14 Jan“ครัววงเดือน” ร้านอาหารรสแซบ ราคาโดนใจ

อากาศเย็น ลมพัดสบายๆ  แดดไม่ร้อนแบบนี้  “ป้าเฉย” เลยมีไอเดียพาครอบครัวเปลี่ยนบรรยากาศจากกินอาหารโฮมเมด คือทำเอง กินเอง เบื่อเอง ลองไปหาอาหารนอกบ้าน ให้คนอื่นเมด แล้วเรากินดูบ้าง ก็คงจะดี แต่จะเป็นร้านไหนเพราะพิกัดบ้าน “ป้าเฉย” อยู่ถนนพุทธมณฑลสาย 1 แถวนั้นมีร้านอาหารให้เลือกทานเยอะแยะ อร่อยบ้าง กินไม่ได้บ้าง แต่สำหรับ “ครัววงเดือน” ที่ป้าเฉยเลือก ร้านนี้ได้แรงบอกแบบปากต่อปาก ว่า “อร่อย” แบบนี้ก็ต้องไปลองดูสักหน่อย

ครัววงเดือนเป็นร้านอาหารไทยตั้งอยู่ริมถนนพุทธมณฑลสาย 1 แยก 10 ลักษณะร้านเป็นเพิงไม้ มีที่นั่งในร้านประมาณ 30 โต๊ะ ร้านเปิดตั้งแต่ 4 โมงเย็นไปจนถึง 5 ทุ่ม ขายอาหารไทยเน้นรสชาติไทยแท้ คือรสจัดจ้าน ถึงใจ โดยเฉพาะบรรดาคอเหล้าทั้งหลายน่าจะชอบ

อาหารขึ้นชื่อของทางร้านก็มีปลากะพงทอดน้ำปลา กุ้งเผา ต้มยำ และอีกหลายๆ เมนู ตอนป้าเฉยไปถึงมีลูกค้านั่งรออาหารอยู่ประมาณ 2-3 โต๊ะ ตอนแรกก็รู้สึกกังวลเหมือนกันว่าจะได้อาหารช้า เพราะตอนนั้นป้าเฉยพร้อมสมาชิกคนอื่นๆ ท้องเริ่มร้องแล้ว ว่าแล้วก็เริ่มสั่งอาหารทานกันเลย จานแรก “ยำหมูมะเขือเปราะ” แค่นึกก็น้ำลายไหล ทางร้านใช้มะเขือเปราะสดหั่นบางๆ คลุกเคล้ากับน้ำยำรสแซบ เนื้อหมูนุ่มอมน้ำยำ โอ้ย…เปรี้ยวปาก

จานถัดมาพอเห็นในเมนูต้องรีบสั่ง เพราะชอบกินมาก สำหรับ “กุ้งแช่น้ำปลา” แหม…ไม่รู้จะสั่งมากินกับข้าวหรือแกล้มเหล้ากันแน่ เนื้อกุ้งสด นุ่ม ชุ่มน้ำยำรสจัด ทานเคียงกับกระเทียมโทนที่หั่นมาให้บางๆ ในจาน รสชาติตัดกันแบบชนิดเก็บไปฝันข้ามคืน ถัดไปขอเป็น “ต้มยำปลาช่อนน้ำใส” เมนูนี้เอาใจคุณแม่ที่ไปนั่งทานด้วย เนื่องจากคุณนายแกทานของมัน ของทอดไม่ได้ เลยต้องสั่งเป็นต้มยำน้ำใสแทน ที่เด็ดคือ เนื้อปลาช่อนหั่นเป็นแว่นๆ เนื้อแน่นเต็มชาม แถมไม่มีกลิ่นคาวให้สะอิดสะเอียนเวลาเคี้ยวอีกด้วย

อีกเมนูคือ “กุ้งอบวุ้นเส้น” อันนี้คุณแม่ขอร้อง เพราะแกชอบกินวุ้นเส้นมากเป็นชีวิตจิตใจ พอยกมาเสิร์ฟ เห็นแต่วุ้นเส้นอบกุ้ง แต่ไม่เป็นไร ป้าเฉยเข้าใจว่ากุ้งมันแพง คุ้ยหากุ้งมาโพสท่าถ่ายรูปอยู่นานกว่าจะเจอ นั่นไงตั้ง 4 ตัว เมนูสุดท้าย อันนี้เป็นเมนูพื้นฐานมาก ซึ่งปกติป้าเฉยไม่ชอบทานเลย  ถ้าไม่เด็ดจริง มันคือ “ทอดมันปลากราย” แต่ก็อีกนั่นแหละ คุณแม่เป็นคนสั่ง สั่งมาใช่ว่านางจะกิน ( แล้วจะสั่งมาทำไม ? )

