ยกนิ้วให้เลย ! ภาพตำรวจไทยออกเวรเช้า อาสาขี่รถส่งนักท่องเที่ยวฝรั่งให้ทันรถบัส

 * ยกนิ้วให้เลย ! ภาพตำรวจไทยออกเวรเช้า อาสาขี่รถส่งนักท่องเที่ยวฝรั่งให้ทันรถบัส *

ตำรวจส่งนักท่องเที่ยว

โลกออนไลน์ชื่นชมตำรวจคนดี อาสาพาฝรั่งสาวซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ หลังพลาดรถบัสเที่ยวสำคัญ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด) ได้โพสต์ภาพแนะนำเรื่องราวดี ๆ ที่น่าประทับใจ โดยเป็นภาพของตำรวจจราจรนายหนึ่ง กำลังขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจ และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสาวพร้อมเป้สะพายใบใหญ่กำลังซ้อนท้าย พร้อมระบุข้อความว่า…

#ตำรวจดีๆ …จราจรหล่มสัก ออกเวรเช้า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตกรถ (ไม่ทันรถ) อาสาขับรถไปส่ง สายขอนแก่น-เชียงใหม่ “ทำเต็มที่ ทำดีที่สุด”

จึงสามารถระบุได้ว่า ตำรวจจราจรนายนี้ ได้อาสาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่คุ้นชินเส้นทาง ด้วยการพาขี่จักรยานยนต์ไปส่งให้ทันรถบัสเที่ยวสำคัญนั่นเอง

รูปภาพดังกล่าวได้รับความนิยมจากชาวเฟซบุ๊กอย่างมาก มีการแชร์ส่งต่อกันมากถึง 2,100 ครั้ง ภายในเวลาเพียง 21 ชั่วโมงนับตั้งแต่ภาพถูกโพสต์ และยังมีชาวเน็ตอีกมากมายร่วมเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อภาพดังกล่าว โดยส่วนใหญ่แสดงความชื่นชมต่อความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่ และส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย

ภาพจาก คุณ Bossx Seewiseng

ตะลึง ! สรีระสังขารหลวงพ่อพูล เปลี่ยนเป็นสีทอง

 * ตะลึง ! สรีระสังขารหลวงพ่อพูล เปลี่ยนเป็นสีทอง *

หลวงพ่อพูล

สุดอัศจรรย์ ! สรีระสังขารหลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เปลี่ยนจากสีดำกลายเป็นสีทอง หลังมรณภาพมา 11 ปี

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม พร้อมด้วยคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันจัดพิธีเปลี่ยนผ้าครองสังขารของหลวงพ่อพูล อัตตรักโข อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ที่ได้มรณภาพไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2548 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา รวมเวลาถึง 11 ปี

โดยสรีระสังขารของหลวงพ่อพูลได้ถูกเก็บไว้ในโลงแก้ว เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ และในทุกวันมาฆบูชาของทุก ๆ ปี จะมีการทำพิธีเปลี่ยนผ้าครองสังขาร ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

อ่านเพิ่มเติม ตะลึง ! สรีระสังขารหลวงพ่อพูล เปลี่ยนเป็นสีทอง

หมออึ้ง ตรวจเจอคนไข้เลือดสีชมพู เพราะยาลดความอ้วน

 * หมออึ้ง ตรวจเจอคนไข้เลือดสีชมพู เพราะยาลดความอ้วน *

เลือดสีชมพู

หมออึ้ง ! เจอคนไข้เลือดสีชมพู เพราะยาลดความอ้วน เตือนมีคำว่า “สมุนไพร” ก็อันตราย โดยเฉพาะ มะขามแขก ชี้เป็นยาระบายไม่ใช่ยาลดความอ้วน วอนเลิกกินยาลดความอ้วน ทำตับพัง ไขมันในเส้นเลือดสูง

ทำเอาแพทย์อึ้งกันเลยไปทีเดียว เมื่อตรวจพบว่าเลือดของคนไข้รายหนึ่งเป็น “สีชมพู” ซึ่งสาเหตุมาจากการกินยาดีท็อกซ์ลดความอ้วน โดยแพทย์ระบุว่า คนไข้รายนี้มาด้วยอาการปวดท้องและมีอาการแทรกซ้อนหลายอย่าง จนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ นอกจากนี้ยังไม่สามารถเอาเลือดตรงนั้นมาตรวจอะไรได้ เพราะเลือดใช้ไม่ได้เลย และขณะนี้คนไข้ก็อาการไม่ดี

