ตร.หาดใหญ่ บุกจับโต๊ะบอลรายใหญ่ รวบ 14 เซียนบอล พร้อมเงินสดกว่าครึ่งแสน!!

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สนธิกำลัง 3 ฝ่ายทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่ ร่วมกันนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นห้องบริเวณใต้โรงแรม ริมถนนรัถการ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบเปิดรับแทงพนันฟุตบอลต่างประเทศชื่อ Today Sportจากการเข้าตรวจค้น พบลูกค้าที่กำลังเข้าไปใช้บริการ 14 คน เป็นชาย 13 คน ผู้หญิง 1 คน พร้อมของกลางโพยพนันฟุตบอลต่างประเทศ เงินสด 52,450 บาท คอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง โน๊ตบุ๊ค 2 เครื่อง เครื่องถ่ายเอกสาร 1 เครื่อง ปริ๊นเตอร์ใบเสร็จ 3 เครื่องพ.ต.อ.กิตติชัย เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง บริเวณใต้โรงแรมแห่งนี้มีการลักลอบเปิดรับแทงพนันฟุตบอล และถือเป็นรายใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมและจับกุมไว้ได้พร้อมของกลาง นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดใจสามี”น้องน้ำเต้า” เผยวินาทีรักแรกพบ… รู้เลยคนนี้คือแม่ของลูก!!

วันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีข้าราชการ อบต.น้ำอ้อม อ.ค้อวัง จ.ยโสธร โพสต์หมิ่น น้องน้ำเต้า นนวลปรางค์ ศรีบุญมี อายุ 19 ปี จนเป็นข่าวโด่งดังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเวลาต่อมาน้องน้ำเต้ายังเปิดตัวลูกสาววัย 7 เดือน “น้องข้าวหอม”  ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายเด่นชัย ตาลวิลาส อายุ 19 ปี สามีน้องน้ำเต้า บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของความรักระหว่างนายเด่นชัยกับน้องน้ำเต้าว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร โดยนายเด่นชัย เผยว่า ตนและน้องน้ำเต้าเป็นคน อ.มหาชัยชนะ จ.ยโสธร ด้วยกันทั้งคู่ ในปี 2557 จบชั้น ม.3 ที่โรงเรียนชุมชนบ้านสำโรง  จังหวัดยโสธร ไม่เรียนต่อ ได้เดินทางไปทำงานที่ กทม.รับจ้างเป็นช่างไฟฟ้าเดินสายไฟภายในอาคาร โดยทำงานเป็นลูกมือให้ญาติที่รับงานมาทำ และเช่าบ้านอยู่แถวย่านวงแหวนกาญจนา “จนได้มาเจอน้องน้ำเต้า  เมื่อผมและญาติๆ ไปเดินสายไฟภายในบริษัท โตโยต้า ย่านถนนวงแหวนกาญจนา  น้องน้ำเต้าปิดเทอมลงไปทำงานแผนกล้างรถที่บริษัท โตโยต้า พบน้องเข้าครั้งแรกก็ถูกชะตา ตอนนั้นกับเดี๋ยวนี้รูปร่างก็คล้ายๆกัน คงเป็นเพราะผมชอบผู้หญิงสเปกนี้ครับ” เด่นชัยกล่าว นายเด่นชัยกล่าวต่อว่า ยิ่งมาสอบถามทราบว่า น้องน้ำเต้าเป็นคนอำเภอมหาชนะชัย ด้วยกัน จึงบอกญาติว่าใช่เลยหญิงคนนี้ ต้องเป็นแม่ของลูกตนแน่ๆ ญาติก็แซวตนถ้ารักจริงจะทาบทามให้เอาไหม ตนก็บอกตกลงโดยไม่ลังเล ซึ่งตนนึกว่าญาติจะไม่ติดต่อน้องน้ำเต้า ในวันนั้น พอตกบ่ายตนสังเกตเห็นน้องน้ำเต้า เห็นอมยิ้มมองมาทางตน ตนเลยตัดสินใจขอเป็นแฟนวันนั้นเลย ซึ่งน้องน้ำเต้า เป็นคนร่าเริงพูดว่า “ถ้าชอบก็ให้แม่มาขอ จะไม่เอาค่าดองแม้แต่บาทเดียว” ตนได้ยินหัวใจพองโตนึกในใจคงได้เมียแน่แล้ว น้องน้ำเต้าทำงานล้างรถที่ บริษัทโตโยต้า ประมาณ 1 เดือนก็กลับบ้าน มาเรียนหนังสือ และนัดตนให้ตนไปสู่ขอ หลังน้องน้ำเต้ากลับมา 2 สัปดาห์ ตนก็กลับมาบ้านให้พ่อและญาติผู้ใหญ่ไปสู่ขอน้องน้ำเต้า ซึ่งพ่อถามตนว่าไปทำงานได้เงินมากไหม ถึงจะไปขอสาว ตนบอกพ่อว่าสาวที่จะไปขอ เขาไม่เอาค่าสินสอด พ่อจึงไปขอพร้อมกับแห่ขันหมากไปด้วยเลย ทางฝ่ายหญิงก็จัดเตรียมพานบายศรี หลังผู้เฒ่าผู้แก่พูดคุยกันเสร็จ ตนและน้องน้ำเต้า ก็เข้าบายศรีสูขวัญมีเพื่อน ญาติๆ มาผู้แขนอวยพรตามประเพณีอีสาน

นายเด่นชัยเผยว่า หลังแต่งงาน น้องน้ำเต้าก็ได้ลาออกจากโรงเรียนมหาชนะชัยวิทยาคม ชั้น ม.4 ซึ่งอยู่ด้วยกันมา 1 ปี ก็มีพยานรักตัวน้อยๆ ลืมตาดูโลก เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 ชื่อ ดญ.จารุพชญา หรือน้องข้าวหอม ตาลวิลาส ซึ่งตนกับน้องน้ำเต้าก็ขยันทำงานเพื่อเก็บเงินไว้ให้ลูก เนื่องจากทั้งรักทั้งหลงเพราะเป็นพยานรักคนแรก โดยน้องน้ำเต้า ทำงานที่ปั้งปรายฟ้าออยล์ ที่เปิดใหม่ ริมถนนสายมหาชนะชัย ไปจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนตนทำงานล้างรถที่ดนัยคาแคร์ อำเภอมหาชนะชัย และรับจ้างเดินสายไฟในอาคารควบคู่กันไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านสุดทนปลูกต้นไม้ประชดกลางถนนพังเป็นหลุมน้ำขัง เดือดร้อนนาน 3 ปี ไร้คนเหลียวแล

 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายณรงค์ พรมประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกรรมการหมู่บ้าน และตัวแทนชาวบ้านบ้านโคกเพชร ม.10 ต.หนองตาด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ร่วมกันออกมาร้องขอความช่วยเหลือ  พร้อมทั้งนำต้นไม้ และวัชพืช มาปลูกประชดกลางถนนเชื่อมต่อระหว่าง ต.หนองตาด อ.เมือง กับ ต.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ที่มีสภาพชำรุดเสียหายบางช่วง ที่เป็นลาดยางก็หลุดร่อนเป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงไม่มีลาดยางเป็นดินโคลนหน้าฝนมีน้ำขัง  ทำให้ชาวบ้านสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะลูกหลานที่ต้องขี่รถจักรยานยนต์ เดินทางไปเรียนหนังสือยังตัวอำเภอหรือจังหวัด รวมถึงชาวบ้าน เกษตรกรที่ต้องขนพืชผลการเกษตรไปจำหน่ายยังตัวจังหวัด และหนักที่สุดคือชาวบ้านที่เจ็บป่วยต้องเดินทางไปหาหมอยังโรงพยาบาลต้องสัญจรด้วยความยากลำบาก และใช้เวลาเดินทางนานจนกว่าจะถึงโรงพยาบาล โดยชาวบ้านและผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทาง ต้องทนกับสภาพถนนที่ชำรุดผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อมานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาเหลียวแล จึงได้ร่วมกันออกมาร้องขอความช่วยเหลือ ให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ามาสำรวจและเร่งซ่อมสร้างถนนที่ชำรุดเป็นถนนลาดยาง ให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างเร่งด่วนด้วย โดยชาวบ้านระบุว่าปัจจุบันถนนสายดังกล่าวอยู่ในความดูแลของเทศบาลตำบลหนองตาด นายณรงค์ กล่าวว่า ถนนสายดังกล่าวชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อมานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลแก้ไข สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นหน้าฝนทำให้มีน้ำขังถนนที่เป็นหลุม ทำให้รถที่สัญจรไปมาต้องเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง จึงอยากร้องขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้ามาสำรวจซ่อมสร้างถนนสายดังกล่าว เพื่อคลายความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านโดยเร่งด่วนด้วย ด้าน นายลุน อาศัยสุข นายสน ธรรมดา และนายหวัน วรบุตร ตัวแทนชาวบ้านโคกเพชรทั้ง 3 คน ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ชาวบ้านต้องทนสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก มานานกว่า 3 ปีแล้ว เพราะถนนมีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อเกือบตลอดทั้งสาย  โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นหน้าฝนทำให้มีน้ำขังตามหลุมบ่อ บางช่วงเป็นโคลนตม ทำให้ผู้ที่สัญจรไปมาเสี่ยต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะบุตรหลานที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าว สัญจรไปโรงเรียนก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสำรวจซ่อมสร้างถนนสายดังกล่าวให้สามารถสัญจรได้อย่างสะดวก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านโดยเร็วด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

กาชาด ชวนคนไทยร่วมบริจาคเลือดสำรอง ช่วงเทศกาลสงกรานต์

สภากาชาด

สภากาชาดไทย ชวนคนไทยร่วมบริจาคโลหิต ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เผย รพ.ต้องการใช้เลือดเพิ่มเท่าตัว เนื่องจากมีการเดินทางจำนวนมาก-เสี่ยงอุบัติเหตุ …

วันที่ 11 เม.ย.59 พญ.อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงที่มีความต้องการใช้โลหิตมากกว่าช่วงปกติถึงเท่าตัว เนื่องจากมีการเดินทางจำนวนมาก ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ป่วยโรคอื่นที่ต้องใช้โลหิตในการรักษาอีกจำนวนมาก ซึ่งศูนย์บริการโลหิตฯ จำเป็นต้องรับบริจาคเลือดให้ได้วันละ 2,000 ยูนิต และต้องสำรองเลือดในคลังอีก 3,000 ยูนิต จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมกันบริจาคโลหิตในโครงการ “แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.นี้ ที่ศูนย์บริการโลหิตฯ ถนนอังรีดูนังต์ โดยวันที่ 11 เม.ย. เวลา 08.00-16.30 น. วันที่ 12 เม.ย. เวลา 07.30-19.30 น. และวันที่ 13 -17 เม.ย. เวลา 08.30-15.30 น.ทั้งนี้ ผู้บริจาคโลหิตในโครงการฯ จะได้รับเสื้อยืด “Give Blood for MOM” เป็นที่ระลึกด้วย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต ศูนย์บริการโลหิตฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2256-4300, 0-2263-9600-99 ต่อ 1101

ที่มา>>>Thairath

น้องหมาถูกยิงคอทะลุอาการร่อแร่ แม่เฒ่าเมืองคอนแจ้งจับเพื่อนบ้าน

แม่เฒ่าเมืองคอน โร่แจ้งตำรวจ สุนัขถูกยิงที่โคนขาขวาหน้าทะลุลำคอด้านซ้าย อาการร่อแร่หายใจรวยริน อ้าง เพื่อนบ้านใกล้เคียงเป็นมือปืน หลังเคยก่อเหตุมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะ จนท. เตรียมเรียกเพื่อนบ้านต้องสงสัยสอบ

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 59 ร.ต.อ.หญิงนาลิน ปรีชาชาญ รอง สว.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งกลางดึกที่ผ่านมาว่ามีเหตุยิงสุนัขของ นางแนบ อินทเรือง อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมืองนครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.สุเทพ สังข์เส้ง หัวหน้าสายตรวจประจำตำบลมะม่วงสองต้น รุดไปตรวจสอบ บริเวณหน้าบ้านพบสุนัขพันธุ์ผสมสีขาว ชื่อน้องเดียว อายุ 6 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .22 เข้าที่โคนขาขวาหน้าทะลุลำคอด้านซ้าย เลือดไหลเปรอะเปื้อน บาดเจ็บสาหัส นอนหายใจรวยริน ส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด โดยมีชาวบ้านพยายามที่จะช่วยยื้อชีวิตอย่างเต็มที่