ทุกเมนูเน้นรสชาติแซบ ต้มยำก็ทำน้ำยำรสเข้มข้นมาอยู่แล้ว มีเพียงถ้วยพริกซอยมาให้เผื่อเราจะเติมความเผ็ดร้อนเพิ่มเข้าไป ซึ่ง “ป้าเฉย” ไม่สู้ เพราะแค่นี้น้ำมูกก็ไหลย้อย นั่งซี้ดซาด กินข้าวคำน้ำคำกันแล้ว แต่แหม! อาการเย็นๆ แบบนี้มันต้องเรียกเหงื่อกันหน่อย

 

09 Janทาไดมะ (Tadaima) ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ของพระเอกหนุ่ม กันต์ กันตถาวร

ชื่อเสียงของร้านอาหารญี่ปุ่นทาไดมะ (Tadaima) นอกจากโดดเด่นเรื่องราคาอาหารที่ขายทุกเมนูเพียงจานละ 88 บาท และไม่มีค่าเซอวิสชาร์จแล้ว เจ้าของร้านนี้ยังเป็นถึงพระเอกหนุ่มขวัญใจสาวๆ อย่าง “กันต์ กันตถาวร” ก็ยิ่งทำให้ร้านนี้โดนใจนักชิมมากขึ้นไปอีก

ร้านทาไดมะ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบร้านอิเซกายะ หรือร้านกินดื่มของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารให้ญี่ปุ่นแท้ๆ ให้แลือกชิมกว่า 100 รายการ และเครื่องดื่มมากกว่า 100 ชนิด ที่สำคัญอาหารทุกอย่างในร้านคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีในการปรุง ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณภาพอาหารคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน เมนูแนะนำ อาทิ ปลาแซลมอน เกี๊ยวซ่า แซลมอนซาซิมิ สลัดแซลมอน หมูสามชั้นต้มซีอิ้ว หมูชาบูย่างซีอิ้ว ข้าวห่อไข่ญี่ปุ่น เป็นต้น

ตอนนี้ร้านทาไดมะ มีทั้งสิ้น 2 สาขา คือชั้น G อาคาร Eight ทองหล่อ เปิดทุกวัน โดยวันจันทร์-ศุกร์ จะเปิดให้บริการเป็น 2 ช่วง คือ 11:00 – 15:00และ17:00 – 23:00 ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11:00 – 23:00 น.และสาขาเกตุเวย์ เอกมัย ห้อง M 103 เปิดเวลา 11.-22.30 น. เพื่อนๆ คนไหนสนใจอยากชิมอาหารญี่ปุ่นราคาแบบกันเอง ก็แวะไปชิมกันได้ทุกวัน

04 Janก๋วยเตี๋ยวหน้าคลัง เมนูคนรักเส้น สาวกคนไลค์เนื้อ

ไม่ว่าคนไทยจะแห่แหนไปกินอาหารแฟชั่นของสัญชาติอื่น ๆ ที่พาเหรดกันเข้ามาเจาะตลาดคนไทยเป็นจำนวนมาก แต่ถึงอย่างไร เมนูอาหารที่คนไทยคุ้นชินกลายเป็นอาหารอมตะอย่าง “ก๋วยเตี๋ยว” ที่หารับประทานได้ง่ายในประเทศไทย ยังเป็นเมนูยอดนิยมตลอดกาล

อย่างก๋วยเตี๋ยว “หน้าคลัง” เดิมเคยตั้งอยู่ที่หน้ากระทรวงการคลัง แต่ด้วยปริมาณลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น และเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้ลูกค้า เจ้าของร้านจึงตัดสินใจยกหม้อก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาลวกกันที่ “ลา วิลล่า” พหลโยธิน ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน เปิดขายตั้งแต่ 10.00-22.00 น.ทุกวัน เพื่อที่ว่าลูกค้าจะได้มีเวลาเลือกอร่อยได้ทุกเวลากับทุกเมนู

ก๋วยเตี๋ยวหน้าคลังอันลือชื่อที่ใครๆ ไปชิมเป็นต้องติดใจรสชาติน้ำซุปที่ซดกันเกลี้ยงชาม นั่นเพราะเป็นสูตรจากห้องครัวของตระกูล “ทับทิมเทพย์” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ ที่เกิดแรงบันดาลใจจากน้ำซุปเคี่ยวพิเศษขึ้นรับประทานกันในบ้าน แล้วค้นพบว่าอร่อยจนต้องตะลึง จึงอยากให้คนอื่นได้ลองชิมบ้าง

“มีนา ทับทิมเทพย์” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าคลัง อธิบายถึงที่มาของก๋วยเตี๋ยวหน้าคลัง ตำรับแม่ครัวในบ้าน สู่ชามก๋วยเตี๋ยวไฮโซ นั่นเพราะการคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยม เหมือนกับการทำทานเองที่บ้าน เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติแบบออริจินอล เหมือนกับทำรับประทานเองที่บ้าน

นอกจากสูตรน้ำซุปที่ขอเก็บเป็นความลับสุดยอด เจ้าของร้านอารมณ์ดีก็อธิบายถึงกรรมวิธีการคัดเลือกเนื้อชนิดต่าง ๆ มาเสิร์ฟลูกค้า ซึ่งต้องผ่านกระบวนการ QC ด้วยตัวเอง และน้องสาวที่จบจากเลอ กอร์ดองเบลอ ซานฟรานซิสโก ช่วยการคัดเลือกเนื้อพันธุ์ดี เป็นเนื้อพรีเมี่ยมจากต่างประเทศ เช่น เนื้อวัวยูเอสเอ เนื้อแกะนิวซีแลนด์ ไม่เพียงเท่านี้ เจ้าของยังนำเอารสนิยมส่วนตัวมาบริการลูกค้าในร้าน ทำให้ลูกค้าได้ชิมน้ำหวานและเครื่องปรุงรสระดับพรีเมี่ยม ขนาดเส้นบะหมี่ยังเลือกระดับเอ็กซ์พอร์ตเท่านั้น เพื่อการันตีคุณภาพว่าเป็น “ก๋วยเตี๋ยว” เกรดพรีเมี่ยมจริง ๆ

เมื่อวัตถุดิบดี อะไรก็ดูดีไปหมด โดยเฉพาะเนื้อสไลด์ชิ้นโตเต็มคำเต็มชาม เคี้ยวเพลินหนุบหนับ เนื้อนุ่ม เด้ง ๆ ในปาก ซดกับน้ำซุปร้อน ๆ อร่อยสมชื่อสมราคาทีเดียว เมนูตบท้ายอย่างของหวานก็มีแบบไทย ๆ ให้เลือก เช่น ลูกตาลลอยแก้ว ไอศกรีมกะทิ และน้ำแข็งไสสีต่าง ๆ รวมไปถึงกาแฟนำเข้าจากอิตาลี (illy) ก่อนกลับไปทำงาน ไม่ได้มีแต่ก๋วยเตี๋ยว เช่น เมนูส้มตำแกะ ผัดไทย เนื้อย่างจิ้มแจ่ว เป็นต้น และอีกเมนูจำกัดเพื่อลูกค้าประจำที่เลือกร้านเป็นโต๊ะอาหารประจำบ้าน ก็จะมีเมนูอาหารแกงให้เลือกรับประทาน ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ที่ขาดไม่ได้คือ ไข่พะโล้ เคี่ยวนานถึง 8 ชั่วโมง ดังนั้นรสชาติจึงกลมกล่อม ไข่เด้งดึ๋ง กลายเป็นเมนูยอดนิยม มีจำกัดแค่ 15-20 ที่เท่านั้น

25 Decแพรชา พระนั่งเกล้า ร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศดี กับเมนูซีฟู้ดรสเด็ด

มาชวนไปชิมร้านอาหารบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ใครได้ไปสักครั้งจะติดใจ ร้านนี้ชื่อว่า แพรชา ตั้งอยู่เชิงสะพานพระนั่งเกล้า ใครขับรถผ่านสะพานพระนั่งเกล้าจะเห็นแพรชา ลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา และเด่นสะดุดตาด้วยตัวร้านสีขาวบรรยากาศชิลล์ๆ

ที่นี่เน้นอาหารซีฟู้ด ปลา และกุ้งแม่น้ำ วัตถุดิบที่ใช้รับรองความสดสะอาด เพราะเจ้าของร้านลงมาดูแลด้วยตัวเองในทุกขั้นตอน พ่อครัวก็คนเป็นคนเก่าแก่ไม่เปลี่ยนมือ เล่ามาตั้งเยอะ รู้สึกจะหิวซะแล้ว มาชิมเมนูแรกกันดีกว่า

กุ้งสโรชา เมนูเรียกน้ำย่อยที่นำกุ้งก้ามกรามตัวขนาดกำลังดีมานึ่ง ราดด้วยนำจิ้มซีฟู้ด รสชาติอร่อยจี๊ดจ๊าด และมาอร่อยกันต่อกับเมนูจานใหญ่ขึ้นกับ ปลาช่อนโบราณ ที่ใช้ปลาช่อนสดๆ ตัวขนาดกำลังดีมาทอดจนเหลืองกรอบ ราดด้วยน้ำยำรสเด็ด ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องสมุนไพร และมะม่วงเปรี้ยวหั่นฝอย อร่อยอย่าบอกใคร