ทั้งนี้ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ระบุว่า ยาดีท็อกซ์ ที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ทำให้หลายคนเขา้ใจว่ากินได้ปลอดภัยไม่เป็นอันตราย แต่จริง ๆ แล้วอันตรายมาก ๆ โดยเฉพาะมีส่วนผสมของมะขามแขก ซึ่งดูเหมือนสมุนไพรธรรมดา แต่สรรพคุณที่แท้จริงคือเป็นยาระบายไม่ใช่ยาลดความอ้วน แถมยังบอกว่าด้วยว่าจะขับเมือกไขมัน พร้อมระบุว่า คนเราไม่ใช่ปลา ไม่มีเมือก และพวกมะขามแขกเหล่านี้ก็กินมากไปไม่ดี ทำให้เราเสียน้ำเสียเกลือแร่จนหมดแรง

อ่านเพิ่มเติม หมออึ้ง ตรวจเจอคนไข้เลือดสีชมพู เพราะยาลดความอ้วน

สาวเซ็กซี่เมาแล้วขับ ชนต่างด้าวตาย โพสต์หรา กูฆ่าคนตาย 3 ศพ

 * สาวเซ็กซี่เมาแล้วขับ ชนต่างด้าวตาย โพสต์หรา กูฆ่าคนตาย 3 ศพ *

ด่ากันระงม ! สาวเซ็กซี่เมาแล้วขับ ชนต่างด้าวตาย โพสต์หรา “กูฆ่าคนตาย 3 ศพ” งานนี้ชาวเน็ตต่างสาปแช่งกันยกใหญ่ เมาแล้วขับว่าแย่แล้ว แต่โพสต์แบบไม่สำนึกแย่กว่า

ด่ากันระงมโซเชียล เมื่อสาวเซ็กซี่คนหนึ่งได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “กูฆ่าคนตาย 3 ศพ” เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 พร้อมกับภาพอุบัติเหตุที่มีรถเก๋งชนกับรถมอเตอร์ไซค์ข้าวของกระจัดกระจายทั่ว งานนี้ทำเอาชาวโซเชียลถึงกับฉุน เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างมาก ขณะที่บางคนคิดว่าอาจจะเป็นการโพสต์เล่น ๆ ก็เป็นได้

แต่ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบก็พบว่า ชื่อของผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวตรงกับชื่อหญิงสาวผู้ที่ขับรถจนเกิดอุบัติเหตุจริง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ หญิงสาวได้ขับรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์ ที่ถนนเลียบชายหาดพีเอ็มวาย เลยร้านเจ๊หวานซีฟู๊ด มุ่งหน้าหาดสุชาดา ม.2 ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง โดยในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย (เป็นชาวกัมพูชา) และบาดเจ็บ 3 ราย

ส่วนทางด้านหญิงสาวที่ขับรถ อายุ 26 ปีได้รับบาดเจ็บถูกกระจกบาดที่แขนบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า หญิงคนดังกล่าวไปกินดื่มกับเพื่อนมา เมื่อมาถึงยังที่เกิดเหตุได้ล้ำเลนถนนไปชนรถจักรยานยนต์ที่วิ่งสวนเลนมาก่อนลากไปไกล อีกทั้งยังแฉลบไปชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง พร้อมกับยอมรับว่า “เมาสุรา”

อย่างไรก็ดี ชาวเน็ตได้กล่าวสาปแช่งกับการกระทำของหญิงสาวรายนี้เป็นอย่างมาก โดยชี้ว่าการเมาแล้วขับชนคนตายว่าแย่แล้ว ยังมาโพสต์หราดูภูมิใจที่ได้ก่อเหตุเช่นนี้อีกด้วย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก kuynandetective

ชายอ้างตัวเป็นพระนเรศวร กระโดดถีบชิงมอเตอร์ไซค์ที่ปั้ม

 * ชายอ้างตัวเป็นพระนเรศวร กระโดดถีบชิงมอเตอร์ไซค์ที่ปั้ม *

ชายอ้างตัวเป็นพระนเรศวร

คนร้ายอ้างตัวเป็นพระนเรศวร กระโดดถีบเหยื่อชิงรถจักรยานยนต์ ที่ปั้มน้ำมันในนครนายก กล้องวงจรปิดจับภาพได้ พบทำทีเข้ามาเติมน้ำมันก่อน

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์ภายในปั้มน้ำมัน บริเวณถนนนครนายก-รังสิต อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครนายก ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ทำทีขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาเติมน้ำมันภายในปั้ม ก่อนวิ่งไปชิงรถจักรยานยนต์ของคนที่มาจอดเข้าห้องน้ำไป

