น้องหมาถูกยิงคอทะลุอาการร่อแร่ แม่เฒ่าเมืองคอนแจ้งจับเพื่อนบ้าน

แม่เฒ่าเมืองคอน โร่แจ้งตำรวจ สุนัขถูกยิงที่โคนขาขวาหน้าทะลุลำคอด้านซ้าย อาการร่อแร่หายใจรวยริน อ้าง เพื่อนบ้านใกล้เคียงเป็นมือปืน หลังเคยก่อเหตุมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะ จนท. เตรียมเรียกเพื่อนบ้านต้องสงสัยสอบ

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 59 ร.ต.อ.หญิงนาลิน ปรีชาชาญ รอง สว.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งกลางดึกที่ผ่านมาว่ามีเหตุยิงสุนัขของ นางแนบ อินทเรือง อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมืองนครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.สุเทพ สังข์เส้ง หัวหน้าสายตรวจประจำตำบลมะม่วงสองต้น รุดไปตรวจสอบ บริเวณหน้าบ้านพบสุนัขพันธุ์ผสมสีขาว ชื่อน้องเดียว อายุ 6 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .22 เข้าที่โคนขาขวาหน้าทะลุลำคอด้านซ้าย เลือดไหลเปรอะเปื้อน บาดเจ็บสาหัส นอนหายใจรวยริน ส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด โดยมีชาวบ้านพยายามที่จะช่วยยื้อชีวิตอย่างเต็มที่

นางแนบ กล่าวว่า น้องเดียว เป็นสุนัขเชื่อง ไม่ดุร้าย แสนรู้ ไม่เคยกัดใคร แต่มักจะส่งเสียงเห่าคนแปลกหน้า ก่อนเกิดเหตุ น้องเดียว และสุนัขที่เลี้ยงไว้อีก 3-4 ตัว พร้อมหลานๆ อายุ 8-12 ปี วิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ซึ่งห่างออกไปประมาณ 50 เมตร กระทั่งเด็กๆ ชวนกันกลับเข้าบ้านก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด พร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของสุนัขที่พยายามวิ่งหนีกลับมาบ้านและล้มลง เมื่อตรวจดูพบว่าถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .22 และจะเอาเรื่องเพื่อนบ้านรายนี้จนถึงที่สุด

ด้าน นายธำรงค์ อินทเรือง อายุ 50 ปี บุตรชาย นางแนบ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เพื่อนบ้านคนดังกล่าวยังเคยใช้อาวุธปืนยาวขนาด .22 ยิง น้องเดียว บริเวณขาหลังด้านซ้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว แต่ช่วยกันส่งรักษาจนรอดตายมาได้ ในครั้งนี้จึงสงสัยว่าเพื่อนบ้านคนเดิม อีกทั้งช่วงเกิดเหตุคลินิกรักษาสัตวก็ปิดหมดแล้ว โดยต้องรอถึงเช้าจึงจะนำไปส่งรักษา

ทั้งนี้ แม้จะไม่มีใครเห็นว่าคนที่ยิงสุนัขเป็นใคร แต่ในหมู่บ้านมีเพียงเพื่อนบ้านคนดังกล่าวที่ชอบเดินแบกปืนยาวขนาด .22 เดินไปมารอบๆ บริเวณบ้าน ซึ่งเด็กๆ ต่างยืนยันว่าได้ยินเสียงปืนดังมาจากบริเวณหน้าบ้านคนดังกล่าว ยืนยันว่าจะให้ตำรวจดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ กับเพื่อนบ้านรายนี้

ขณะที่ ร.ต.อ.หญิงนาลิน กล่าวว่า ในทางคดีแม้ผู้เสียหายและพยานจะระบุตัวมือปืนแน่ชัด แต่ถือว่ายังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้จะเชิญเจ้าของสุนัขและพยานมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติม และออกหมายเรียกตัวผู้ต้องสงสัยมาพบ เพื่อสอบสวนปากคำตามขั้นตอนของกฎหมาย หากมีพยานหลักฐานเพียงพอก็จะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath