนี้ยังคงให้นายวินัย ปฏิบัติงานตามปกติไปก่อน ส่วนการดำเนินทางกฎหมายให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าตำรวจ

ที่มา>>>ข่าวสด

ยกย่องคุณแม่สู้ชีวิต ทำงานฝีมือเดินเร่ขาย-หาเงินรักษาลูกสาว5ขวบป่วย วอนผู้ใจบุญช่วย

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีแม่ค้าทำพวงกุญแจ ของที่ระลึกและยางรัดผม ขายตามส่วนราชการและอบจ.พะเยา เพื่อหารายได้ดูแลลูกสาวที่ป่วยเป็นโรคแอลดี ซึ่งบกพร่องทางการเรียนรู้ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบน.ส.กรรณิการ์ แซ่ลิ้ม หรือปู อายุ 32 ปี กำลังเดินขายของอย่างขยันขันแข็ง201609161704144-20021028190454น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า ตนกับสามีคือ นายแต่ง รำไพ อายุ 44 ปี ช่วยกันประกอบอาชีพ เพื่อหารายได้ดูแลลูกสาวคือด.ญ.ฉัตรศลิษา รำไพ อายุ 5 ปี 4 เดือน ซึ่งป่วยเป็นโรคแอลดี ทุกเดือนต้องพาลูกสาวเข้ารับการบำบัดรักษาที่จ.เชียงใหม่ ครั้งละ 3 วัน โดยแต่ละครั้งมีรายจ่าย 1,000-3,000 บาท การเดินทางโดยรถบัสโดยสารประจำทาง บางครั้งขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านกันสองคนแม่ลูกแล้วฝากรถไว้ที่ท่ารถพะเยา หรือได้ความช่วยเหลือจากเทศบาลตำบลดงเจน อ.ภูกามยาว ให้รถกู้ภัยไปส่งขึ้นรถเพื่อไป จ.เชียงใหม่

น.ส.กรรณิการ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานช่วยเหลือ เช่น ทต.ดงเจน ให้เบี้ยความพิการ ช่วยเรื่องความสะดวกในเดินทางขึ้นรถไป จ.เชียงใหม่ กาชาดจังหวัดพะเยา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด(พมจ.)พะเยา รวมทั้งอบจ.พะเยา และหน่วยงานอื่นๆ ที่ให้โอกาสได้ขายงานฝีมือ เพื่อหารายได้ดูแลลูก แต่เนื่องจากทุกคนในบ้านเป็นคนป่วยก็ต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด ตน สามี แม่สามีและลูกสาว ทุกคนมีโรคประจำตัวของตัวเอง แต่ยังเป็นนักสู้ไม่ยอมแพ้ สามีก็ยังเป็นหลักในครอบครัวไม่ยอมท้อถอย สามีจะออกหาของป่าเก็บเห็ดมาขายได้วันละ 100-200 บาท บางวันก็ไม่ได้เลย

น.ส.กรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ในครอบครัวมีรายจ่ายวันละ 100-300 บาท ถ้าปกติไม่พาลูกไปรักษาตัวที่จ.เชียงใหม่ ก็ใช้วันละ 100 บาท ค่าอาหารในครอบครัว 4 คน เงินที่ได้ต้องนำไปใช้รักษาลูกสาว และซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกสาวใช้ ซื้อนมและยาให้ลูกสาว เนื่องจากทานเองไม่ได้ เพราะการหายใจไม่ปกติ สามีแบกรับภาระคนเดียวก็หนักเกินไป จึงต้องหางานฝีมือสร้างรายได้ โดยทำพวงกุญแจจากผ้าและใยสังเคราะห์ ยางรัดผม และของที่ระลึก ขายชิ้นละ 20-30 บาท ตระเวนออกขายทั่วไปทั้งหน่วยงานราชการ ท้องถิ่น ผู้ที่พบเห็นและทราบเรื่องราวก็เห็นใจช่วยซื้อสินค้า สนับสนุนงานฝีมือด้วย

หากต้องการติดต่อสั่งซื้องานฝีมือ ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080-4995872 หรือจะช่วยเหลือเป็นผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูป เบอร์ XXL ส่งมาที่น.ส.กรรณิการ์ แซ่ลิ้ม อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 8 ต.ดงเจน อ.ภูกามยาว จ.พะเยา หมายเลขบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพะเยา 7812305533 ชื่อบัญชี น.ส.กรรณิการ์ แซ่ลิ้ม เพื่อ ด.ญ.ฉัตรศลิษา รำไพ

ที่มา>>>ข่าวสด