ด้าน นางสาวสุนัดดา กำจัดภัย ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนขี่รถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีขาว-ฟ้า หมายเลขทะเบียน กข 193 มาเข้าห้องน้ำที่ปั้มโดยให้แฟนรออยู่ที่รถ แต่แล้วคนร้ายก็วิ่งตรงเข้ามาตะโกนว่า “ข้าคือพระนเรศวร” และกระโดดถีบแฟนหนุ่มจนล้ม ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป แล้วทิ้งรถของตัวเองที่ก่อเหตุไว้ โดยภายในรถที่ถูกขโมยไปมีเนื้อหมูที่ตนจะนำไปขายอยู่กว่า 10 กิโลกรัม

อ่านเพิ่มเติม ชายอ้างตัวเป็นพระนเรศวร กระโดดถีบชิงมอเตอร์ไซค์ที่ปั้ม

สาวขอลาออก แต่ถูกผู้บริหารถุยน้ำลายใส่ กระทืบหน้าบวม

 * สาวขอลาออก แต่ถูกผู้บริหารถุยน้ำลายใส่ กระทืบหน้าบวม *

พนงสาวลาออก ถูกเจ้านายกระทืบ

แชร์สนั่น สาวขอลาออก แต่ถูกผู้บริหารสูงสุดด่าเนรคุณ ถุยน้ำลายใส่ ก่อนกระทืบซ้ำ ขอถามทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้

กลายเป็นประเด็นที่สังคมอยากได้คำตอบ ว่าเพราะอะไร “เจ้านาย” ถึงได้โหดร้ายถึงเพียงนี้ !! สำหรับเหตุการณ์ที่หญิงสาวคนหนึ่งขอเขียนใบลาออก แต่กลับถูกผู้บริหารสูงสุดผลักล้มและกระทืบจนหน้าบวมช้ำ

โดย คุณ Fern Nichi ได้โพสต์ภาพและเรื่องราวดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งภาพนั้นเป็นใบหน้าของตัวเธอเองที่เบ้าตาบอบช้ำ และมุมปากล่างซ้ายก็มีรอยเขียว ๆ ด้วย พร้อมมีใบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ข้อความที่เธอโพสต์เธอถามว่า เธอทำผิดอะไรขนาดนั้นถึงได้กระทืบและถุยน้ำลายใส่หน้าขนาดนี้ ยังไม่พอ…ยังผลักเธอล้มและกระทืบเธอซ้ำอีก เพียงแค่เธอขอเขียนใบลาออก นอกจากนี้ยังด่าเธอว่าเนรคุณบริษัท เป็นถึงผู้บริหารสูงสุดทำไมทำกับผู้หญิงได้ลงคอ

อ่านเพิ่มเติม สาวขอลาออก แต่ถูกผู้บริหารถุยน้ำลายใส่ กระทืบหน้าบวม

นมัสการพระบาทพลวง ที่เขาคิชฌกูฏจันทบุรี ปี 2559

 * 
นมัสการพระบาทพลวง ที่เขาคิชฌกูฏจันทบุรี ปี 2559 *

เขาคิชฌกูฏ2559

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Mogmag, อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ และ คู่หูเดินทาง

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ หรือที่ใคร ๆ เรียกกันจนติดปากว่า “เขาคิชฌกูฏ” มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏได้แก่ น้ำตกกระทิง, น้ำตกคลองช้างเซ, ยอดเขาพระบาท และที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษนั้น เห็นจะเป็นการนมัสการ “รอยพระบาทเขาคิชฌกูฏ” หรือ “พระบาทพลวง” นั่นเอง

ทั้งนี้ประชาชนจะนิยมไปนมัสการพระบาทพลวงเป็นจำนวนมากเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับ ตัวเองโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปีจะมีประชาชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืน ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของเขาคิชฌกูฏก็ได้จัดงานนมัสการพระบาทพลวงเป็นประจำทุกปีในช่วงขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 อีกด้วย

อย่างไรก็ตามในปี 2559 เทศบาลตำบลพลวง ร่วมกับจังหวัดจันทบุรี ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานนมัสการรอยพระพุทธพลวง เขาคิชฌกูฏ ประจำปี 2559 ในระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 7 เมษายน 2559 ณ เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี โดยกำหนดการทำพิธีบวงสรวงปิดป่า (เปิดงาน) ยังเหมือนเดิมคือ วันที่่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งสามารถเข้าร่วมทำพิธีได้ที่ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน

กำหนดการ

วันที่ 22-26 มกราคม 2559 : ร่วมกิจกรรมบวชชีพราหมณ์

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 : บวงสรวงปิดป่าและพิธีเปิดงาน

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 : เปิดงานนมัสการรอยพระพุทธพลวง เขาคิชฌกูฏ ประจำปี 2559 ให้ประชาชนเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ

วันที่ 7 เมษายน 2559 : บวงสรวงเปิดป่าและพิธีปิดงาน

วันที่ 8 เมษายน 2559 : ปิดเขา

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่ เฟซบุ๊ก เขาพระบาทพลวง จันทบุรี และ เฟซบุ๊ก กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่…

วัดกะทิง โทรศัพท์ 0 3945 2056

เทศบาลตำบลพลวง โทรศัพท์ 0 3930 9281

ทั้งนี้กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือจากทีมกู้ชีพในพื้นที่การจัดงานเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ ตั้งแต่บริเวณวัดพลวงจนถึงบนพื้นที่เขาทั้งหมด สายด่วน 09 8383 7800 ห้องวิทยุศูนย์กู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี หรือทางวิทยุสื่อสาร CB245 ช่อง 30 (245.3625MHz) ตลอด 24 ชั่วโมง

ตำนานรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ

ตำนานรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏมีอยู่ว่า นายติ่งและคณะได้ขึ้นบนเขาเพื่อไปหาไม้กฤษณามาขาย และได้ไปพักเหนื่อยบนลานหินกว้าง ระหว่างนั้นเพื่อนของนายติ่งคนหนึ่ง ได้ถอนหญ้าเพื่อนอนพักก็พบแหวนใหญ่ขนาดสวมหัวแม่เท้าได้ และเมื่อช่วยกันตรวจดูก็พบหินแผ่นหนึ่ง มีพื้นที่เป็นรอยรูปก้นหอย ต่อมานายติ่งและเพื่อนได้นำบุตรชายไปอุปสมบทที่วัดพลับ รุ่งขึ้นก็มีงานปิดรอยพระพุทธบาทจำลอง นายติ่งซื้อทองไปปิดแล้วจึงพูดว่าแถวบ้านตนก็มีรอยแบบนี้เช่นเดียวกัน พอดีมีพระได้ยินเข้าจึงไปเรียนให้เจ้าอาวาสวัดรับทราบ เจ้าอาวาสจึงเรียกนายติ่งเข้าไปสอบถาม พร้อมกับส่งคณะขึ้นไปพิสูจน์ดู ก็พบว่าเป็นความจริง และเมื่อตรวจดูบริเวณรอบ ๆ ก็พบกับสิ่งประหลาดมหัศจรรย์อีกหลายอย่าง รอยพระพุทธบาทนั้นท่านทรงเหยียบจารึกไว้ที่ศิลาแผ่นใหญ่ บรรจุคนนั่งได้ร้อยกว่าคน บนยอดเขาสูงสุด กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร

ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรอยพระพุทธบาทมีหินกลมก้อนหนึ่งใหญ่มาก เรียกว่า หินลูกพระบาท ตั้งขึ้นมาอย่างน่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์ มองดูคล้ายลอยอยู่เฉย ๆ มีคนกล่าวว่าเขาเคยเอาด้ายสายสิญจน์คล้องแล้วหลุดออกมาได้ และยังมีหินอีกลูกอยู่ตรงข้ามกับหินลูกพระบาทนี้ ก็มีรอยพระหัตถ์ไปรับหินก้อนนี้ จากรอยพระพุทธบาทกับรอยพระหัตถ์นั้น ห่างกันประมาณ 5 เมตร และยิ่งแปลกไปกว่านั้น ในก้อนหินตรงกันข้ามกับรอยพระหัตถ์ ยังมีรูปรอยเท้าใหญ่ ซึ่งเรียกกันว่ารอยเท้าพญามาร เพียงแหงนหน้าขึ้นไปจะมองเห็นได้ทันที สูงประมาณ 15 เมตร

ต่อจากนั้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากหินลูกนี้ไปเพียง 15 วา มีหินลูกข้างบนเป็นลานและมองเห็นรอยรถหรือรอยเกวียน เมื่อยืนบนหินลูกนั้นมองลงไปทางทิศเหนือจะเห็นถ้ำเต่า หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของรอยพระพุทธบาทจะเห็นถ้ำช้าง และถ้ามองจากรอยพระพุทธบาทขึ้นไป จะเห็นหินก้อนหนึ่งมีรูปลักษณะคล้ายช้างจริง เลยจากช้างไปสูงสุดนั้นเรียกกันว่าห้างฝรั่ง เพราะฝรั่งได้ขึ้นไปตั้งห้างส่องกล้องเพื่อทำแผนที่ มองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ยังมีถ้ำอีกถ้ำหนึ่งเรียกว่าถ้ำสำเภา เพราะมีหินก้อนหนึ่งข้างบนถ้ำมีลักษณะคล้าย ๆ เรือสำเภา และยังมีอีกถ้ำหนึ่งใต้พระบาทนี้เรียกว่าถ้ำตาฤาษี

