สลดทารกกะโหลกแตก!! พนง.ฉีกถุงแยกขยะ เปิดออกมาช็อกเจอศพเด็ก ทิ้งอยู่ในถัง

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 13 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เก็บขยะของเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราว่า พบศพทารกเพศชาย วัยประมาณ 5 เดือน ถูกนำมาทิ้งในถังขยะ บริเวณหน้าอู่รถบัสของบริษัทประดิษฐ์รุ่งเรือง ถ.ศุขประยูร ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา หลังรับแจ้งเหตุแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราได้รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพทารกเพศชายอยู่ภายในถุงดำ บนรถขยะของเทศบาลเมืองเชิงเทรา201612130947524-20160601104829201612130947521-20160601104829จากการสอบถามนายสายัณห์ คันต่าย อายุ 56 ปี พนักงานเก็บขยะหลังรถ ทราบว่า ได้นำขยะจากในถังขึ้นมาไว้ท้ายรถ จากนั้นก็จะฉีกถุงขยะเพื่อแยกพลาสติก ปรากฏว่าต้องตกใจเมื่อพบศพของทารกภายในถุง จึงแจ้งให้นายสมพิศ สอดแสง อายุ 54 ปี เจ้าหน้าที่ขับรถเก็บขยะของเทศบาลทราบ เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ201612130947522-20160601104829จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า ศพทารกที่พบมีลักษณะสมบูรณ์ ร่างกายมีแขนขาและเล็บมือเล็บเท้าที่สมบูรณ์ แต่น่าจะถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เพราะที่บริเวณศีรษะกระดูกกะโหลกบริเวณหน้าผากมีลักษณะแตกและยุบลงไป ที่บริเวณแผ่นหลังมีลักษณะเขียวช้ำอมแดง ซึ่งคาดว่าแม่หรือคนใจร้ายอาจทำร้ายลูกตนเองจนเสียชีวิต ก่อนนำศพใส่ถุงดำมาโยนทิ้งลงถังขยะ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณนั้น เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป201612130947526-20160601104829201612130947527-20160601104829

ที่มา>>>ข่าวสด

รุมประณาม!! แม่ทิ้งลูกที่กองขยะ ทารกน้อยอาภัพหลับไม่รู้เรื่อง เผยเห็นกระเป๋าวางผิดสังเกต

สลดแม่ทิ้งลูกน้อย นำทารกแรกเกิดเพศชายใส่กระเป๋าทิ้งกองขยะริมถนน โชคดีชาวบ้านพบก่อนจึงแจ้งตำรวจนำตัวส่งรพ. ล่าสุดปลอดภัยแล้ว ตำรวจเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมตรวจสอบ รพ.ใกล้เคียงหาเบาะแส เพื่อล่าตัวแม่มาดำเนินคดี ด้านชาวบ้านสาปแช่งแม่ใจร้ายทิ้งได้แม้เลือดในอกไม่มีสำนึกความเป็นแม่ พร้อมเรี่ยไรเงินเพื่อช่วยทารกอาภัพรายนี้ต่อไป201610191143566-20050802125127-horzเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ร.ต.อ.ดนัย ถือดียิ่ง ร้อยเวร สภ.ปลวกแดง ระยอง ได้รับแจ้งว่า พบทารกแรกคลอดถูกนำมาทิ้งบริเวณกองขยะริมถนนสายเขาน้อย-คลองกร่ำ หมู่ 1 ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.ปลวกแดง และ หน่วยกู้ภัยปลวกแดง เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งทันที เมื่อไปถึงบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นที่บ่อขยะขนาดใหญ่ ข้างทางเป็นป่าหญ้ารกร้างทางเปลี่ยวไร้บ้านเรือน201610191143564-20050802125127พบชาวบ้านกำลังยืนมุงกันอยู่ จึงเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเข้าไปถึงพบกับภาพอันน่าสลดใจของเด็กทารกนอนนิ่งอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางสีดำและมีผ้าสีฟ้าห่อหุ้มตัวทารกอีกชั้นหนึ่ง ทางแพทย์เวร รพ.ปลวกแดงจึงรีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือทันที พบว่าเป็นทารกเพิ่งคลอดอายุประมาน 1-2 วัน เป็นทารกเพศชาย พบว่าทารกมีร่างกายที่แข็งแรงยังคงนอนหลับสนิทในห่อผ้า จึงรีบอุ้มขึ้นมาและนำตัวไปดูแลต่อที่ รพ.ปลวกแดง ทันที ล่าสุดอาการปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของพยาบาล ซึ่งต่างก็เอ็นดูทารกและสงสารในโชคชะตาของทารกรายนี้ที่ต้องถูกมารดานำทิ้ง

จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างก็ไม่มีใครทราบเบาะแสของแม่ใจร้ายรายนี้ เพียงแต่เห็นว่ามีกระเป๋าต้องสงสัยวางอยู่ผิดสังเกต เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพบว่าเป็นเด็กทารก ที่ยังมีลมหายใจ คาดว่าคงถูกนำมาทิ้งในช่วงเช้ามืด ซึ่งยังปลอดผู้คน จึงไม่มีใครเห็นเหตุการณ์

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางใกล้เคียง และ ตรวจสอบ รพ.ใกล้เคียง เพื่อตามหาตัวแม่รายนี้มาลงโทษต่อไป201610191143562-20050802125127201610191143563-20050802125127

ที่มา>>>ข่าวสด

ลือกระหึ่มกรุงเก่า กล้องวงจรปิดจับภาพลูกไฟลอยเหนือต้นไม้…คล้าย”กระสือ”!?

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าพบเห็นลูกไฟประหลาดลอยไปลอยมา กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา จึงเดินทางไปพิสูจน์ พบว่าที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีรั้วล้อมรอบบ้านติดกับถนนทางเข้าหมู่บ้านขนาดเล็ก ใกล้กับบ้านมีทุ่งนาและต้นไม้ขึ้นรอบบ้านมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนหลายตัว201609261911511-20160711155708น.ส.กาญจนา โฉมวรรณ อายุ 34 ปี เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ภาพดวงไฟที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไวได้เกิดเมื่อกลางดึกวันวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังนั่งดูทีวีอยู่แล้วเหลือบไปเห็นภาพที่จอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิด พบว่ามีดวงไฟประหลาดลอยไปลอยมา จึงได้ขยายภาพดูพบว่าดวงไฟลอยวนเวียนอยู่ข้างรั้วบ้านติดกับห้องน้ำ

 “ดวงไฟดังกล่าวลอยเปลี่ยนระดับไปมาเข้ามาใกล้กล้อง จนมองเห็นเหนือดวงไฟเป็นรูปร่างลักษณะใบหน้าคนมีผมยาวมีวัตถุใต้ดวงไฟ จึงได้รับโทรไปหาพ่อที่อาศัยอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง และเพื่อนบ้านให้ช่วยมาดูว่าเป็นอะไร เมื่อพ่อและเพื่อนบ้านมาถึงดวงไฟดังกล่าวลอยหลบหนีไปต่อหน้าต่อตา พยายามวิ่งติดตามไปแต่ไม่พบ”

น.ส.กาญจนากล่าวต่ออีกว่า ภายหลังวันที่พบดวงไฟ ตนได้ย้อนภาพกลับมาดูและให้เพื่อนบ้านดูทุกคนต่างตกใจแปลกใจว่าคือดวงไฟอะไร และมีรูปร่างเหมือนผีกระสือที่ล่ำลื่อกันจนเมื่อช่วงวันที่ 23 ก.ย. พบเห็นดวงไฟประหลาดมาปรากฏขึ้นที่ข้างบ้านอีก โดยมีเพื่อนบ้านเห็นว่าลอยอยู่เหนือหลังคา จึงเปิดกล้องวงจรปิดดูจนพบว่าดวงไฟประหลาดลอยต่ำลงปรากฎภาพในกล้อง ให้ลูกชายออกไปดูดวงไฟก็ลอยหายไป

“ยืนยันว่าไม่ใช่ไฟฉายของชาวบ้านที่ใช้ออกส่งหาปลาหากบอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้มีแต่ไก่ เป็ด สัตว์เลี้ยงประเภทแมว หายไปหลายครั้ง จนชาวบ้านจะทะเลาะกันเพราะคิดว่าสุนัขบ้านอีกหลังมากัดกินไป”

นายพรชัย รัตนทีโป อายุ 53 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า คืนวันที่พบดวงไฟ น.ส.กาญจนาโทรมาให้ช่วยดูผีกระสือ ตนไม่กล้าออกมาดูทันที รอเพื่อนบ้านคนอื่นมาสมทบ จึงเดินออกไปดูกันก็เห็นดวงไฟลอยหนีไปอย่างรวดเร็ว ยืนยันว่าไม่ใช่ไฟฉายหรือสปอตร์ไลท์อย่างแน่นอน

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มอุดรโกงความตาย!! อาศัยความไวโดดหลบเก๋งรอดปาฏิหาริย์

เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ถือว่า ความไวทำให้รอดจริงๆ และคงเป็นอุทาหรณ์ให้หลายๆคน ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Amm Sirikan โพสต์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดจากแยกแห่งหนึ่ง ที่อ.หนองแสง จ.อุดรธานี แสดงวินาที ชายคนหนึ่งที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ซาเล้ง กำลังหยุดรถรอจังหวะข้ามแยก แต่แล้วมีรถเก๋งสีขาวขับพุ่งมาอีกทางด้วยความเร็วสูง หนุ่มที่อยู่บนซาเล้งจึงรีบปีนรถซาเล้งและกระโดดลง ทันเวลาพอดีก่อนที่รถสีขาวจะชนซาเล้งจนกระเด็น รอดตายหวุดหวิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.ย. เวลา 14.19 น. โดยภาพหลังเกิดเหตุ ชายคนดังกล่าวไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

วงจรปิดจับภาพชัด โจรหมวกแก๊ปย่องฉกพ่อปู่ชูชกกลางร้านชาบูกรุงเก่า

วันที่ 12 ก.ย. ตำรวจ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินที่ร้านชาบูลาว ภายในหมู่บ้านสินทิวาธานี หมู่ 2 ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานรุดเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบนายกฤตภาส ยี่สุ่นแก้ว อายุ 43 ปี เจ้าของร้าน ยืนรอเจ้าหน้าที่พร้อมพาตรวจสอบที่้เกิดเหตุพบคนขโมยพระเครื่อง และรูปปั้นพ่อปู่ชูชก เนื้องทองเหลือง วัดป้อมรามัญ จ.พระนครศรีอยุธยา ของพระครูเกษมจันทวิมลหรือพระอาจารย์แดงเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่ตั้งไว้บนเค้าเตอร์ไป ทิ้งเอาไว้เพียงคราบฝุ่น โดยคนร้ายไม่แตะต้องรูปปั้นนางกวัก และรูปปั้นพระพิฆเนตรแต่อย่างใดจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.ที่ผ่านมา คนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 20-25 ปี สวมเสื้อเสื้อแจ็คเก็ตสีเทาดำ กางเกงขาสั้นลายพราง สวมหมวกแก๊ป มุดรั้วผ้าใบที่กั้นร้านและเข้ามาสำรวจภายในร้าน ค้นหาสิ่งของบนหิ้งพระ 2 หิ้งหน้าร้าน จากนั้นได้หยิบเอารูปหล่อพ่อปู่ชูชก ที่วางอยู่บนเค้าเตอร์รวบรวมใส่ถุง แล้วพยายามจะเดินเข้าไปในห้องเก็บของแต่จังหวะนั้นสุนัขของร้านเดินออกมาคนร้ายจึงหลบหนีไปนายกฤตภาส กล่าวว่า หลังจากที่ปิดร้านตนได้เดินทางกลับบ้านพัก โดยที่ร้านจะมีลูกน้องเฝ้าอยู่หลังร้าน คนร้ายเข้ามาค้นหาพ่อปู่ชูชก ที่เช่ามาในราคา 2,500 บาท ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมสำหรับบรรดาร้านค้า พ่อค้าแม่ขายเช่ามาบูชากัน ทำให้ค้าขายดี มาถูกคนร้ายขโมยไปรู้สึกเสียดายมาก อยากให้คนร้ายเอามาคืนจะไม่ดำเนินคดี หรือหากใครที่พบเห็นมีการนำชูชกไปให้เช้าบูชาช่วยแจ้งด้วยอยากได้คืนมากขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เข้ามาก่อเหตุและหลบหนีไป รวมทั้งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อม เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อน!! สุดโหดเก๋งปาด จยย.ล้ม ก่อนถือไม้กอล์ฟไล่หวดนักเรียนพลตำรวจ เร่งตามตัว(คลิป)

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 ส.ค.2559 ผู้สื่อข่าวรายานว่า มีการส่งต่อคลิป ใน จ.ขอนแก่น และกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่มีสมาชิกเฟสบุ๊กชื่อ Guide Kittipong Tuntisripreecha  โพสต์คลิปภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิดความยาว 37 วินาที พร้อมข้อความว่า “เหตุเกิดหน้าร้านผมเอง ขอนแก่นเถื่อนจริงๆ เหตุเกิด กลางวันแสกๆ” โดยโพสต์ผ่านทางกลุ่มเฟสบุ๊กชื่อ ขอนแก่น มีด่านบอกด้วย

โดยจากการตรวจสอบในภาพพบรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว วิ่งขนานกับรถจักรยานยนต์ ก่อนจะเบียดซ้ายเข้ามาตัดหน้า จนรถจักรยานยนต์ล้มลงทับขาของชายคนขับรถจักรยานยนต์ และมีชายคนขับรถเก๋งได้เปิดประตูลงมาจากรถ ในมือถืออาวุธลักษณะเหมือนเป็นไม้กอล์ฟ วิ่งดิ่งเข้ามาลักษณะจะเข้ามาทำร้ายชายคนขับรถจักรยานยนต์ ทำให้คนขับรถจักรยานยนต์รีบวิ่งหนีไป เจ้าของรถเก๋งที่ขับปาดหน้าจึงเดินกลับมาที่รถจักรยานยนต์พร้อมกับดึงเอากุญแจรถไปก่อนจะขึ้นรถขับหนีไป ซึ่งหลังจากโพสต์คลิปดังกล่าว ทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ถึงการกระทำที่โหดร้าย ป่าเถื่อน พร้อมทั้งช่วยกันโพสต์ข้อความต่างๆ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวคนขับรถเก๋งคันนี้ให้ได้โดยเร็ว

จากการสอบถามนายกิตติพงศ์ ตันติศรีปรีชา ผู้โพสต์คลิปวีดีโอดังกล่าว ทราบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.00น. ที่หน้าโชว์รูมรถ อีตั้น ริมถนนมิตรภาพ สายขอนแก่น-อุดรธานี เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยพนักงานภายในโชว์รูมได้มาบอกกับตนเองว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่ไม่เคยเห็นหน้าทั้ง 2 คน กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอคลิปดังกล่าวไป คาดว่าทางเจ้าของรถจักรยานยนต์น่าจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

ขณะที่ พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า  หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าของรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นนักเรียนพลตำรวจ ได้เดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยคนร้ายและทำการสืบสวนจนทราบว่า รถคันดังกล่าวทะเบียนอะไร และรู้ตัวเจ้าของรถแล้ว และในขณะนี้ได้ออกหมายเรียกเจ้าของรถเก๋งมารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาชิงทรัพย์แล้ว เบื้องต้น ยังไม่ทราบว่าทั้งคู่มีเรื่องกันมาก่อนหรือไม่ ต้องรอการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

อุกอาจมาก!! โจรบุกปล้นเหยื่อสาวในตู้เอทีเอ็ม บังคับถอดเสื้อผ้าหมด (คลิป)

14707270591470735215l   เว็บไซต์ ซีซีทีวี ของทางการจีนเผยแพร่ภาพกล้องวงจรปิดเหตุชิงทรัพย์อย่างอุกอาจในเมืองลี่หยาง มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน เมื่อวันที่ 8 ส.ค. โดยคนร้ายสวมหมวกกันน็อกสีดำและเสื้อกันฝนสีชมพูหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้ตู้เอทีเอ็มนาน 1 ชม. กระทั่งผู้หญิงคนหนึ่งถือเงินสดเพื่อนำเข้าฝากตู้เอทีเอ็ม คนร้ายจึงวิ่งตามไปประกบตัว

 โดยผู้หญิงฝากเงินแล้วและไม่มีเงินในมืออีก คนร้ายจึงบอกให้ผู้หญิงถอดเสื้อคลุมแล้วค้นร่างกาย แต่ไม่พออะไร โชคดีคนร้ายปล่อยตัวผู้หญิงก่อนหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ ขณะนี้คนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมนำส่งโรงพักได้แล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ยิงหนุ่มดับคาบิ๊กไบก์ค้นตัวเจอยาบ้า-ไอซ์ ตร.คาดปมขัดแย้งส่วนตัว-ยาเสพติด

 เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ร.ต.อ.สุวิทย์ ภูดอนบาง สว.(สอบสวน) สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าบ้านเลขที่ 106/4-5 ม.4 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อนันต์ ชัยชาญ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.ท.กฤกษ์ชัย แสงสว่าง รอง.ผกก.สส. พ.ต.ท.อุทัย ขันทอง รอง.ผกก.ป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และมูลนิธิ ปอเต็กตึ้ง พร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุหน้าอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ด้านล่างเป็นร้านขายของชำ พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อ คาวาซากิ ER-6N สีดำ หมายเลขทะเบียน ฬสง 99 กทม. ล้มตะแคงอยู่ ติดกันพบศพนายเผด็จ หรือ แคป สว่างแก้ว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ม.4 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างรถ ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขี้ม้า สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบสีดำ และมีซองปืนสีดำเหน็บอยู่ที่เอวด้านหน้า แต่ไม่พบอาวุธปืน

ตรวจสอบตามร่างกายถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองขนาด 9 เบอร์ 12 เข้าที่ สีข้างด้านขวากระสุนทะลุหน้าท้อง 9 รู ที่ต้นแขนขวา 2 รูทะลุแขน ไปฝังในไต้แขนขวา และที่กลางหน้าอกอีก 1 รู ตรวจสอบรถพบรอยถูกกระสุน 14 แห่ง และห่างออกไป ประมาณ 30 เมตรที่ริมถนนพบปลอกกระสุน ปืนลูกซองขนาด 9 เบอร์ 12 สีแดง ตกอยู่ที่พื้นจำนวน 5 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นตามร่างกายผู้ตายพบยาบ้า จำนวน 7 เม็ด ยาไอซ์ บรรจุซองพาสติกใส 2 ซองประมาณ 2 กรัม เงินสด 700 บาท อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างขวา และโทรศัพท์ 1 เครื่องอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้ายซ้าย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายประกอบ นาดี อายุ 59 ปี พี่ชายเจ้าของร้าน เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนยืนอยู่หน้าร้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 5 นัด และมีรถของผู้ตายขี่เข้ามาล้มอยู่ข้างร้าน และตนโดนกระสุนปืนเฉี่ยวที่แขนขวาเจ็บเล็กน้อย จึงวิ่งหนีตายเข้าร้านและรอจนสักพักให้แน่ใจว่าปลอดภัย จึงออกจากร้านมาดูพบผู้ตายถูกยิงนอนอยู่ข้างรถ ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ มอบศพให้มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งสถาบันนิติเวช ส่วนสาเหตุการตายจะได้สอบสวนและตรวจกล้องวงจรปิดพื้นที่ใกล้เคียง ว่าเกิดจากปัญหายาเสพติดหรือปัญหาส่วนตัว เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แท็กซี่น้ำใจงามเก็บกระเป๋าเป้มีเงิน 8 แสนคืนนักธุรกิจหนุ่มชาวญี่ปุ่น

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่สน.บุปผาราม พ.ต.อ.พิทักษ์ ปัญญาพร ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว รอง ผกก.สส.สน.บุปผาราม พ.ต.ต.สมมาตร วงษ์ดี สว.สส.สน.บุปผาราม ร่วมเป็นพยานในการส่งมอบทรัพย์สินคืนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น โดยนายธนกฤต เฮงนิรันดร์ อายุ 40 ปี ชาวจ.นครปฐม อาชีพขับแท็กซี่ นำกระเป๋าเป้สีเขียว ภายในบรรจุเงินสกุลเยน จำนวน 800,000 เยน หรือประมาณ 270,000 บาทไทย คอมพิวเตอร์แมคบุ๊ก 1 เครื่อง เสื้อกีฬา 16 ตัว และเครื่องใช้จำนวนหนึ่ง มาส่งมอบให้แก่ นายเคชิ โกบายาชิ อายุ 29 ปี นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ซึ่งลืมทิ้งไว้ในกระโปรงหลังรถของนายธนกฤต ตั้งแต่เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายเคชิเจ้าของทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจชุดกีฬายี่ห้อ LACROSSE TOKYO แบรนด์ดังในประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจในประเทศไทยพร้อมเพื่อนอีก 1 คน โดยเช่าพักอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านถนนรัชดา (ท่าพระ-ตากสิน) กระทั่งเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 24 มิ.ย. นายเคชิและเพื่อน ต้องไปธุระที่ซอยเจริญนคร 70 จึงเรียกรถแท็กซี่ส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเขียวเหลือง ทะเบียน 1 มก5026 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี นายธนกฤตเป็นโชเฟอร์ จากหน้าคอนโดมิเนียมให้ไปส่งยังจุดหมาย แต่ด้วยความที่มีสัมภาระจำนวนมาก จึงลืมกระเป๋าเป้ใบดังกล่าวที่มีทรัพย์สินทั้งเงินสด คอมพิวเตอร์ และเสื้อกีฬา เอาไว้ที่กระโปรงด้านท้ายรถ หนำซ้ำเมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้ว นายเคชิและเพื่อน ยังจดจำทะเบียนรถไม่ได้ จำได้แค่รถดังกล่าวมีสีเขียวเหลืองเท่านั้น จึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความของหายเอาไว้ที่ สน.บุคคโล เพื่อเป็นหลักฐานเอาไว้หากมีใครนำกระเป๋ามาส่งคืน
 ขณะที่ทาง สน.บุคคโล ก็ประสานมายังฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม ให้ช่วยดูกล้องวงจรปิดจากห้องควบคุมของโรงพัก เพื่อหาทะเบียนรถแท็กซี่คันดังกล่าว เผื่อแล่นผ่านกล้องในช่วงเวลาที่ลืมของ โดยผลจากการไล่ดูกล้องปรากฏว่า สามารถจับภาพรถแท็กซี่คันนี้ได้จริงๆ เมื่อตำรวจติดต่อไปที่นายธนกฤต เจ้าของรถ ได้ความว่านำกระเป๋าดังกล่าวไปฝากไว้ที่กองกำกับทางตำรวจท่องเที่ยว บริเวณถนนราชดำเนินและลงบันทึกประจำวันเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะนำไปคืนผู้โดยสารได้อย่างไร ประกอบกับไม่มีเอกสารอะไรที่สามารถยืนยันตัวเจ้าของได้เลย กระทั่ง ร.ต.อ.อนันต์ สว่างอัมพร รอง สว.สส.สน.บุปผาราม ไปตรวจสอบกับทางตำรวจท่องเที่ยว ก็พบมีการฝากกระเป๋าเอาไว้จริง อยู่ระหว่างประสานหาตัวเจ้าของมารับคืน จึงถือโอกาสนัดหมายให้ นายธนกฤต มาพบ นายเคชิ เพื่อส่งมอบกระเป๋ากันด้วยตนเองในวันนี้
นายเคชิ กล่าวว่า ตนค่อนข้างมั่นใจว่าจะต้องได้กระเป๋าคืนอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าคนไทย มีน้ำใจไม่แพ้ชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะถ้าอยู่ในประเทศญี่ปุ่น หากลืมของเอาไว้ก็จะต้องได้คืน จึงยอมเลื่อนกำหนดการบินกลับประเทศ เพื่อรอรับทรัพย์สินของตัวเองและได้มอบเงินสด 5,000 บาท ให้เป็นสินน้ำใจด้วยที่เก็บกระเป๋าไว้ให้ พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันประสานงานจนได้ทรัพย์สินทั้งหมดคืนในสภาพเดิม
นายธนกฤต กล่าวว่า ในวันที่ขับรถไปรับ นายเคชิกับเพื่อนนั้น มีกระเป๋าสัมภาระมาด้วยจำนวนหลายใบ ซึ่งตนก็เปิดฝากระโปรงด้านหลังให้เก็บ พอไปส่งถึงจุดหมายคิดว่าผู้โดยสารได้เอากระเป๋าลงไม่หมดและตนก็ไม่ได้ลงไปตรวจสอบ ผ่านไปหลายวัน จนกระทั่งกลางดึกคืนวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนกำลังล้างทำความสะอาดรถพบกระเป๋าดังกล่าวอยู่ในกระโปรงหลังรถ จึงรีบออกจากบ้านเช่าย่านนางเลิ้งนำไปส่งมอบไว้ให้กับตำรวจท่องเที่ยว ที่ถนนราชดำเนินเพื่อให้ประสานเจ้าของมารับคืนทันที โดยที่ตนไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินแต่อย่างใด

ที่มา>>>ข่าวสด