กุ้งต้มยำแห้ง คืออีกเมนูจานเด็ดของร้าน นำกุ้งก้ามกรามมาผัดกับเครื่องต้มยำแห้ง ตอนแรกรู้สึกว่าเป็นเมนูแปลกๆ แต่พอชิมแล้วต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะรสชาติเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ และหวานเนื้อกุ้งมากๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ สักจาน อร่อยเกินคำบรรยาย

นอกจากนั้นยังมีเมนูแนะนำอีกหลายเมนู เช่น ปลาทอดมัน ปลากระพงทอดน้ำปลา กุ้งแช่น้ำปลา ไข่เยี่ยวม้ากระเพรากรอบ ยำหอยแครงสูตรโบราณ ไก่ตะเกียบฯลฯ บอกได้คำเดียวว่ารสชาติชวนน้ำลายสอทุกจาน สำหรับใครที่ชอบกิจกรรมตกปลา ก็สามารถมาที่ร้านนี้ได้ เพราะพื้นที่ด้านหน้าแพติดแม่น้ำ นั่งเล่นๆ กินอาหารรับลมเย็นสบายๆ หรือสามารถจองจัดงานเลี้ยง งานแต่ง จอดเจ็ตสกี ก็ได้เช่นกัน

25 Decลิ้มรสอาหารเวียดนามสูตรคิดค้น ในสไตล์โมเดิร์น ที่ ร้านทังลอง

“ร้าน ทังลอง” บนถนนหลังสวน เป็นร้านอาหารเวียดนาม ได้ทำการปรับโฉมร้านใหม่ ซึ่งเพิ่มความเป็นสมัยใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่มองเห็นจากภายนอก เผยถึงความทันสมัย ยิ่งเมื่อได้พบกับบรรยากาศภายในยิ่งทำให้ประทับใจมากขึ้น

เพราะเป็นร้านที่ออกแบบอย่างมีรสนิยม ในสไตล์โมเดิร์น โล่งโปร่ง ตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำเน้นดีไซด์ที่เรียบเก๋ โต๊ะและเก้าอี้จัดวางได้อย่างลงตัว ไม่แน่นหนา ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกถึงความเอ็กซ์คลูชีฟ ภายใต้บรรยากาศร้านที่เน้นความอบอุ่นแบบเป็นกันเองเสมือนของเพื่อนพ้องคนสนิท จัดสรรพื้นที่ร้านไว้คอยให้บริการทั้ง outdoor เหมาะสำหรับนั่งทานอาหาร ฟังเพลง รับลมสบายๆ ดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืน และโซน Indoor ที่จัดมุมรับรองไว้ทั้งหมด 2 ชั้นด้วยกัน

สำหรับเมนูประจำร้านนอกจากจะมีอาหารเวียดนามพื้นเมืองแท้ๆ แล้ว ยังมีอาหารแบบฟิวชั่นอันเป็นการผสมผสานอาหารเวียดนามกับอาหารฝรั่งเศสเข้าด้วยกัน ละเมนูสูตรเด็ดประจำร้านที่ได้คิดค้นสูตรมาเป็นพิเศษ ซึ่งมีการปรับรสชาติให้เข้มข้น เน้นความกลมกล่อมที่เรียกว่าถูกใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ฉะนั้นภายในร้าน ท่านจึงได้เห็นอาหารพื้นเมืองอย่าง จ๋าวโตม หรือ กุ้งพันอ้อย ที่เป็นเนื้อกุ้งสับละเอียดปรุงรสแล้วนำไปพันหุ้มก้านอ้อยแล้วนำไปย่างจนสุกหอม จ๋าหย่อ หรือ เปาะเปี๊ยะทอด แป้งเนื้อบางกรอบ รับประทานกับน้ำจิ้มและผักสด ก๋อยก๊วน หรือ เปาะเปี๊ยะสด แป้งนิ่มไส้หมูและกุ้งห่อกับผักสดกรอบ บั้นก๊วน ข้าวเกรียบปากหม้อกับหมูหย่อ และ บั้นแซ่ว ขนมเบื้องญวนแป้งสีเหลืองน่ารับประทานเป็นอาหารยอดนิยมถูกสั่งมาเป็นชุดแรก และบวกกับเมนูเด็ดประจำร้านที่ได้คิดค้นสูตรมาใหม่มาแนะนำอย่างต่อเนื่องที่ใครไปใครมาก็ไม่พลาดที่จะต้องสั่งมาลิ้มลอง

ร้านทังลอง ตั้งอยู่ที่ 82/5 ซอย หลังสวน สถานีรถไฟฟ้าชิดลม เพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวันยกเว้นวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 14.30 น. สำหรับมือกลางวัน และเวลา 17.00 – 23.00 น. สำหรับมื้อค่ำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 0-2255-4491, 0-2251-3504

20 Decออล ซิกซ์ ทู ทเวลฟ์ คาเฟ่ แอนด์ โซเชียล บาร์ (39 บูเลอวาร์ด)

สร้างกระแสความนิยมจนหลายคนติดใจกันไปแล้วกับสาขาแรกย่านหลังสวน ล่าสุดเอาใจชาวสุขุมวิทเปิดเพิ่มอีกหนึ่งสาขา บริเวณตึก 39 Boulevard ในซอยสุขุมวิท 39 We Recommend ไม่พลาดพามาแนะนำก่อนใคร กับความเก๋ที่มีสไตล์เท่ขึ้นกว่าเดิม พร้อมสารพัดเมนูอาหารที่ไม่แพ้สาขาแรกเลยค่ะ

all SIX TO TWELVE คงคอนเซ็ปต์เดิมตามชื่อร้านไว้ไม่เปลี่ยน โดยเปิดตั้งแต่หกโมงเช้ายันเที่ยงคืน ให้ได้เอนจอยกันครบทุกมื้อ มาพร้อมการตกแต่งที่ยังคงมีสไตล์ แต่เน้นความดิบเท่มากขึ้นในแบบโกดังเก่า อย่างพื้นปูนดิบ แต่งผนังด้วยหนังสือพิมพ์เก๋ ๆ และใช้สังกะสีบุผนังตรงเคาน์เตอร์บาร์ พร้อมตกแต่งด้วยข้าวของต่าง ๆ ที่ตั้งใจสั่งมาอย่างดีทุกชิ้น เจ๋งไม่เหมือนใครจริง ๆ ค่ะ

มาถึงความเด็ดของอาหารที่นี่ ซึ่งยังคงความเป็นอาหารไทยสมัยใหม่เอาไว้ โดยเปลี่ยนเมนูอาหารเช้าจากบุฟเฟ่ต์ เป็นแบบ A la carte ทานง่าย ซึ่งมีเฉพาะที่สาขานี้เท่านั้น อย่าง โจ๊กข้าวกล้องไข่ออนเซ็น (75 บาท) ที่ใช้ข้าวกล้องมาทำเพื่อสุขภาพยามเช้า ไข่คั่วสโมคแซลมอน (135 บาท) มาในถาดหลุม ทานเป็นคำ ๆ รสชาติกลมกล่อมค่ะ หรือเลือกเป็น ไข่อบไส้กรอกปาปริก้า (135 บาท) ไข่เนื้อนุ่มสอดไส้ด้วยไส้กรอกรสเข้มข้น โปะหน้าด้วยเบคอนกรอบ ทานคู่มันฝรั่งทอด หรืออยากได้เบา ๆ คริสปี้โรตี (45 บาท) กรุบกรอบทานเล่นก็ได้ ซึ่งเมนูอาหารเช้าจะเริ่มให้บริการตั้งแต่ 15 กันยายนค่ะ

นอกจากเมนูอาหารเช้าที่เพิ่มขึ้นมาแล้ว ยังมีอีกหลากหลายที่มีเฉพาะที่นี่ ทั้ง Appetizer ไก่ในแก้ว (85 บาท) ไก่ทอดติดหนังกรอบ ๆ ไส้อั่วกับไส้อ่อม (125 บาท) ทางร้านทำเองด้วยเครื่องไส้อั่วและแกงอ่อม ทานคู่กับเครื่องจิ้มที่บดผสมมาอย่างดี รสจัดจ้านทีเดียวค่ะ หรือลอง แซนด์วิชปูจัมโบ้ (250 บาท) ใช้กรรเชียงปูม้าสดชิ้นใหญ่ ราดซอสสูตรพิเศษผสมความแซ่บนิด ๆ ประกบกับขนมปังทาเนยกรอบ ๆ หอม ๆ ค่ะ ก่อนปิดท้ายด้วยเมนูที่มีทั้ง 2 สาขา มาทีไรเป็นต้องสั่ง อย่าง อุด้งน้ำเงี้ยว (150 บาท) เครื่องแกงน้ำเงี้ยวรสจัดจ้าน และ กุ้งอบสะตอชีส (450 บาท) กุ้งอบสะตอโปะชีสรสแซ่บมาก ทานกับเส้นหมี่ซั่วโรยไข่กุ้งเข้ากันค่ะ

ไฮไลท์สุดท้ายพลาดไม่ได้กับสารพัดค็อกเทลที่ใส่กิมมิกเก๋ ๆ ไว้ในทุกแก้ว แนะนำซิกเนเจอร์ Six to Twelve Bomb (320 บาท) ที่ใส่น้ำสตรอว์เบอร์รี่ด้านในแก้วเล็ก ๆ ที่ต้องคนให้เข้ากันก่อนดื่ม ได้รสชาติความหวานหอมเข้ากับตัวค็อกเทลค่ะ เพิ่มดีกรีความเผ็ดร้อนด้วย Hot Chili (280 บาท) ที่ให้รสเผ็ดซี๊ด ใครชอบความร้อนแรงแนะนำเลยค่ะ หากอยากเบาลงมาหน่อย แนะนำ Ice Scream (280 บาท) ผสมหลากรสผลไม้และใส่ไอศกรีมแท่งลงไป จะทานทั้งแท่งหรือรอให้ละลายเข้ากับเครื่องดื่มก็ได้ค่ะ และ Samurai (280 บาท) ให้รสบ๊วยหวานหอม พร้อมน้ำตาลเคลือบรอบแก้วค่ะ

ใครที่เป็นแฟนร้านนี้อยู่แล้ว หรือยังไม่เคยมา แนะนำให้มาลอง Hangout ที่สาขาใหม่กันดู รับรองจะติดใจเพิ่มกว่าเดิม ขนาด We Recommend ยังยกให้เป็น Staff Favourite ร้านโปรดของทีมงานไปแล้วค่ะ

16 Decเทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง ครั้งที่ 17 ตอน “กินอย่างมีวัฒนธรรม”

นางอินทิรา วุฒิสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม(สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร)เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม เทศบาล เมืองสมุทรสงคราม สสส. ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนกำหนดจัดงานเทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง ครั้งที่ 17  ตอน “กินอย่างมีวัฒนธรรม” ขึ้นในวันที่ 12 – 21 ธันวาคม 2557 เวลา 09.00 – 21.00 น.  ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสงคราม

ด้วยในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่ปลาทูกำลังเติบโตเต็มที่เดินทางจากภาคใต้มาหากินที่ปากอ่าวไทย(อ่าว ก.ไก่)  ซึ่งมีอาหารอุดมสมบูรณ์  ปลาทูที่จับได้ในบริเวณปากอ่าวแม่กลองจึงเป็น “ปลาทูสาว”ซึ่งอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและ มีรสชาติอร่อยจนทำให้ปลาทูแม่กลองมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปจนกระทั่งเกิดการจัดงานเทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลองขึ้นมาติดต่อกันจนเป็นครั้งที่ 17 แล้วภายในงานมีการจำหน่ายเมนูอาหารเลิศรสหลากหลายที่ปรุงมาจากปลาทูแม่กลองแท้ๆ มากกว่า 50 เมนูเช่น น้ำพริกปลาทู ปลาทูต้มมะดัน ปลาทูซาเตี๊ยะ ตับปลาทูผัดฉ่า ทอดมันปลาทู ปลาทูฟู ปลาทูทอดพริกไทยดำ ห่อหมกปลาทู

จากร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดสมุทรสงครามมาปรุงกันสดๆในงาน ซึ่งรับรองคุณภาพและความอร่อยโดยร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยภายในงานมีกิจกรรม “ลานวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้แบบสบายๆ และเป็นกันเองทั้งเรื่องสุขภาพ โภชนาการ ศิลปะวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอาชีพของคนในจังหวัดสมุทรสงคราม และคำตอบของตอน “กินอย่างมีวัฒนธรรม” ก็จะซ่อนอยู่ในลานวัฒธรรมแห่งนี้ด้วย

นอกจากนี้ นิทรรศการปลาทู , ชมปลาทูตัวเป็นๆ , เพลิดเพลินไปกับการแสดงของคณะหุ่นสายเสมา , การประกวดวงดนตรี “แม่กลอง  มิวสิคอวอร์ด”, การประลองอาหาร “เมนูปลาทู หนูทำได้”มุมศิลปะพร้อมจุดถ่ายรูปสวยงามมากมาย  และพลาดไม่ได้กับการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ตอน “ศึกบรรลัยกัลป์”