พระบาทพลวง หรือ พระพุทธบาทพลวง ประดิษฐานอยู่บนเขาคิชฌกูฎ โดยพระบาทพลวงนี้เป็นรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ กว้าง 1เมตร ยาว 2 เมตร อยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรที่จังหวัดจันทบุรี และถือว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดของประเทศไทยและอยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 40 กิโลเมตร

โดยการจัดเดินป่าขึ้นยอดเขาคิชฌกูฏ เป็นงานประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูง และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก…ในอดีตจะเป็นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขา แต่ในปัจจุบันมีรถบริการให้ประชาชน ได้เดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ส่วนกิจกรรมในงานกราบสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฎ การเดินทางเริ่มต้นที่วัดพลวงไปตามถนนระยะทาง 8 กิโลเมตร จากนั้นเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏ หรือเขาพระบาท เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา ที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาท หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระบาทซึ่งมีอากาศเย็นสบายนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน

ซึ่งในช่วงเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงพุทธศาสนิกชนที่มีศรัทธาจะเดินทางขึ้นเขาไปแสวงบุญเป็นจำนวนมาก เพราะนอกจากจะได้นมัสการพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์แล้วยังจะได้ชมความงดงามแปลกอัศจรรย์ของหินลูกพระบาท ก้อนหินกลมใหญ่ริมหน้าผา และได้รับความสดชื่นจากบรรยากาศบนยอดเขาคิชฌกูฏ นอกจากนี้ผู้ที่ถึงวัดพลวงตอนเย็น สามารถพักค้างคืนเพื่อเริ่มขึ้นยอดเขาในตอนเช้าได้โดยทางวัดมีที่พักและที่อาบน้ำไว้รองรับคนได้จำนวนมาก (ว้าว…)

สำหรับการเดินทางนั้นก็ง่ายแสนง่าย หากมาตามถนนสุขุมวิท ถึงทางแยกเข้าตัวเมืองจันทบุรี (สี่แยกเขาไร่ยา)ให้เลี้ยวลงถนนทางน้ำตกกระทิง หรือถนนบำราศนราดูร จากทางแยกเขาไร่ยาไปถึงน้ำตกกระทิงประมาณ 20 กิโลเมตร เลยวัดกะทิงไป 400 เมตรถึงแยกขวามือไปวัดพลวง เป็นถนนลูกรังระยะทาง 3 กิโลเมตร เมื่อถึงวัดพลวงจะเป็นจุดเริ่มต้นขึ้นไปยังยอดเขามีรถรับจ้างทดเฟืองพิเศษรับไปส่งถึงจุดที่ใกล้ที่สุดและเดินเท้าต่ออีกประมาณ 40 นาที

น้องมะลิ ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก อาการจึงเป็นเยี่ยงนี้!!!   

115216-r-1455252888261

สร้างความน่ารักได้ตลอดเวลาสำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาวสุดน่ารักวัย 2 ขวบเศษของพระเอกผู้ล่วงลับไปแล้ว ปอ ทฤษฎี ล่าสุดเช้านี้ (12ก.พ.) น้องมะลิ และคุณแม่คนเก่ง โบว์ แวนดา ได้เดินทางไปทริปเกาะกูด จ.ตราด โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ก็เลยมีภาพน่ารักๆ ของ น้องมะลิ ขณะขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ซึ่งลูกพี่ลิดูจะตื้นเต้นเอามากๆ และสามารถเรียกรอยยิ้มให้แก่แฟนคลับได้มีความสุขอีกครั้ง          

นอกจากจะเห็นความน่ารักของ น้องมะลิ แล้ว เรายังได้เห็นสายใยความผูกพันธ์ระหว่างแม่-ลูก ของ แม่โบว์ กับ น้องมะลิ ที่ต่างฝ่ายต่างดูแลและเต็มเติมซึ่งกันและกันอย่างน่ารัก

115217-r-1455252980222115218-r-1455253005281115219-r-1455253031388115220-r-1455253061349

ขอบคุณภาพจาก IG sudsapda, ket_tasara, bangkokairways