นางแนบ กล่าวว่า น้องเดียว เป็นสุนัขเชื่อง ไม่ดุร้าย แสนรู้ ไม่เคยกัดใคร แต่มักจะส่งเสียงเห่าคนแปลกหน้า ก่อนเกิดเหตุ น้องเดียว และสุนัขที่เลี้ยงไว้อีก 3-4 ตัว พร้อมหลานๆ อายุ 8-12 ปี วิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ซึ่งห่างออกไปประมาณ 50 เมตร กระทั่งเด็กๆ ชวนกันกลับเข้าบ้านก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด พร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของสุนัขที่พยายามวิ่งหนีกลับมาบ้านและล้มลง เมื่อตรวจดูพบว่าถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .22 และจะเอาเรื่องเพื่อนบ้านรายนี้จนถึงที่สุด

ด้าน นายธำรงค์ อินทเรือง อายุ 50 ปี บุตรชาย นางแนบ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เพื่อนบ้านคนดังกล่าวยังเคยใช้อาวุธปืนยาวขนาด .22 ยิง น้องเดียว บริเวณขาหลังด้านซ้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว แต่ช่วยกันส่งรักษาจนรอดตายมาได้ ในครั้งนี้จึงสงสัยว่าเพื่อนบ้านคนเดิม อีกทั้งช่วงเกิดเหตุคลินิกรักษาสัตวก็ปิดหมดแล้ว โดยต้องรอถึงเช้าจึงจะนำไปส่งรักษา

ทั้งนี้ แม้จะไม่มีใครเห็นว่าคนที่ยิงสุนัขเป็นใคร แต่ในหมู่บ้านมีเพียงเพื่อนบ้านคนดังกล่าวที่ชอบเดินแบกปืนยาวขนาด .22 เดินไปมารอบๆ บริเวณบ้าน ซึ่งเด็กๆ ต่างยืนยันว่าได้ยินเสียงปืนดังมาจากบริเวณหน้าบ้านคนดังกล่าว ยืนยันว่าจะให้ตำรวจดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ กับเพื่อนบ้านรายนี้

ขณะที่ ร.ต.อ.หญิงนาลิน กล่าวว่า ในทางคดีแม้ผู้เสียหายและพยานจะระบุตัวมือปืนแน่ชัด แต่ถือว่ายังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้จะเชิญเจ้าของสุนัขและพยานมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติม และออกหมายเรียกตัวผู้ต้องสงสัยมาพบ เพื่อสอบสวนปากคำตามขั้นตอนของกฎหมาย หากมีพยานหลักฐานเพียงพอก็จะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ด่วน ! คาร์บอมบึ้มกลางกรุงอังการา ตุรกี ตาย 27 เจ็บครึ่งร้อย

 * ด่วน ! คาร์บอมบึ้มกลางกรุงอังการา ตุรกี ตาย 27 เจ็บครึ่งร้อย *

คาร์บอม อังการา

คาร์บอม อังการา

เกิดเหตุคาร์บอมใจกลางกรุงอังการา ประเทศตุรกี ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ศพ บาดเจ็บ 75 ราย

วันที่ 13 มีนาคม 2559 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดบริเวณใจกลางกรุงอังการา เมืองหลวงของประเทศตุรกี เมื่อเวลา 18.43 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ศพ และเจ็บกว่า 75 ราย

คาร์บอม อังการา

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เผยว่าได้ยินเสียงปืนหลังเกิดเหตุ โดยเสียงระเบิดดังไกลถึง 2.5 กิโลเมตร และยืนยันว่าเป็นคาร์บอมบ์ ขณะที่ล่าสุดยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบในเหตุดังกล่าว ล่าสุดได้ทำการปิดพื้นที่บริเวณเกิดเหตุแล้ว

ภาพจาก เดลี่สตาร์, ทวิตเตอร์ trtworld