สิบล้อแหกโค้ง 100 ศพ สังขละบุรี เจ็บ 3 ราย คาดไม่ชินทาง

รถบรรทุกสิบล้อ แหกโค้งเนินยาว หรือโค้งที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า โค้ง 100 ศพอ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เสาไฟฟ้าหัก 1 ต้น คาดคนขับไม่ชินทาง …

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 10 เม.ย. 59 พ.ต.ท.บุรี ภุมรินทร์ ร้อยเวร สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งว่ามีรถบรรทุกสิบล้อแหกโค้งเนินยาว หรือโค้งที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า โค้ง 100 ศพ มีผู้บาดเจ็บหลายราย หลักกิโลเมตรที่ 65-66 ถนน ทองผาภูมิ-สังขละบุรี พื้นที่หมู่ 1 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-1604 กำแพงเพชร จอดอยู่ข้างทางสภาพพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า ข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนรอคันรถ มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ชาย 1 หญิง 2 รายร้องขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังพบเสาไฟฟ้าหัก 1 ต้น ทำให้ไฟฟ้าทั้งอำเภอสังขละบุรี ดับประมาณ 1 ชั่วโมง ปิดการจราจรชั่วคราว รถติดประมาณ 4 กิโลเมตร

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวมี นายวิษณุ จัมมา อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 116 หมู่ 2 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นผู้ขับ และได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลหน้าอก แผลขาขวา โดยมีนางสาวเปรมฤมาศ ดอกสวน อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 116 หมู่ 2 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง บาดเจ็บที่สะโพก แผลแขนด้านซ้าย และ นางประนอม แจ่มใส อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.เกาะสำโรง อ.เมืองกาญจนบุรี นั่งรถคันดังกล่าวมาด้วยจากการสอบสวน ทราบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าว ขับมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นทางลงเขาโค้งลาดชัน และมีระยะทางทอดยาวกว่า 3 กิโลเมตร เปลี่ยนเกียร์รถไม่ทัน และได้เหยียบเบรกมาตลอดทางจนเบรกไหม้ ไม่สามารถบังคับรถไว้ได้ ตกลงเขาวิ่งชนแท่นแบริเออร์ปูนขอบทางและชนเสาไฟฟ้าข้างทางจนรถเสียหลักหลุดลงข้างทางพลิกคว่ำ ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากคนขับไม่ชินกับเส้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายดำเนินคดีต่อไป.

(ภาพจาก:สมชายการค้าสังขละบุรี)

ที่มา>>>Thairath

สาวเอสโคล่า คว้าชัย 2 เกมรวด จ่อซิวแชมป์ ลูกยางพีเอสแอล

เอสโคล่า คลับ ทีมลูกยางสาวจากไทย โชว์ฟอร์มดุเก็บชัยสองเกมรวด ศึกพีเอสแอล อินวิเตชั่นแนล 2016 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ มีโอกาสคว้าแชมป์สูงทีเดียว…

การแข่งขันวอลเลย์บอลพีเอสแอล อินวิเตชั่นแนล 2016 วันที่ 8 เมษายน 2559 ที่สนามฟิลออยล์ ฟลายอิ้ง วี เซ็นเตอร์ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เกมนัดที่ 2 เอสโคล่า คลับ จากประเทศไทย พบ เปตรอน ไตร-แอ็คทีฟ สไปเกอร์

ผลงานในเกมนัดแรก สาวไทย เอาชนะ เอฟ 2 โลจิสติกส์ คาร์โก มูฟเวอร์ส 3-0 เซต ขณะที่ เปตรอน พ่ายให้กับ อาร์ซี โคล่า มา 3-1 เซต

โค้ชชำนาญ ดอกไม้ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมไทย ยังคงยึดตัวผู้เล่นหลัก 6 คนแรก ที่ใช้ลงสนามในเกมกับ โลจิสติกส์ ประกอบไปด้วย ฑิชาญา บุญเลิศ, จรัสพร บรรดาศักดิ์, วัชรียา นวลแจ่ม, สุทัตตา เชื้อวู้หลิม, สินีนาฏ โพธิ์เจริญ, ศศิพาพร จันทวิสูตร และอนิสา ยอดพินิจ

เซตแรก เอสโคล่า ออกตัวได้ดี ทำแต้มขึ้นนำตลอด รวมทั้งรูปเกมของทีมจากฟิลิปปินส์ ยังไม่เข้ารูปเข้ารอย โดยสาวไทย เอาชนะไปได้ในเซตแรก 25-12 ขึ้นนำ 1-0 เซต เซตที่สอง เกมยังเป็นของสาวไทย เช่นเดิม โดยเฉพาะเกมรุก ที่ยังทำได้เด็ดขาด และในเซตนี้ เอสโคล่า ชนะไปอีกที่สกอร์เดิม 25-12 นำ 2-0 เซต

เซตที่สาม เจ้าถิ่นทำผลงานได้ดีมากขึ้น ทำคะแนนขึ้นนำตลอด แต่สาวไทยยังมาเร่งเครื่องแซงชนะไปในช่วงท้ายเกม 25-23 สาวไทย ชนะไป 3-0 เซตเอสโคล่า คลับ เก็บชัยเกมที่สองตามคาด

สรุปผลการแข่งขัน เอสโคล่า คลับ ชนะ เปตรอน ไตร-แอ็คทีฟ สไปเกอร์ 3-0 เซต 25-12, 25-12, 25-23 สาวไทย ชนะไป 2 นัดรวด มีโอกาสคว้าแชมป์ในรายการนี้ค่อนข้างสูง

ขณะที่ผลการแข่งขันอีกหนึ่งคู่ อาร์ซี โคล่า-อาร์มี่ ทรูปเปอร์ส ชนะ เอฟ 2 โลจิสติกส์ คาร์โก มูฟเวอร์ส 3-0 / 25-21, 25-20, 25-16 ส่งผลให้ ทั้งอาร์ซี โคล่า และเอสโคล่า ชนะ 2 นัดรวดเท่ากัน และทั้งคู่จะเจอกันเองในเกมนัดสุดท้าย เพื่อตัดสินแชมป์ ในวันที่ 9 เมษายน 2559 เวลา 13.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย

หลังจบเกมการแข่งขัน โค้ชชำนาญ ดอกไม้ หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวว่า การแข่งขันใน 2 เซตแรก ถือว่าเราทำได้ดี ที่เอาชนะไปได้ไม่ยาก แต่ในเซตที่ 3 ต้องการที่จะทดลองผู้เล่นดาวรุ่ง และถือว่าน่าพอใจ แม้ว่าเราจะชนะแบบหืดจับก็ตาม ส่วนเกมในนัดต่อไป มองว่าเราจะน่าสู้ได้ อาจจะกังวลในเรื่องของเสียงเชียร์ แต่เชื่อว่าผู้เล่นที่มากประสบการณ์อย่าง สุทัตตา เชื้อวู้หลิม และจรัสพร บรรดาศักดิ์ น่าจะกระตุ้นน้องๆ และพาทีมคว้าชัยชนะได้.

ที่มา>>>Thairath

รองผู้การฯ โคราช แนะเส้นทางเลี่ยง หนีรถติด ถ.มิตรภาพ

รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา แนะใช้เส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพหลังประชาชนแห่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปเที่ยวสงกรานต์

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.59 พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รับผิดชอบงานจราจร ได้แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ โดยได้แนะนำ 5 เส้นทางเลี่ยงถนนมิตรภาพมุ่งสู่จังหวัดทางภาคอีสานดังนี้ เส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนมิตรภาพสู่ภาคอีสานตอนบน 4 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางเลี่ยงที่ 1 ใช้เส้นทางสาย 21 ผ่านจังหวัดสระบุรี – ม่วงค่อม – ลำสนธิ – บำเหน็จณรงค์ – ชัยภูมิ

แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ว่า-ผู้การตำรวจโคราช ตรวจจุดบริการประชาชน ที่บ้านคอกวัวถนนมิตรภาพบายพาสมุ่งหน้าไป จ.ขอนแก่นส่วนเส้นทางเลี่ยงที่ 2 ใช้เส้นทางสาย 21 ผ่านจังหวัดสระบุรี – ม่วงค่อม – ท่าหลวง – ด่านขุนทด – หนองบัวโคก – ชัยภูมิ , เส้นทางเลี่ยงที่ 3 ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพจากจังหวัดสระบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าแก่งคอย – วังม่วง – ด่านขุนทด – ชัยภูมิ และ เส้นทางเลี่ยงที่ 4 ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดสระบุรี – ปากช่อง – สีคิ้ว – ด่านขุนทด – พระทองคำ – โคกสี – แวงน้อย – อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่นสำหรับเส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนมิตรภาพสู่ภาคอีสานล่าง ใช้เส้นทางอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี – บ้านนา – นครนายก – กบินทร์บุรี – สระแก้ว – ตาพระยา – ปะคำ – นางรอง – มุ่งสู่จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ที่จะเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ควรศึกษาเส้นทางการเดินทางอย่างละเอียด โดยเฉพาะเส้นทางเลี่ยงถนนสายหลัก และปริมาณรถสะสมบนถนนมิตรภาพก่อนที่จะออกเดินทาง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลาในการเดินทาง

ที่มา>>>Thairath

เชิญร่วมชมประติมากรรมเหล็กกล้าฝีมือศิลปินไทย ก่อนผลงานลัดฟ้าสู่นิวยอร์ก

ผลงานประติมากรรมที่มีรากฐานมาจากโขนและวรรณคดีไทยโบราณ แต่ใช้เทคนิคสมัยใหม่ในการใช้โลหะ บิด ดัด เชื่อมต่อ จนมีรูปร่างอ่อนช้อยตามใจนึก เป็นเทคนิคที่คิดค้นขึ้นโดยศิลปินที่ชื่อ บรรเจิด เหล็กคง ศิลปินชาวไทยที่ผลิตผลงานคุณภาพไว้มากมาย และล่าสุดที่ผลงานของเขากำลังจะถูกนำไปจัดแสดงไกลถึงใจกลางมหานครนิวยอร์ก

ศิลปะการใช้เหล็กของ คุณบรรเจิด เหล็กคง เกิดจากการใช้ศาสตร์และศิลป์ในการประยุกต์นำเอาเศษโลหะอย่างเช่น ชิ้นนอต สกรู เหล็ก เฟือง และลูกปืน นำมาสร้างคุณค่าและความหมายใหม่ ให้เป็นมากกว่าแค่งานประติมากรรมเหล็กธรรมดา แต่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นไทย ซึ่งนอกจากจะมีความสวยงามในสายตาคนทั่วไปแล้วยังมีคุณค่าทางศิลปะอีกด้วยความยากในงานประติมากรรมจากเหล็ก คือการนำเหล็กที่แข็งแกร่งมาทำให้อ่อนช้อย และการควบคุมองค์ประกอบทั้งหลายภายใต้การใช้สีของโลหะเพียงสีเดียว ศิลปินจึงใช้วิธีการขับเน้นสีหน้า ท่าทาง และบุคลิกในการสื่ออารมณ์ โดยผ่านการสเกตช์นับครั้งไม่ถ้วน จนมีสีหน้าท่าทางที่สามารถมองออกตั้งแต่แรกเห็น เช่น ผลงานชิ้นที่ชื่อว่า หนุมาน หาวเป็นดาวเป็นเดือน ที่แสดงถึงความมีอิทธิฤทธิ์มากมายของหนุมาน ผลงานชิ้นนี้นำเสนอออกมาได้อย่างเหนือชั้น โดยตัวศิลปินใช้วิธีร้อยดวงดาวแต่ละดวงไว้ด้วยเส้นเหล็กโค้งมน จนมีความสวยงามน่ามอง ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพเหล่านี้ จึงทำให้คุณบรรเจิด เหล็กคง เป็นที่สนใจในแวดวงศิลปะต่างชาติ และถูกเชิญไปจัดแสดงผลงานที่ Agora Gallery หนึ่งใน
แกลเลอรี่ศิลปะร่วมสมัยที่ดีที่สุดในนิวยอร์กในโอกาสนี้ สิงห์ปาร์คเชียงราย จึงเปิดโอกาสให้ผู้คนที่สนใจมาร่วมเป็นสักขีพยานให้กับความสำเร็จของศิลปินไทยที่มีผลงานมาตรฐานระดับโลก โดยจัดงานแสดงผลงานของคุณบรรเจิด เหล็กคง ทั้ง 15 ชิ้น 
ให้คนไทยได้ชมก่อนผลงานเหล่านี้ลัดฟ้าสู่นิวยอร์ก ในวันที่ 11-12 เมษายน 2559 ที่ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 สยามพารากอน ภายในงานคุณสามารถเดินชมผลงานที่น่าทึ่ง และถ่ายรูปคู่กับผลงานได้อย่างใกล้ชิด ที่สำคัญโอกาสพิเศษอย่างนี้จัดขึ้นเพียงสองวันเท่านั้น หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบศิลปะดีๆ จากฝีมือคนไทย ห้ามพลาดเด็ดขาด!

ที่มา>>>Thairath

โจ๋เมืองนนท์ ดวลปืนวัยรุ่นปทุมฯ หน้าผับ เหตุไม่พอใจมองหน้า

ตำรวจเมืองนนท์ ปิดถนนสกัดจับวัยรุ่น หลังรับแจ้งเหตุยิงกันหน้าร้านอาหารกึ่งผับ รวบตัวได้ 3 คน เผย ถูกดักทำร้ายเหตุมองหน้า ก่อนคว้าปืนดวลกัน

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 8 เม.ย.59 ร.ต.ท.สัญญา โพธารส รอง สว.สส.สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งมีกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณหน้าร้านอาหารกึ่งผับ ย่านถนนนครอินทร์ หมู่ 9 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจสายตรวจ ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสามารถควบคุมตัว นายอ้น (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ลูกจ้างร้านทำเบาะ ชาว อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ขณะพยายามจะหลบหนีพร้อมปืนปากกา ส่วนคู่กรณีขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดจับกุมได้บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันย่าน ถนนนนทบุรี 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี พร้อมของกลางปืนไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก มีด 1 เล่ม ทราบชื่อ นายหนุ่ย (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาว อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายก้อง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาว อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ทั้ง 2 คน เป็นนักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ขณะเข้าจับกุมทิ้งอาวุธปืนไปฝั่งตรงข้ามถนน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นจึงตรวจยึดไว้ได้

สอบสวน นายอ้น กล่าวว่า พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนประมาณ 10 คน มาเที่ยวที่ร้านดังกล่าว มีกลุ่มวัยรุ่นนั่งโต๊ะตรงข้ามมองหน้าหาเรื่อง และขณะที่ออกจากร้านเห็นกลุ่มดังกล่าวยืนดักรออยู่ ก่อนจะชักปืนยิงใส่กลุ่มนายอ้น 1 นัด จึงวิ่งไปหยิบปืนที่ซุกซ่อนไว้ในพุ่มต้นไม้ริมทางข้างร้านดังกล่าวยิงตอบโต้ไป 1 นัด จากนั้นพยายามวิ่งหลบหนีจนถูกเจ้าหน้าที่จับได้

ทางด้าน พ.ต.ท.อดิศร ศรีสุจินต์ รรท.รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า ขณะกำลังจะปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกัน หลบหนีมุ่งหน้ามาทางปั๊มน้ำมันที่กำลังปล่อยแถว จึงนำกำลังปิดถนนทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อสกัดจับ นอกจากนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การว่าซื้อปืนมาจากรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้ว ในราคากระบอกละ 1,000-2,000 บาท.

ที่มา>>>Thairath

ตชด.เชียงราย รวบแก๊งยา ยึดไอซ์ลอตใหญ่ 17 โล เฮโรอีนอีก 700 ก.

ตชด.327 จ.เชียงราย ส่งสายล่อซื้อยาเสพติด รวบชาย 1 หญิง 1 พร้อมของกลางไอซ์ 17 กก. เฮโรอีน 2 แท่ง หนัก 700 กรัม ลักลอบขนมาจากชายแดนตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง รอยต่อ อ.แม่สาย…

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 6 เม.ย. 59 พ.ต.ท.ผดุงเกียรติ ปัณฑรนนทกะ หัวหน้าศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด ตชด.ภาค 3 ควบคุมตัวนายชาติชาย ใจแปง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 6 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย และนางหมีชู อายิ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 14 ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง มายังค่ายร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 327 อ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมยาไอซ์ 17 กก. และเฮโรอีน 2 แท่ง น้ำหนัก 700 กรัม ทำการสอบสวนเบื้องต้นและบันทึกการจับกุม

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 เม.ย.59 ได้สืบทราบว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง รอยต่อ อ.แม่สาย เข้ามาส่งให้เอเย่นต์บ่อยครั้ง จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการล่อซื้อ โดยมีเจ้าหน้าที่แอบซุ่มบริเวณรอบปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านสันกอง ต.ห้วยไร่ อ.แม่จัน จนกระทั่งนายชาติชาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำขาว ทะเบียน คกข 655-เชียงราย มีนางหมีชู นั่งซ้อนท้าย ถือถุงปุ๋ยใส่ยาไอซ์ 17 กิโลกรัม และเฮโรอีน 2 แท่ง น้ำหนัก 700 กรัม มาส่งของตามนัด จนทั้งสองถูกจับกุมในที่สุด

ก่อนนำตัวนายชาติชาย ไปตรวจค้นบ้านที่ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย ส่วนนางหมีชู ไปค้นบ้านที่ ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่จัน ดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

น้องหมาถูกยิงคอทะลุอาการร่อแร่ แม่เฒ่าเมืองคอนแจ้งจับเพื่อนบ้าน

แม่เฒ่าเมืองคอน โร่แจ้งตำรวจ สุนัขถูกยิงที่โคนขาขวาหน้าทะลุลำคอด้านซ้าย อาการร่อแร่หายใจรวยริน อ้าง เพื่อนบ้านใกล้เคียงเป็นมือปืน หลังเคยก่อเหตุมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะ จนท. เตรียมเรียกเพื่อนบ้านต้องสงสัยสอบ

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 59 ร.ต.อ.หญิงนาลิน ปรีชาชาญ รอง สว.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งกลางดึกที่ผ่านมาว่ามีเหตุยิงสุนัขของ นางแนบ อินทเรือง อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมืองนครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.สุเทพ สังข์เส้ง หัวหน้าสายตรวจประจำตำบลมะม่วงสองต้น รุดไปตรวจสอบ บริเวณหน้าบ้านพบสุนัขพันธุ์ผสมสีขาว ชื่อน้องเดียว อายุ 6 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .22 เข้าที่โคนขาขวาหน้าทะลุลำคอด้านซ้าย เลือดไหลเปรอะเปื้อน บาดเจ็บสาหัส นอนหายใจรวยริน ส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด โดยมีชาวบ้านพยายามที่จะช่วยยื้อชีวิตอย่างเต็มที่

นางแนบ กล่าวว่า น้องเดียว เป็นสุนัขเชื่อง ไม่ดุร้าย แสนรู้ ไม่เคยกัดใคร แต่มักจะส่งเสียงเห่าคนแปลกหน้า ก่อนเกิดเหตุ น้องเดียว และสุนัขที่เลี้ยงไว้อีก 3-4 ตัว พร้อมหลานๆ อายุ 8-12 ปี วิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ซึ่งห่างออกไปประมาณ 50 เมตร กระทั่งเด็กๆ ชวนกันกลับเข้าบ้านก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด พร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของสุนัขที่พยายามวิ่งหนีกลับมาบ้านและล้มลง เมื่อตรวจดูพบว่าถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .22 และจะเอาเรื่องเพื่อนบ้านรายนี้จนถึงที่สุด

ด้าน นายธำรงค์ อินทเรือง อายุ 50 ปี บุตรชาย นางแนบ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เพื่อนบ้านคนดังกล่าวยังเคยใช้อาวุธปืนยาวขนาด .22 ยิง น้องเดียว บริเวณขาหลังด้านซ้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว แต่ช่วยกันส่งรักษาจนรอดตายมาได้ ในครั้งนี้จึงสงสัยว่าเพื่อนบ้านคนเดิม อีกทั้งช่วงเกิดเหตุคลินิกรักษาสัตวก็ปิดหมดแล้ว โดยต้องรอถึงเช้าจึงจะนำไปส่งรักษา

ทั้งนี้ แม้จะไม่มีใครเห็นว่าคนที่ยิงสุนัขเป็นใคร แต่ในหมู่บ้านมีเพียงเพื่อนบ้านคนดังกล่าวที่ชอบเดินแบกปืนยาวขนาด .22 เดินไปมารอบๆ บริเวณบ้าน ซึ่งเด็กๆ ต่างยืนยันว่าได้ยินเสียงปืนดังมาจากบริเวณหน้าบ้านคนดังกล่าว ยืนยันว่าจะให้ตำรวจดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ กับเพื่อนบ้านรายนี้

ขณะที่ ร.ต.อ.หญิงนาลิน กล่าวว่า ในทางคดีแม้ผู้เสียหายและพยานจะระบุตัวมือปืนแน่ชัด แต่ถือว่ายังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้จะเชิญเจ้าของสุนัขและพยานมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติม และออกหมายเรียกตัวผู้ต้องสงสัยมาพบ เพื่อสอบสวนปากคำตามขั้นตอนของกฎหมาย หากมีพยานหลักฐานเพียงพอก็จะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

DSI สอบฌาปนกิจฯ นสพ.ตร.พลเมืองส่อโกง 800 ล้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 เม.ย. ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลนครอุบลราชธานี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ และ ผอ.ส่วนคดีอาญาพิเศษ 2 สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 ได้นำคณะพนักงานสอบสวนลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำผู้เสียหายใน จ.อุบลราชธานี และ จังหวัดใกล้เคียง กรณีถูกหลอกลวงให้สมัครเป็นสมาชิกโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์และโครงการอื่นๆที่ผิดกฎหมายของหนังสือพิมพ์ตำรวจพลเมือง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 138/2558 โดยมีผู้เสียหายที่สมัครเข้าร่วมเป็นผู้อำนวยการระดับจังหวัด และสมาชิกทั่วไปใน จ.อุบลราชธานี และใกล้เคียงเข้าให้ปากคำ รวมกว่า 40 ราย จากผู้เสียหายที่เข้าให้ปากคำก่อนหน้านี้กว่า 200 ราย

ผู้เสียหายที่เป็นผู้อำนวยการระดับจังหวัดรายหนึ่งเปิดเผยว่า ได้เสียค่าสมัครเข้าเป็นสมาชิก 21,000 บาท จึงมีสิทธิหาสมาชิกเข้าร่วมอีก และเสียค่าสมัครคนละ 1,500 บาท โดยจะได้เงินค่าหาสมาชิกรายละ 300 บาท ผู้ที่เป็นสมาชิกหลังเข้าร่วมต้องจ่ายเงินสมทบรายเดือน เดือนละ 300 บาท เมื่อเสียชีวิตจะได้รับเงินค่าฌาปนกิจรายละ 1,000,000 บาท ใน จ.อุบลราชธานี มีประชาชนถูกหลอกลวงให้เข้าร่วมโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ รวมถึงโครงการออมทรัพย์อื่นๆจำนวนกว่า 3,000 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาทนายปิยะศิริกล่าวว่า จากการสอบสวนสมาชิกที่ถูกหลอกและให้ปากคำกับดีเอสไอทั่วประเทศกว่า 600 ปาก พบว่าเมื่อมีการเสียชีวิตจะไม่ได้รับเงินตามที่มีการโฆษณาไว้ สมาชิกแต่ละรายได้รับเงินจริงเพียงคนละไม่เกิน 10,000 บาทเท่านั้น ที่ผ่านมาผู้บริหาร นสพ.ตำรวจพลเมืองได้ระดมเงินจากสมาชิกไปแล้วไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท จึงเข้าข่ายฐานความผิด ทำการระดมเงินอันเป็นการผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และ พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2547 ซึ่งห้ามมิให้ชักชวน หรือชี้ชวนให้ผู้อื่นเข้าเป็นสมาชิกในสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องภายในเดือน พ.ค.นี้

นายปิยะศิริกล่าวอีกว่า หลังช่วงสงกรานต์เป็นต้นไป ดีเอสไอเตรียมดำเนินการอายัดบัญชีเงินฝาก รวมทั้งทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากที่ได้เคยอายัดไว้แล้วก่อนหน้านี้ เพราะหลังจากการติดตามเส้นทางทางการเงินพบว่ามีการโอนย้ายถ่ายเทตามสถาบันการเงินหลายแห่ง มูลค่ารวมกัน นับร้อยล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อยึดคืนมาจ่ายชดใช้ให้กับประชาชนที่ถูกหลอกลวง จึงขอให้ประชาชนที่หลงเชื่อหยุดจ่ายเงินสมทบให้กับโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์และโครงการอื่นๆของ นสพ.ตำรวจพลเมือง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น ส่วนประชาชนที่ต้องการเข้าร้องทุกข์ ติดต่อเข้าร่วมเป็นเจ้าทุกข์กับกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามผู้เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ซึ่งข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

แม่ประนอม-ลูก กอดกันโฮ จบศึกนํ้าพริกเผา

‘ปนัดดา’กาวใจพาถก2ชม. เตรียมรับแม่กลับสู่เหย้า พร้อมยกหุ้น-คืนให้หมด

ยุติความขัดแย้งด้วยดี ผู้ก่อตั้งธุรกิจน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอมยอมรับคำขอโทษจาก “ศิริพร” ลูกสาวคนโต ที่หลั่งน้ำตาสวมกอดแม่ ยืนยันยังกตัญญูกตเวทีและรักแม่เหมือนเดิม หลังปิดห้องไกล่เกลี่ยต่อหน้าลูกหลานนานร่วม 2 ชั่วโมง โดยมี “ม.ล.ปนัดดา” เป็นกาวใจ เบื้องต้นลูกสาวยอมคืนหุ้นของแม่ประนอม แต่ยังไม่ขอแจงรายละเอียดทรัพย์สินอื่นและเตรียมรับแม่กลับไปอยู่บ้านตามเดิม

หลังจากศาลจังหวัดนครปฐม สั่งเลื่อนไต่สวนคดีที่นางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งบริษัทพิบูลย์ชัยนํ้าพริกเผาไทยแม่ประนอม จัดถอนฟ้องคดีนางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโต ว่าปลอมเอกสารโอนที่ดินสินสมรสของแม่ 9 แปลง ที่ อ.นครไชยศรี จ.นครปฐม ไปเป็นของตัวเอง ไปอีก 2 เดือน เพื่อให้โอกาสแม่-ลูก ไกล่เกลี่ยยุติปัญหาความขัดแย้งอีกครั้ง โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นคนกลางในการเจรจาที่วังวรดิศ ในวันที่ 5 เม.ย.นี้

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่วังวรดิศ เวลา 14.40 น. นางประนอม แดงสุภา พร้อมด้วย น.ส.ศิริวัลย์ แดงสุภา บุตรสาวคนรอง เดินทางมาโดยรถโตโยต้า รุ่นวีออส ทะเบียน 3กน 4927 กรุงเทพมหานคร มารอการเจรจาที่ตึกใหญ่ ภายในวังวรดิศ โดยมีนายพิสิษฐ์ ชุติพรพงษ์ชัย ทนายความของนางประนอมเดินทางมาร่วมฟังการเจรจาด้วย ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมากมาเฝ้าสังเกตการณ์การพบระหว่างสองแม่-ลูกคนดัง

ต่อมาเวลา 16.05 น. นางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโตของนางประนอม พร้อมด้วยนางอุรชา พีชาสารานนท์ บุตรสาวคนโตของนางศิริพรได้เดินทางโดยรถยนต์ฮอนด้า รุ่นโอดิสซี่ ทะเบียน จอ 9595 กรุงเทพมหานคร เข้ามาภายในรั้ววังวรดิศ โดยติดฟิล์มดำและม่านเพื่อป้องกันไม่ได้สื่อมวลชนถ่ายรูป เข้าไปจอดหน้าตึกใหญ่ ซึ่งมีนางประนอม และนางศิริวัลย์แม่และน้องสาวรออยู่ด้านในตึก

จากนั้นไม่นาน รถของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้แล่นเข้ามาและไปจอดหน้าตึกใหญ่เช่นเดียวกัน โดยมีทีมงานที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทยอยเดินเข้าไปในตึกเพื่อเตรียมความเรียบร้อยในการพูดคุยปรับความเข้าใจระหว่างแม่ลูกในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพูดคุยระหว่าง 2 ฝ่ายได้เริ่มขึ้นในเวลา 16.30 น. ตามกำหนด โดยมีเพียง นางประนอม นางศิริพร บุตรสาวคนโต น.ส.ศิริวัลย์ บุตรสาวคนรอง นางอุรชา หลานสาวคนโตของนางประนอม ม.ล.ปนัดดา เป็นคนกลางรับฟังการเจรจา และฝ่ายเลขาของ ม.ล.ปนัดดา จดบันทึกข้อตกลงในเรื่องทรัพย์สิน โดยไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ใช่บุคคลในครอบครัว “แดงสุภา” และสื่อมวลชนร่วมรับฟัง แต่ให้สังเกตการณ์อยู่บริเวณด้านนอก

ต่อมาเวลา 18.30 น. หลังการพูดคุยเป็นเวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง ในที่สุดนางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งธุรกิจน้ำพริกเผาแม่ประนอม พร้อมนางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโต น.ส.ศิริวัลย์ แดงสุภา บุตรสาวคนรอง นางอุรชา พีชาสารานนท์ หลานสาวคนโต และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงข่าวยุติความขัดแย้งภายในครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนการแถลงข่าวนางศิริพรได้หลั่งน้ำตายกมือไหว้ขอโทษและสวมกอดนางประนอม ก่อนที่นางประนอมจะกล่าวว่า เรื่องความขัดแย้งยุติลงด้วยดี ยังไงพี่น้องก็รักกัน โดยแม่จะได้ทรัพย์สินคืนกลับมา และหลังจากนี้ลูกสาวคนโตจะรับตนกลับไปอยู่บ้าน ลูกๆจะช่วยกันดูแลแม่ต่อไป

“สามารถตกลงกันได้แล้ว ขอยุติในเรื่องต่างๆ และจะทำการถอนฟ้องคดีทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้อยากให้สื่อมวลชนช่วยแก้ข่าว และยืนยันว่าน้ำพริกแม่ประนอมจะอยู่กับคนไทยชั่วลูกชั่วหลาน สำหรับในส่วนของหุ้นนั้นตนได้รับคืนหมดเรียบร้อยแล้ว ไม่ติดใจอะไรแล้ว รักลูกค่ะ และลูกก็รักเรา พี่น้องรักกันดีค่ะ” แม่ประนอมกล่าว

ส่วนนางศิริพรกล่าวว่า ตนยังกตัญญูกตเวที และรักแม่เหมือนเดิม แม่ขออะไรมา ตนก็พร้อมให้แม่หมด อย่างไรก็ตาม นางศิริพรหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องปัญหาการปลอมแปลงเอกสาร และรายละเอียดในข้อตกลงเรื่องทรัพย์สิน โดยตลอดเวลาที่ผู้สื่อข่าวซักถาม นางศิริพรแสดงสีหน้าถึงความวิตกกังวลและไม่สบายใจ ก่อนตอบคำถามเพียงสั้นๆ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนี้จะได้ข้อยุติหรือไม่ว่า “ค่ะ”

ขณะที่ น.ส.ศิริวัลย์ บุตรสาวคนรอง ก็กล่าวชี้แจงเพียงสั้นๆว่า ในข้อตกลงดังกล่าว ตนไม่ได้หุ้นจำนวน 350 หุ้นคืน

ม.ล.ปนัดดากล่าวในเวลาต่อมาว่า ดีใจที่สามารถเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยในเรื่องนี้ยุติ แม่ลูกปรับความเข้าใจกัน อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างของสังคม ครอบครัวที่รักกัน

ด้านนายพิสิษฐ์ ทนายของนางประนอม กล่าวว่า ตนไม่ได้เข้าร่วมในการเจรจาดังกล่าว มีแต่บุคคลภายในครอบครัวแม่ประนอมเท่านั้น คาดว่าผลการเจรจาดังกล่าวไปในทิศทางที่ดี หากนางประ–นอมมีความประสงค์จะถอนฟ้องก็สามารถทำได้ภายใน 1 วัน โดยไปยื่นคำร้องต่อศาล อย่างไรก็ตาม ตนขอไปคุยในรายละเอียดก่อน ซึ่งตนยังไม่ทราบว่ารายละเอียดในข้อตกลงดังกล่าวมีอะไรบ้าง

ต่อมาเมื่อเวลา 21.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดนางประนอมเปิดเผยว่าในระหว่างพบปะเจรจาเพื่อยุติขัดแย้งระหว่างแม่ประนอม แดงสุภา กับนางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโต ในตึกใหญ่วังวรดิศนั้น นางศิริพรได้ยอมขอโทษแม่ประนอมในเรื่องที่เกิดขึ้น และพร้อมรับปากจะคืนทรัพย์สินให้แก่แม่ประนอมหลายรายการ แต่รายละเอียดทรัพย์สินมีอะไรบ้างยังไม่ยุติร้อยเปอร์เซ็นต์ คงต้องมีการพูดคุยและจัดทำรายละเอียดบัญชีทรัพย์สินให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>Thairath

Star Topic : ร้อนนักต้องดับร้อน…ตามแบบฉบับซุป’ตาร์

เข้าสู่เดือนเมษายนทีไร สิ่งที่ตามมากับเดือนนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องอากาศร้อนในบ้านเรานี่แหละ ยิ่งถ้าร้อนจนแทบสลบก็ไม่อยากจะออกจากบ้านไปไหนเลยทีเดียว เพราะอากาศร้อนเป็นชนวนเหตุที่ทำให้คนเราหงุดหงิดง่ายขึ้น เห็นอะไรก็อาจขัดหูขัดตา ใครพูดจาไม่ดีไม่สบอารมณ์ก็อาจมีวี้ดบึ้มใส่กันได้ง่ายๆ แล้วคนบันเทิงบ้านเราที่ต้องทำงานเผชิญแดดฝน ทั้งดารานักแสดงที่อยู่ในกองถ่ายละครทั้งหลาย ไปจนถึงบรรดานักร้องที่ต้องออกงานเจอผู้คนรุมล้อมมากมาย หรือแม้กระทั่งเซเลบฯ คนดังที่ต้องออกงานอีเวนต์กลางแจ้งบ่อยๆ เขาทำยังไงให้หายร้อนหายหงุดหงิด “Star Topic”อังคารนี้เลยไปถามสารพัดวิธีคลายร้อนของพวกเขาเวลาทำงานกับอากาศร้อนๆ มาฝากกัน งานนี้ใครจะลองนำไปใช้ก็จัดไปอย่าให้เสียจ้า!!

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ : สเปรย์เย็น ใช้ฉีดเวลาที่เราใส่วิกแล้วมันเหงื่อออก หรือฉีดที่ตัวก็ได้
“ตอนนี้มันจะมีของเล่นใหม่สำหรับคนในกองถ่ายละครที่ใช้กันเยอะมากคือสเปรย์เย็น ซึ่งเป็นของที่หลายคนเอามาขายในกอง จะมีของน้องมะปราง (วิรากานต์ เสณีตันติกุล) ของพี่ๆ คอสตูมค่ะ มันจะช่วยเวลาที่เราใส่วิกแล้วมันเหงื่อออก เขาก็จะฉีดที่หัวก่อนแล้วค่อยใส่วิก มันก็จะเย็นๆ หรือฉีดที่ตัวก็ได้ เพราะอากาศช่วงที่เราถ่ายมันร้อนมากจริงๆ บางทีเราถ่ายอยู่ก็ซับหน้าไม่ได้ สมมติกำลังร้องไห้อยู่แล้วเหงื่อแตก เราก็เช็ดไม่ทัน (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นมีตัวช่วยอย่างนี้ก็ดีค่ะ

ถามว่าอากาศร้อนเป็นอุปสรรคในการทำงานไหมก็เป็นเยอะนะ เพราะว่าระหว่างการทำงานก็จะทำให้หงุดหงิดนิดนึงว่าทำไมเราต้องมานั่งเช็ดเหงื่อหรือหน้ามันค่ะ ก็จะชอบอากาศเย็นมากกว่า แต่ถ้าช่วยอะไรไม่ได้ เราก็ต้องหาตัวช่วยแหละ พัดลมเล็กๆ ที่พกไปได้ก็มี กินน้ำเย็นๆ ก็มี แต่มันจะมีช่วงนึงที่เราถ่ายละครแล้วมันเป็นหน้าหนาวประมาณอาทิตย์นึง ช่วงนั้นต้องพึ่งน้ำร้อน อุณหภูมิหนาวไปเพราะตอนนั้นเราใส่สไบ ไม่ได้ใส่เสื้อกันหนาว ก็เลยต้องพึ่งพวกนี้ค่ะ

ถามว่าเคยร้อนจนไม่สบายไหมก็มีนะ แต่ว่ามันก็ไม่ได้แย่มาก เพราะวุ้นไม่ได้เป็นคนขี้ร้อนมากค่ะ ถามว่าเคยเผลอหงุดหงิดใส่คนรอบตัวเพราะอากาศร้อนไหมไม่นะ (หัวเราะ) วุ้นเป็นคนที่ถ้าร้อนจะไปห้องแอร์หรือห้องที่มันเย็นๆ มากกว่า ก็อยากบอกว่าอย่าหงุดหงิดเลย อารมณ์ดีกันดีกว่า อากาศข้างนอกก็ร้อนอยู่แล้ว ถ้าเกิดเรายิ่งอารมณ์ร้อน เรายิ่งไม่มีความสุข อากาศเราควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว แต่อารมณ์เราควบคุมได้ค่ะ”เมฆ จุติ จำเริญเกตุประทีป : ถอดเสื้อเหลือแต่เสื้อกล้าม แต่ต้องดูว่าสถานที่นั้นเป็นสถานที่ปิดรึเปล่า
“อยู่กองละครถ้าร้อนก็ถอดเสื้อเหลือแต่เสื้อกล้าม หรือถ้ามันไม่มีเสื้อกล้ามก็ถอดหมด แต่ยังมีกางเกงนะ แต่ก็ต้องดูว่าสถานที่นั้นเป็นสถานที่ปิดรึเปล่า ส่วนพัดลมเล็กไม่เคยเอาไปกอง จะแบกพัดลมใหญ่ไปเลยเพื่อส่องเราโดยเฉพาะ ไม่งั้นหน้าเราจะละลาย หัวจะเละเทะหมดครับ เวลาร้อนก็เป่าอย่างเดียวเลย ไม่ก็เอาน้ำพรมหน้าบ้าง ถามว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานไหม สำหรับผมเป็นนะ เพราะว่าเมฆเป็นคนสู้กับอากาศหนาวได้มากกว่าอากาศร้อน บางทีเราร้อนแล้วเสียสมาธิครับ ส่วนเรื่องหงุดหงิดก็เป็นปกติของทุกคนครับ เวลาเจออากาศร้อนก็หงุดหงิดบ้าง เมฆว่าบางทีมันขึ้นอยู่กับการรบกวนสมาธิด้วยครับ บางทีเรากำลังคิดถึงบท แต่เหงื่อมันหยดหรือบางทีลืมตาอยู่แล้วไหลลงมาสะกิดตาแล้วแสบครับ

ถามว่าเคยร้อนจนไม่สบายไหม ผมเคยเจอแบบร้อนมากๆ แล้วเข้าห้องแอร์ แล้วออกมาเจอร้อน แล้วกลับเข้าไปห้องแอร์อีก วันถัดมาก็ป่วยเลยครับ แต่ร้อนจนเคยเหวี่ยงใครไหมไม่เคยครับ ต่อให้ร้อนยังไงก็ไม่เคยเหวี่ยงคนอื่น ถ้าเราไปเหวี่ยงเดี๋ยวเขาก็เหวี่ยงกลับมาอีก เพราะเขาก็ร้อนเหมือนกัน สำหรับใครที่อากาศร้อนแล้วหงุดหงิดง่าย ผมว่าผู้ชายก็ล้างหน้าบ่อยๆ ได้ สำหรับผู้หญิงก็ดื่มน้ำเย็นๆ แล้วกันครับ พยายามอยู่ในที่ร่ม ปลูกต้นไม้กันเยอะๆ อย่าไปใจร้อนตามอากาศ สติมันเป็นของเรา เราต้องคุมมันได้ อย่าให้มันมาคุมเราครับ”แคท ซอนญ่า สิงหะ : ชอบพกพัดลมติดตัวไว้คลายร้อน และพกผ้าติดตัวไว้ชุบกับน้ำแข็งแล้วเอามาซับ
“วิธีคลายร้อนของแคทง่ายมากเลยคือพกพัดลมค่ะ แคทจะมีพัดลมที่พกติดตัวไปไว้คลายร้อนนี่แหละค่ะ เวลาอยู่ในกองก็ใช้ตลอดค่ะ นอกจากพัดลมก็จะมีผ้าเย็นค่ะ เราจะพกผ้าติดตัวไว้ชุบกับน้ำแข็งแล้วเอามาซับก็ช่วยได้ค่ะ ถามว่าความร้อนเป็นอุปสรรคในการทำงานไหม แคทว่าจริงๆ ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงานนะคะ แต่มันทำให้เราทำงานได้ไม่เต็มที่เท่าเดิมค่ะ อาจจะมีร้อน หงุดหงิด เหนื่อยบ้าง แต่ถามว่าถึงขั้นเป็นอุปสรรคไหมก็ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ และก็ไม่เคยไม่สบายเพราะอากาศร้อนเกินไปค่ะ

ถามว่าเคยร้อนจนเหวี่ยงใส่คนรอบข้างไหมไม่มีค่ะ (หัวเราะ) สบายๆ ค่ะเพราะเราชินกับอากาศอย่างนี้แล้ว เราอยู่มาทั้งชีวิตเนอะ สำหรับคนที่หงุดหงิดง่ายเวลาเจออากาศร้อน แคทว่าใจเย็นๆ กันดีกว่า กินน้ำเย็นๆ แล้วค่อยคุยกัน จะได้สบายๆ ไม่ต้องทะเลาะกันค่ะ”ซีดี กันต์ธีร์ ปิติธัญ (ซีดี เดอะสตาร์) : ดื่มน้ำเย็นเพราะส่วนตัวชอบดื่มน้ำเยอะๆ อยู่แล้ว และเป่าพัดลม ตากแอร์ด้วย
“ถ้าร้อนก็ดื่มน้ำเย็นครับ ส่วนตัวผมชอบดื่มน้ำเยอะๆ อยู่แล้ว ปกติไม่ค่อยดื่มน้ำเย็น แต่ถ้าร้อนมากๆ ก็ดื่มน้ำเย็นสุดเลย แล้วเป่าพัดลม ตากแอร์ด้วย แต่ว่าถ้าผมอยู่ในอุณหภูมิร้อนมากๆ แล้วมาเจอเย็นๆ ก็จะไม่สบายและเลือดกำเดาไหลครับ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เป็นบ่อยมากครับ ต้องดูให้มันโอเคหน่อย อย่าให้มันร้อนและเย็นจัดเกินไปครับ ถามว่าอากาศร้อนเป็นอุปสรรคต่อการทำงานไหมก็มีส่วนนะ แต่เราต้องโฟกัสกับงานมากกว่าว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ พยายามไม่ไปใส่ใจมันน่ะ ก็ปล่อยมันไป ทำให้เต็มที่ ถ้าไปกังวลก็ยิ่งหงุดหงิดและยิ่งทำให้งานช้าลง ก็ทิ้งตรงนั้นแล้วเอางานให้เสร็จก่อนครับ กลับไปบ้านแล้วค่อยพักผ่อนให้เต็มที่มากกว่า

ถามว่าร้อนแล้วเคยหงุดหงิดใส่ใครไหมไม่ค่อยมีนะ แต่กับที่บ้านเราสามารถพูดได้ทุกอย่าง แต่ไม่ได้ไปโวยวายหรือทำลายข้าวของอะไรแบบนั้นนะครับ พอพ่อบอกให้ใจเย็นๆ ก็โอเคแล้วครับ ช่วงนี้อากาศร้อน ถ้าใครขับรถอยู่แล้วรถติด อากาศร้อน ยังไม่ถึงที่ทำงาน สวดมนต์ในใจครับ ฟังเพลงผ่อนคลายอารมณ์ ดื่มน้ำเยอะๆ อย่าไปโฟกัสกับมันครับ”โบว์ แวนด้า สหวงษ์ : ถ้าร้อนมากๆ จะให้น้องมะลิทานน้ำแข็ง ส่วนตัวเองถ้าร้อนมากจะขอนั่งนิ่งๆ ปรับสภาพตัวเองก่อน
“ถ้าร้อนมากๆ ให้ทานน้ำแข็ง เพราะเขาจะชอบน้ำแข็งค่ะ โดยปกติน้องมะลิเป็นคนขี้ร้อนอยู่แล้วค่ะ ถึงอยู่บ้านถ้าไม่เปิดแอร์หรือเปิดพัดลมไม่ค่อยโดนเขา เหงื่อเขาจะท่วมหัวเลย จะเหมือนคุณพ่อเขา (หัวเราะ) ส่วนตัวเราเองถ้าร้อนจะขอนั่งเฉยๆ ก่อน นั่งอยู่นิ่งๆ แล้วปรับสภาพตัวเองก่อน แต่ก็ไม่ได้ร้อนจนหงุดหงิดไปเหวี่ยงใครนะคะ ส่วนน้องมะลิ ถ้าร้อนมากน้องจะอยากอยู่สบายๆ คนเดียวค่ะ ถ้ามีคนเข้าไปรุมเขาเยอะๆ จะรู้สึกไม่สบายตัว

ถามว่าน้องเคยร้อนมากจนไม่สบายไหมไม่มีนะ ช่วงนี้ก็แข็งแรงค่ะ ที่ผ่านมาน้องไม่ค่อยป่วยค่ะ แต่จะป่วยโรคเด็กทั่วไปมากกว่า อย่างเวลาไปเล่นแล้วติดเชื้อโรคที่มาจากอากาศ แล้วเป็นครั้งเดียวจบ ถ้าเป็นหวัดนิดๆ หน่อยๆ เขาจะไม่ค่อยเป็นค่ะ สำหรับคนที่ร้อนแล้วหงุดหงิดง่าย ก็อยากแนะนำวิธีของเรา ถ้ารู้สึกหงุดหงิดก็หลบไปอยู่คนเดียวก่อน แล้วก็ทำจิตใจของเราให้ดีก่อน พร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยออกมาเจอผู้คนดีกว่าค่ะ” อานัส ฬาพานิช : ถ้าร้อนมากก็อย่าคิดว่ามันร้อน ฟังเพลงสบายๆ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็จะหนีไปนอนในรถและเปิดแอร์
“ถ้าร้อนมากก็อย่าคิดว่ามันร้อนครับ (หัวเราะ) จริงๆ คือมันก็ยังร้อนแหละ แต่มันก็ช่วยทางจิตใจ แล้วก็ฟังเพลงสบายๆ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็จะหนีไปนอนในรถ เปิดแอร์ครับ แล้วก็เอาสเปรย์เย็นมาฉีดก็ช่วยได้ครับ ผมว่ามันอยู่ที่จิตใจเราด้วย เราก็คิดว่าอากาศพออยู่ได้นะ ยังทำงานได้ ยังไหวครับ ถามว่าอากาศร้อนเป็นอุปสรรคในการทำงานไหมก็มีนะ มันก็มีเหงื่อออก จะรำคาญ หงุดหงิดง่าย ซึ่งมันเป็นปกติอยู่แล้ว อากาศบ้านเราเป็นแบบนี้ก็ต้องทำใจ ไม่มีทางที่จะหนาวขึ้นมา หนาวเต็มที่ก็ 3 วัน แต่จริงๆ ผมก็อยากให้เมืองไทยอากาศเย็นสัก 2 ปี (ยิ้ม) บางคนอาจไม่ชอบแต่เราชอบไง ถ้าอยากให้อุ่นก็ใส่เสื้อให้มันหนานิดนึง แต่มันก็ไม่ถึงกับหนาวจนอยู่ไม่ได้ สัก 17-18 องศานี่กำลังชิลเลย

ถามว่าเคยร้อนจนเหวี่ยงใส่ใครไหมไม่มีครับ เป็นคนไม่ค่อยเหวี่ยงใคร ถ้าหงุดหงิดก็พยายามไปหาที่เย็นๆ แล้วนั่งอยู่ในรถหรือนอนสักพักให้ดีขึ้น เพราะทำงานแบบนี้ทุกคนร้อนหมดแหละ ไม่ใช่แค่เราคนเดียวหรอก ยิ่งเราไปหงุดหงิดใส่คนอื่นมันก็เท่านั้น ทุกคนก็เหนื่อยเหมือนกัน ร้อนเหมือนกัน ยิ่งทีมงานจะเหนื่อยและร้อนกว่าเราสองเท่าเลยนะ ถามว่าเคยร้อนจนไม่สบายไหมไม่มีนะ มีแต่ตอนถือศีลอดแล้วอากาศมันร้อนมาก แล้วกินน้ำกินอะไรไม่ได้ ก็อาจจะมีหน้ามืดบ้าง สำหรับคนที่ร้อนแล้วหงุดหงิดง่าย จริงๆ มันอยู่ที่ความอดทนของเราแหละ ถ้าร้อนแล้วอารมณ์ร้อนไปด้วยก็ไม่มีผลดีกับใคร ก็อย่าไปคิดอะไรมากและบอกตัวเองว่ามันพออยู่ได้ มีคนที่เหนื่อยและต้องอดทนกว่าเราเยอะ ก็พยายามทำให้ตัวเองรู้สึกดี อาจจะนั่งฟังเพลงหรือดื่มอะไรเย็นๆ คลายร้อน อย่าไปลงกับคนรอบข้างเพราะประเทศเราเมืองร้อนอยู่แล้ว ไม่มีทางจะเย็นขึ้นมาหรอก นอกจากจะใจเย็นเองครับ”.

ที่มา>>>Thairath