“นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น” โครงการที่ต้องดันให้ดัง

นุ่งซิ่นไม่นุ่งสั้น

น่าสนใจมาก…และน่าสนับสนุน สำหรับโครงการ “นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น” โครงการริเริ่มของม.ราชภัฎนครศรีธรรมราช โดยเริ่มจาก นศ.ภาควิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่มีอยู่ 150 คน

ต้องยอมรับว่า อาจารย์ที่ทำโครงการกล้าหาญมาก ที่สามารถทำโครงการออกมา และ นักศึกษาก็ให้การยอมรับ แม้ว่าแรกๆจะมีเขินๆอยู่บ้าง…

แท้จริง การพยายามผลักดันหรือชักชวนให้นักศึกษาสาวๆ หันมาสนใจแต่งกายด้วยผ้าไทย ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น ซึ่งเป็นเครื่องแต่งการแต่เก่าก่อน ที่ดูมีเอกลักษณ์มีเสน่ห์ และ ลดปัญหาการแต่งการล่อแหลมอันจะนำไปสู่ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศได้ นั้น มีการริเริ่มมาในสถาบันทางภาคอีสาน อย่างเมืองชัยภูมิ ขอนแก่นสถาบันการศึกษาก็ชักชวนให้นักศึกษาหันมาสนใจนุ่งซิ่น มากขึ้นเช่นกัน โดยได้รับความสนใจจากสื่อบ้าง แต่ก็ไม่โด่งดังมากมาย

เช่นกัน การริเริ่มโครงการของ ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราชครั้งนี้ก็เช่นกัน มีสื่อให้ความสนใจ มีนักศึกษาเข้าร่วมบ้าง แต่ก็ยังมีจำนวนน้อย

ทั้งที่จริง ส่วนราชการ หรือ หน่วยงานต่างๆน่าสนับสนุน นะครับ ร่วมกันสร้างเอกลักษณ์ของการแต่งกายแบบไทยๆ ให้กลับมาอีกครั้ง จริงๆแล้ว ความนิยมผ้านุ่ง ผ้าซิ่น โดยเฉพาะผ้าที่มีการทอลาย ปักลาย ที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นสินค้าทางวัฒนธรรม ที่ได้รับความนิยมจากฝรั่งต่างชาติไม่น้อยมาช้านาน หรือแม้แต่คนไทยเองก็มีกลุ่มที่นิยมผ้าไทยอยู่บ้างเหมือนกันแต่ไม่กว้างขวางนัก

การที่มีการชักชวนคนรุ่นใหม่ นักศึกษา ตามมหาวิทยาลัยมาสวมใส่ผ้าไทย นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น น่าจะมีการรณรงค์ในทุกมหาวิทยาลัย และนักออกแบบ หรือ ภาควิชาเกี่ยวกับการออกแบบตามสถาบันศึกษาก็น่าจะมีการออกแบบ ผ้านุ่ง ผ้าซิ่นให้มีความทันสมัย มีความคล่องตัวมากขึ้น สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้มากยิ่งขึ้น

วันนี้เราเห็นวงการแฟชั่นเมืองนอกเมืองนา เขาก็เอาผ้าซิ่น ผ้านุ่งของเรา ไปออกแบบเดินแฟชั่นในเวทีเป็นที่ฮือฮามาแล้ว ก็น่าจะเป็นโอกาสดีนะครับ ที่จะปลุกกระแสให้คนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หันมานุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น หรือหันมานิยมผ้าไทยให้มากยิ่งขึ้น บางทีจากกระแสเล็กๆอาจจะช่วยสร้างกระแสนิยมขึ้นมาได้ อาจจะช่วยสนับสนุนอาชีพของคนไทย สนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชน เสริมเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไปด้วยอีกทาง

ในยามที่ประเทศกำลังมึนงงกับเศรษฐกิจที่ต้องพึงพาเศรษฐกิจโลก เมื่อโลกซบเซา ก็ทำให้เศรษฐกิจเราตกกระไดพลอยซบไปด้วย การหันกลับมาเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เป็นของเราเอง อาจจะเป็นทางออก เป็นหนทางในการรับมือกับสิ่งที่ไม่แน่นอนที่เราไม่สามารถควบคุมได้จากภายนอก ก็ได้นะครับ…เห็นเขาผลักดันช้อปช่วยชาติมาแล้ว…ก็ลองมาผลักดัน..โครงการเล็กๆ อย่างนุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น ดูบ้างเพื่อเริ่มจากสิ่งเล็กๆดู ก็ดีเหมือนกันนะครับ……

โดย : เปลวไฟน้อย

พ่อแค้น!! โจรโรคจิตใช้มือถือแอบถ่าย ‘ลูกสาว’อาบน้ำ ขึ้นป้ายประจานหน้าบ้าน-ร้องตำรวจตามรวบตัว

พ่อแค้น

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจรัญ คุ้มจิตร และนางอรษา อุ่นใจ สองสามี-ภรรยา ในหมู่ 13 ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้มีการว่าจ้างให้ช่างเขียนป้ายมีข้อความว่า “โปรดระวัง แถวนี้มีโจรชั่ว โรคจิต” ติดไว้ที่ด้านหน้าบ้าน

หลังจากเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีโจรโรคจิตใช้โทรศัพท์มือถือส่องขึ้นมาทางรูคานไม้ช่องกระเบื้องหลังคา บริเวณหลังห้องน้ำ เข้าไปแอบถ่ายลูกสาวขณะเข้าห้องน้ำหลายครั้ง จนถึงขณะนี้ยังจับตัวไม่ได้ มีแต่รองเท้าทิ้งไว้ให้ดูเป็นหลักฐาน

นายจรัญ กล่าวว่า ลูกสาวใช้ห้องน้ำทุกวัน กลัวมากจนวิ่งร้องไห้ เข้าใจว่าคนพวกนี้ไม่มีอะไรทำ จ้องแต่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ทั้งที่ทำมาหากินสุจริตแต่ต้องมาระวังกับคนพวกนี้ และตรงด้านหลังห้องน้ำมีทางเชื่อมต่อกับบ้านใกล้เคียง พวกนี้อยากรู้อยากเห็น เป็นมาหลายครั้งก็ยังจับตัวไม่ได้ พอรู้ตัวก็วิ่งหนีหายจนตามไม่ทัน

ด้าน นางอรษา กล่าวว่า ล่าสุด ลูกสาวเจอโจรโรคจิตยื่นโทรศัพท์เข้ามาทางช่องหลังคาพอดีขณะที่กำลังแปรงฟัน ถึงรู้ว่ามีคนแอบถ่าย ลูกสาวตกใจส่งเสียงร้อง สามีได้ยินจึงรีบเข้าไปช่วย และได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ แต่ไม่สามารถแจ้งหน่วยงานใดได้เพราะยังไม่มีหลักฐาน พบแต่รองเท้าแตะสีดำจำนวน 1 คู่ แต่ทั้งคู่เป็นรองเท้าคนละเบอร์ คาดว่าใส่สลับกัน จึงคาดว่าเป็นคนแถวนี้

อยากประจานความเลวร้ายให้ชาวบ้านรู้และระวังตัว โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกสาว ซึ่งตอนนี้ต้องอยู่อย่างหวาดผวา ต้องคอยดูแลเวลาเข้าห้องน้ำ และตนได้จ้างช่างนำแผ่นยิปซัมอุดรูหลังคาเพื่อป้องกันอีกทาง พร้อมกับเขียนป้ายประจานแขวนไว้ที่หน้าบ้าน

“อยากฝากเจ้าหน้าที่ให้ช่วยสอดส่องหมู่บ้าน ช่วยกันสืบหาตัวโจรโรคจิตมาดำเนินคดี เพราะเป็นภัยสังคมที่ต้องร่วมมือกัน ทั้งนี้ หลังจากปิดป้ายดังกล่าว ได้มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง พอทราบข่าวต่างก็หวาดผวา โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกสาวจะต้องระวังเป็นพิเศษ” นางอรษา กล่าว

ใจเย็นเฮีย !! พอล สโคลส์ จวกแข้งแมนยูไร้น้ำยา

 * ใจเย็นเฮีย !! พอล สโคลส์ จวกแข้งแมนยูไร้น้ำยา *

พอล สโคลส์

พอล สโคลส์

พอล สโคลส์ ตำนานแข้งปีศาจแดง ออกมาจวกผลงานอันสุดแสนจะห่วยของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล แบบแทบจะสู้ไม่ได้ โดยอดีตลูกหม้อของทีมตำหนิว่าผลงานของทีมชุดนี้ย่ำแย่มาก ๆ และพวกนักเตะก็มัวแต่หมกมุ่นกับโลกโซเชียลมากเกินไป แถมยังทำให้ระบบการเล่นที่ปฏิบัติกันมากว่า 20 ปี ต้องล่มสลายลงไป จากรายงานของ goal.com เมื่อ 11 มีนาคมที่ผ่านมา

แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งจะบุกออกไปพ่ายแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล มา 0-2 ในการแข่งขันยูโรป้าลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งในเกมดังกล่าว พอล สโคลส์ มองว่าทีมปีศาจแดงนั้นเล่นกันไม่ได้ตามมาตรฐานจากยุคของเขาที่เคยทำเอาไว้เลยแม้แต่น้อย

พอล สโคลส์ กล่าวว่า “ตั้งแต่ผมอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาชั่วชีวิตของการเล่นฟุตบอล และ 20 ปีที่ผ่านมา ทีมของเรามีระบบการเล่นที่รวดเร็ว พร้อมกับจ่ายบอลไปข้างหน้า และพร้อมที่จะเข้าปะทะเสมอ แต่ทีมชุดนี้ทำให้สิ่งเราปฏิบัติกันมาตลอดต้องล่มสลายลงไป ผมผิดหวังมาก”

“ในยุคของผมเรามีผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่มากมายหลายคนไม่ว่าจะเป็น ไบรอัน ร็อบสัน, รอย คีน หรือว่า พอล อินซ์ ซึ่งผู้เล่นเหล่านี้สามารถช่วยทีมได้เสมอ แต่พอมาดูในยุคนี้ผมมองเห็นแต่นักเตะที่มัวแต่หมกมุ่น และพูดคำขอโทษผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ผมอยากให้ผมเขาหันมาสนใจฟุตบอลมากกว่านี้ดีกว่า”

“และในเกมกับลิเวอร์พูล ผมคิดว่าเราทำได้ไม่ดีเลยจริง ๆ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับเหรอ ? พวกเขาจะกลายเป็นทีมที่พอใจแค่กับการเป็นแชมป์เอฟเอคัพ และเป็นแค่ทีมอันดับ 4 อย่างที่อาร์เซน่อลทำมาตลอดไม่ได้” อดีตกองกลางจอมยิงไกล ร่ายยาว

ภาพข่าว : AFP

เอเย่นต์เผย ซลาตัน ตัดสินอนาคตไปแล้วเหลือแค่รอเวลา

 * เอเย่นต์เผย ซลาตัน ตัดสินอนาคตไปแล้วเหลือแค่รอเวลา *

ชลาตัน

มิโน่ ไรโอล่า เอเย่นต์ส่วนตัวของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าจอมเก๋าของ เปแอสเช สโมสรยักษ์ใหญ่แห่ง ลีกเอิง ฝรั่งเศส ออกมาเปิดเผยว่านักเตะในความดูแลของเขาตัดสินอนาคตของตัวเองเรียบร้อยแล้ว แต่จะประกาศในช่วงซัมเมอร์นี้ จากรายงานของ goal.com เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา

กองหน้าทีมชาติสวีเดน กำลังจะหมดสัญญากับทีมดังจาก “แดนน้ำหอม” ในเดือน มิถุนายนที่จะถึงนี้ ส่งผลให้เขาตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป และเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา แต่ทว่าเจ้าตัวยังคงปิดปากเงียบถึงอนาคตการค้าแข้งของตัวเอง

แต่ล่าสุด มิโน่ ไรโอล่า ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าว่า “เรารู้ว่าเราต้องการอะไรแล้ว แต่เราจะยังไม่เปิดเผยอะไรจนกว่าจะถึงช่วงซัมเมอร์ เมื่อฤดูกาลนี้จบลง แต่ตอนนี้มันชัดเจนแล้วว่าเราต้องการอะไร”

ภาพจาก AFP

อดีตนร.ประถม ยังจำได้ไหม? กูเกิล รำลึกถึง อ.รัชนี ผู้เขียน ‘มานี มานะ’

กูเกิ้ล

กูเกิล รำลึกวันเกิด 85 ปี อ.รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้เขียนแบบเรียนภาษาไทยมานี มานะ” ผู้ล่วงลับไปแล้ว มีภาพดูเดิล หน้าเว็บเป็น ”เด็กหญิงมานี-เด็กชายมานะ”…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 59 เป็นที่ฮือฮา! และประทับใจ ของชาวเน็ตที่เคยใช้แบบเรียนวิชาภาษาไทย “มานี มานะ” หลักสูตรประถมศึกษาช่วงปี 2521-2537 สำหรับชั้น ป.1-ป.6 เมื่อกูเกิล ร่วมฉลองวันเกิดครบรอบ 85 ปี เพื่อรำลึกถึง อ.รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้เขียนมานี มานะ แบบเรียนชั้นประถมของนักเรียนไทย ระดับตำนาน โดยภาพ “ดูเดิล” หน้าเว็บของกูเกิล ได้ปรากฏเป็นรูปภาพเด็กหญิงมานี และเด็กชายมานะ เด็กนักเรียนชั้นประถมในชนบท ที่ อ.รัชนี ถ่ายทอดมาเป็นแบบเรียน

สำหรับ อ.รัชนี เกิดเมื่อ 11 มีนาคม 2473 เป็นข้าราชการบำนาญ ศึกษานิเทศก์ระดับ 8 เสียชีวิตเมื่อปี 2557 ขณะมีอายุ 82 ปี ถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อวงการการศึกษาไทย.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

หนุ่ม 40 ขับรถมองไม่เห็นพ่วง 18 ล้อ กำลังยูเทิร์น พุ่งเสยท้ายสาหัส

พุ่งชน10ล้อ1

หนุ่ม 40 ขับรถจะเข้า กทม. มองไม่เห็นรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกแผ่นเมทัลชีทยื่นออกจากท้ายรถกว่า 1.50 เมตร กำลังเลี้ยวกลับรถแถวบางปะกง พุ่งชนท้ายเต็มแรง บาดเจ็บสาหัสถูกอัดก๊อบปี้อยู่ในรถ…

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 59 พ.ต.ต.บุญสฤษฎิ์ ช่วยชู สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา นำอุปกรณ์ตัดถ่าง ตรวจสอบอุบัติเหตุรถชนมีคนติดอยู่ภายในรถ บริเวณจุดกลับรถ กม. 35 ถนนบางนา-ตราด ช่องทางด่วน ขาเข้ากทม. หมู่ 1 ต.หอมศีล โดยพบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อโตโยต้า อแวนซ่า สีดำ ทะเบียน ญส 8477 กรุงเทพมหานคร สภาพหลังคารถฉีกออก ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีน้ำเงิน ทะเบียนตัวแม่ 70-5681 ปทุมธานี ทะเบียนตัวพ่วง 70-5493 ปทุมธานี ซึ่งบรรทุกแผ่นเมทัลชีทมาเต็มคัน ขับโดยนายธีรภัทร ศรีษะ อายุ 30 ปี

พุ่งชน10ล้อ2

จากการตรวจสอบภายในรถยนต์ พบ นายศตวรรษ ชื่นปิยะวาจา อายุ 40 ปี คนขับถูกแผ่นเมทัลชีทบาดบริเวณใบหน้าจนมีแผลขนาดใหญ่หลายแห่งอาการสาหัสและติดอยู่ภายในรถ ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยเหลือประมาณ10 นาที ก่อนนำส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11

พุ่งชน10ล้อ3

สอบสวนนายธีรภัทร ให้การว่า ขับรถจะนำแผ่นเมทัลชีทที่บรรทุกมาไปส่งจังหวัดระยอง ขณะที่กำลังกลับรถได้มีรถของนายศตวรรษ ขับมาชนท้ายเต็มแรง ซึ่งทางตำรวจพบว่าแผ่นเมทัลชีทที่บรรทุกมานั้นยื่นเกินท้ายรถเกือบ 1.50 เมตร อาจทำให้นายศตวรรษมองไม่เห็นจึงวิ่งชนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.

ที่มา>>>ไทยรัฐออน์ไลน์

ตำรวจเกาหลี รวบ 36 โรบินฮู้ดไทย เสพยา-เล่นไฮโล

 * ตำรวจเกาหลี รวบ 36 โรบินฮู้ดไทย เสพยา-เล่นไฮโล *

ตำรวจเกาหลี รวบ 36 โรบินฮู้ดไทย

ตำรวจเกาหลีใต้ รวบตัวคนไทย 36 คน ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย เสพยาเสพติด-เล่นไฮโล ได้ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่าน Yangsan

วันที่ 9 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ ytn.co.kr รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ บุกจับกุมตัวคนไทยที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายในประเทศเกาหลีใต้ ขณะเสพยาเสพติดและกำลังลักลอบเล่นการพนัน (ไฮโล) ได้ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่าน Yangsan

ทั้งนี้สำหรับคนไทยที่ถูกจับกุมตัวในคดียาเสพติดจะถูกดำเนินคดีในประเทศเกาหลีใต้ ส่วนคนไทยที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายจะถูกส่งตัวไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อส่งตัวกลับประเทศไทยต่อไป

ภาพและข้อมูลจาก ytn.co.kr, news.naver.com

แชร์ว่อน ! คลิปนักท่องเที่ยวจีนไม่ยอมจ่ายค่าอาหาร งานนี้เสียงแตก

 * แชร์ว่อน ! คลิปนักท่องเที่ยวจีนไม่ยอมจ่ายค่าอาหาร งานนี้เสียงแตก *

นักท่องเที่ยวจีนไม่ยอมจ่ายค่าอาหาร

แห่แชร์คลิปนักท่องเที่ยวจีนเบี้ยวไม่ยอมจ่ายค่าอาหาร อ้างเจ้าของร้านคิดเงินเกิน 10 บาท ด้านชาวเน็ตเห็นต่าง ชี้แค่น้ำแข็งถังเดียว เมื่อไม่ได้กินหรือสั่งไว้ ก็ไม่ควรต้องจ่ายเงิน

วันที่ 10 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้โลกสังคมออนไลน์มีการแชร์คลิปที่ถูกโพสต์โดย เพจเฟซบุ๊ก คลิปดังเฟสบุ๊ค โดยภาพที่ปรากฏในคลิปเป็นเหตุการณ์ขณะที่เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งได้คิดเงินค่าอาหารกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ปรากฏว่า นักท่องเที่ยวชาวจีน ยืนยันไม่ขอจ่ายค่าอาหาร อ้างเจ้าของร้านคิดเงินเกิน 10 บาท ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาช่วยเหลือ ต้องพยายามอธิบายให้นักท่องเที่ยวชาวจีนฟัง พร้อมตรวจสอบราคาอาหาร จึงพบว่าเงิน 10 บาทที่เกินมานั้นเป็นค่าน้ำแข็ง ซึ่งนักท่องเที่ยวคิดว่าพวกเขานำน้ำเข้ามาทานเอง แล้วทำไมต้องจ่ายค่าน้ำแข็งด้วย พวกเขาจึงไม่ยอมจ่าย สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เคลียร์สถานการณ์จนนักท่องเที่ยวยอมจ่ายเงินส่วนที่เหลือ โดยไม่คิดค่าน้ำแข็งแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้มีการแชร์ออกไปยังสื่อสังคมออนไลน์เหล่าบรรดาชาวเน็ตต่างให้ความสนใจอย่างมาก และบางส่วนก็เห็นด้วยกับเจ้าของร้านที่จะคิดเงินค่าน้ำแข็ง ขณะที่อีกส่วนมองว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนักท่องเที่ยวชาวจีนไม่ผิด เพราะนักท่องเที่ยวชาวจีนไม่ได้สั่งน้ำแข็ง และไม่ได้กินด้วย

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก คลิปดังเฟสบุ๊ค

คุณปู่ช่วยชีวิตเพนกวินก่อนปล่อยทะเล เหลือเชื่อมันกลับมาหาทุกปีหลังจากนั้น

 * คุณปู่ช่วยชีวิตเพนกวินก่อนปล่อยทะเล เหลือเชื่อมันกลับมาหาทุกปีหลังจากนั้น *

คุณปู่ช่วยชีวิตเพนกวินก่อนปล่อยทะเล

คุณปู่ช่วยชีวิตเพนกวินก่อนปล่อยทะเล

เจ้าเพนกวินสุดภักดี กลับมาเยี่ยมคุณปู่ชาวประมงที่เคยช่วยชีวิตมันไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นประจำทุกปี จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยน

เว็บไซต์เดลี่เมล เผยเรื่องราวมิตภาพความผูกพันสุดเหลือเชื่อของคุณปู่ชาวประมงกับเจ้านกเพนกวินพลัดหลงตัวหนึ่ง หลังจากที่ครั้งหนึ่งคุณปู่เคยช่วยชีวิตมันไว้ แต่จากนั้นมันก็กลับมาหาเขาทุก ๆ ปีเมื่อสิ้นสุดฤดูผสมพันธุ์แล้ว ชวนให้อบอุ่นหัวใจไม่น้อยเลย

คุณปู่โจโอ เปรีลา เด โซซา เป็นอดีตช่างปูนวัยเกษียณ อาศัยอยู่ในนครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เขาได้เผยเรื่องราวให้ได้ฟังว่า มิตรภาพต่างสายพันธุ์นี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน ในปี 2554 คุณปู่ได้พบกับเพนกวินมาเจลลันตัวหนึ่ง เป็นสายพันธุ์ที่พบในทวีปอเมริกาใต้ มันอยู่ที่ชายหาดใกล้ ๆ บ้าน สภาพของมันหิวโหยและเปียกโชกไปด้วยน้ำมัน เขาจึงพามันกลับมาอาบน้ำทำความสะอาดที่บ้าน ก่อนจะหาอาหารและที่พักให้กับมัน แล้วตั้งชื่อให้กับมันว่า เจ้าดินดิม จากนั้นมาคุณปู่และเจ้าดินดิมก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด

ต่อมาเจ้าดินดิมก็กลับมาสุขภาพดีและคุ้นเคยกับธรรมชาติ คุณปู่ก็ตัดสินใจปล่อยมันกลับสู่ทะเลดังเดิม แม้ว่าเขาจะรักและผูกพันกับมันมากแค่ไหนก็ตาม

โดยไม่คาดคิด ไม่กี่เดือนต่อมาเจ้าดินดิมก็ปรากฏตัวขึ้นบนเกาะแล้วก็ตามคุณปู่กลับบ้านอีกครั้ง มันใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของคุณปู่ราวกับเป็นสัตว์เลี้ยง จนกระทั่งถึงฤดูผสมพันธุ์ มันก็จะท่องทะเลจากคุณปู่ไปอีก แต่ไม่เกิน 4 เดือน ก็จะกลับมาหาคุณปู่อีกครั้ง เป็นวัฏจักรแบบนี้มาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เจ้าดินดิมมันยังมีพฤติกรรมหวงเจ้านายอีกด้วย มันไม่ยอมให้สัตว์ตัวไหนเข้าใกล้คุณปู่เลย คุณปู่เองก็รักมันเหมือนลูกเช่นกัน เป็นเช่นนี้เรื่อยมาเป็นเวลากว่า 5 ปี จนชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักมักจี่มันเป็นอย่างดี พากันยกให้มันเป็นสัตว์นำโชคของหมู่บ้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภาพจาก Wall Street Journal สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม, imgur.com

ระทึก ! ต้นหางนกยูง โดนปลวกแทะ ล้มทับนิสิตจุฬาฯ บาดเจ็บ 7 สาหัส 3

 * ระทึก ! ต้นหางนกยูง โดนปลวกแทะ ล้มทับนิสิตจุฬาฯ บาดเจ็บ 7 สาหัส 3 *

ต้นไม้ล้มทับ นศ จุฬา

ต้นไม้ล้มทับ นศ จุฬา

เกิดอุบัติเหตุต้นหางนกยูงภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ล้มทับนิสิตบาดเจ็บ 7 ราย สาหัส 3 ราย เจ้าหน้าที่เลื่อยลำต้นดู พบโดนปลวกแทะอยู่ในเนื้อไม้

วันที่ 9 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุต้นหางนกยูง บริเวณตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้หักโค่นลงมาที่โต๊ะนั่งขณะมีนิสิตชั้นปีที่ 1 นั่งอยู่ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย โดยในจำนวนนี้ 3 ราย บาดเจ็บสาหัส ทางเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

สำหรับรายชื่อนิสิตที่ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น มีดังนี้ โดยเป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 ทั้งหมด

1.นายจิรัฏถ์ สง่าอารีย์กุล คณะบัญชีฯ (อาการสาหัส)
2.นายชานัท อมรวศิน คณะวิศวะ (อาการสาหัส)
3.นายชนกันต์ พาวิทยาลาภ คณะวิศวะ (อาการสาหัส)
4.นายตรีพร ทองประดิษฐ์ คณะวิศวะ (หัวแตก)
5.นายศุภกิตติ์ เกษตรตะการ คณะวิศวะ (บาดเจ็บเล็กน้อย)

อย่างไรก็ตามรายงานข่าวระบุว่า นิสิตที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ช่วงพักเที่ยงตนนั่งเล่นกับเพื่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งขณะนั้นไม่มีเสียงลมพัด ไม่มีเสียงลั่นของไม้ จากนั้นต้นไม้ก็ได้หักโค่นลงมา โดยกลุ่มของตนโดนกิ่งร่วงลงมาใส่ ส่วนลำต้นหักไปทางซ้ายมือที่เพื่อนนั่งอยู่ โดยเพื่อนถูกลำต้นล้มทับจนขยับตัวไม่ได้ กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้เดินทางมาช่วยเหลือ

ขณะที่ผู้ดูแลสถานที่ได้นำเลื่อยไฟฟ้าตัดต้นไม้ดังกล่าวออกไปแล้ว และพบปลวกเข้ามาเกาะกินอยู่ภายในเนื้อไม้จำนวนมาก

ภาพจาก เฟซบุ๊ก SpringNews