นอกจากนี้ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม ยังได้จัดโครงการ “กินปลาทู  ดูหิ่งห้อย” นำเสนอข้อมูลของปลาทูและการชมหิ่งห้อยด้วยใจอนุรักษ์  เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทาง สร้างการรับรู้เอกลักษณ์ของปลาทู “หน้างอคอหัก” และ “หิ่งห้อย” ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสงครามเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยจึงขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบเมนูปลาทูทุกท่านมาร่วมงานเทศกาลปลาทูและของดีเมืองแม่กลองในครั้งนี้

ไม่เพียงแต่จะได้อิ่มอร่อยกับเมนูปลาทูที่หลากหลายแล้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายให้มาพักผ่อนและสัมผัสบรรยากาศชานเมืองไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อาทิตลาดร่มหุบ หรือตลาดเสี่ยงตายซึ่งในปัจจุบันสามารถดึงดูใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ไม่น้อยเลยทีเดียว หรือจะเป็นตลาดท่าคา ตลาดแห่งนี้หากใครได้มาเยือนก็เปรียบเสมือนได้มาใช้วิถีชีวิตของชาวสมุทรสงครามโดยแท้จริง

12 Decรีวิว YTSB – Yellow Tail Sushi Bar ร้านอาหารญี่ปุ่นผีมือชั้นเซียนใจกลางกรุงเทพฯ

พูดถึงร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านเรานั้น ปัจจุบันมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย แต่หากนับเฉพาะต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่นจริงๆ ก็คงมีอยู่ไม่กี่ร้าน ซึ่งร้านที่ Sanook! Travel จะพาไปชิมกันในวันนี้ ถือเป็นสุดยอดร้านอาหารญี่ปุ่นอีกร้าน ที่คนรักอาหารญี่ปุ่นห้ามพลาดจริงๆ

ร้านที่เราพาไปชิมกันในคอลัมน์นี้ มีชื่อว่า ‘Yellow Tail Sushi Bar’ หรือเรียกย่อๆว่า ‘YTSB’ นั่นเอง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของโรงแรม Vie Hotel ตรงเชิงสะพานหัวช้างฝั่งข้ามไปทางสี่แยกปทุมวัน ถือเป็นย่านใจกลางเมืองเลยทีเดียว

เมื่อเลี้ยวรถเข้ามายังโรงแรม Vie Hotel แห่งนี้ คุณผู้อ่านก็จะพบกับป้าย ‘YTSB Sushi Bar’ ขนาดใหญ่ พร้อมประติมากรรมรูปปลาขนาดยักษ์เรืองแสงสีส้ม บ่งบอกว่าจานเด็ดของที่นี่ ต้องไม่พ้นเมนู ‘ปลา’ อย่างแน่นอน ร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนตึกด้านหน้าแยกออกจากตัวโรงแรม สามารถกดลิฟท์ขึ้นมาได้ทันที โดยร้านนี้อยู่บนชั้น 4 ของตัวอาคารนั่นเอง

เมื่อเข้ามายังร้านอาหาร ก็จะพบกับบรรยากาศภายในร้าน ที่ตกแต่งโดยใช้ ‘ไม้’ เป็นวัสดุหลัก ผสมกับแสงสลัวๆโทนสีเหลือง-ส้ม ช่วยให้บรรยากาศช่างดูอบอุ่นยิ่งนัก

โต๊ะทานอาหารมีให้เลือกทั้งแบบบาร์และโต๊ะเดี่ยว สามารถเลือกได้ตามความชอบ ซึ่งหากนั่งบริเวณบาร์ ก็จะได้ใกล้ชิดกับกุ๊กอาหารญี่ปุ่น ที่จะคอยแล่เนื้อปลา ปรุงอาหารให้ดูแบบสดๆกันเลยทีเดียว

ขณะที่โต๊ะอาหารทุกโต๊ะจะมีจุดเด่นด้วยร่องไม้ที่พาดยาวตลอดทั้งโต๊ะ ซึ่งเป็นร่องไม้ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยแต่ละโต๊ะก็จะมีลักษณะไม่เหมือนกัน ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของร้าน YTSB แห่งนี้

เมื่อเอนตัวลงยังเก้าอี้ของโต๊ะอาหาร พนักงานสาวก็จะนำผ้าเย็นหอมๆ มาเสิร์ฟให้ก่อนเป็นอันดับแรก ให้ใครที่เดินมาเหนื่อยๆจะได้เย็นชื่นใจก่อนเริ่มสั่งอาหาร จากนั้นพนักงานก็จะยื่น iPad มาให้ อันประกอบไปด้วยสารพัดเมนูที่เราจะสั่งกันในครั้งนี้ ซึ่งข้อดีคือทุกเมนูจะมีรูปประกอบช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเดาว่าเมนูไหนเป็นอะไรให้วุ่นวาย

09 Decร้านอาหารสองฝั่งคลอง ร้านอร่อยบรรยากาศดี ริมเจ้าพระยา

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารน่านั่ง บรรยากาศสบายๆ พร้อมชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยากกับคนรู้ใจและครอบครัวแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำ ร้าน “สองฝั่งคลอง” ร้านอาหารบรรยากาศดีย่านปากเกร็ด ที่นอกจากจะได้ลอยกระทงริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบไม่ต้องแออัดกับผู้คนแล้ว อาหารของร้านนี้ก็อร่อย จนอยากชวนเพื่อนๆ มาลองชิมด้วยกันเลยทีเดียว

ร้านอาหารวิวสวยแห่งนี้ตั้งอยู่ โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ด ( Buddy Oriental Riverside Pakkred) ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนเอ้าดอร์ เป็นระเบียงไม้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นวิวทิวทัศน์ริมแม่น้ำได้แบบ 360 องศา เหมาะสำหรับลูกค้ามานั่งเอนกายรับลมเย็นๆ ชมวิวสวยๆ ของวิถีชีวิตผู้คนริมสายน้ำเจ้าพระยา

ส่วนตัวร้านเป็นห้องปรับอากาศชั้นเดียว ตกแต่งสไตล์โคโรเนียล เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย ประดับภาพโบราณและของแต่งบ้านชิ้นเก่าสุดคลาสสิค มีวงดนตรีสดมาเล่นทุกค่ำคืน ตั้งแต่เวลา 19.00-23.00 (เบรคละ 45 นาที) และมีห้องวีไอพี สำหรับจัดเลี้ยงและโต๊ะพูลไว้บริการลูกค้าที่มาสังสรรค์กับเพื่อนฝูง นอกจากขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศแล้ว ร้านอาหารสองฝั่งคลองยังโดดเด่นด้วยเมนูอาหารไทย-ซีฟู้ด ที่เน้นรสชาติเข้มข้นจัดจ้านถูกปากคนไทย

เมนูสุดอร่อย ที่มาแล้วต้องแนะนำให้มาชิมกันก็คือ แซลมอนจี๊ดจ๊าด เมนูนี้เหมาะกับกินเล่น หรือรองท้อง แซลมอนชิ้นโต ราดน้ำจี้มสุดแซ่บ กัดเข้าไปคำแรกบอกเลยว่า อร่อยจนต้องขอชิ้นที่สองต่อ ส่วนเมนูเก๋ๆ ที่ห้ามพลาดอีกจาน คือ เมี่ยงกุ้งฝอย อาหารไทย ที่สั่งมากินเล่นได้เพลินๆ แถมครบถ้วนด้วยสารอาหาร กินแล้วเพลินจริงๆ

มาต่อกันด้วยเมนูยอดฮิตของร้านอย่าง ปลากะพง 5 ฤดู เมนูปลากะพงทอดกรอบ ราดด้วยเครื่องเคียง อาทิ เกาลัด พุทราจีน แปะก๊วย แห้ว รสชาติหวานเค็มๆ กินคู่กับปลาทอดอร่อยจนต้องยกนิ้วให้ หรือหากใครชอบอาหารไทยๆ หน่อย ก็ต้อง ปลาช่อนผัดพริกขิง รสชาติเผ็ดนิดๆ กินกับผัดสดๆ และข้าวร้อนๆ เด็ดดวงสุดๆ ไปเลย

ส่วนใครชอบเมนูแซ่บๆ ก็แนะนำให้สั่ง ต้มยำหมูตุ๋น รสชาติเข้มข้นจัดจ้านเช่นกัน แถมตุ๋นหมูได้เปื่อยนุ่มเคี้ยวง่าย ยิ่งซดตอนร้อนๆ โล่งคอดีมากๆ เลย นอกจากนี้ร้านอาหารสองฝั่งคลองยังมีอาหารอร่อยให้เลือกชิมอีกหลากหลายเมนู อาทิ กุ้งทอดกระเทียม กุ้งแม่น้ำเผา ปูผัดผงกะหรี่ ปูเนื้อนึ่งซีอิ้ว ปลาทับทิมผัดผลไม้ห้าฤดู ต้มยำทะเล ส้มตำปูไข่ดอง หมึกไข่ย่าง ปลากะพงผัดพริกไทยดำ กุ้งอบพริกเกลือกั้งทอดระเทียม รวมมิตรทะเลเผา ข้าวผัดสับปะรดกับกุ้งทอด เป็นต้น

 

 

 

27 NovHello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!