คนไทยงงตาแตก! ร้านมะม่วงปั่นฮิตสุดๆ ในจีน แต่ทำไมชื่อภาษาไทยถึงเป็นแบบนั้น!?

เฟซบุ๊กเพจ อ้ายจง เปิดเรื่องราวของความนิยมผลไม้ไทยอย่าง “มะม่วง” ในประเทศจีน โดยในปัจจุบันมีร้านขายน้ำมะม่วงปั่นจำนวนมากในเมืองต่างๆ ของประเทศจีน แต่เมื่อคนจีนไปเปิดร้าน นอกจากชื่อภาษาจีนแล้ว ก็ต้องการใส่ชื่อภาษาไทยประกอบด้วย เหมือนจะเป็นการยืนยันว่ามะม่วงนี้มาจากประเทศไทยแท้ๆ เราจึงได้เห็นชื่อภาษาไทยแปลกๆ ตามร้านมะม่วงปั่นของจีนแบบนี้ โดยเหตุที่ชื่อภาษาไทยเหล่านี้ฟังดูแปลกๆ น่าจะมาจากการใช้คอมพิวเตอร์แปลภาษาแบบอัตโนมัตินั่นเอง

14522973_10154500139982591_564392936178278635_n
14520604_869420983189466_2922170561113157155_n

ที่มา>>>ข่าวสด

สาธุ! “น้องแน๊ต” นั่งตอบปัญหาธรรมให้สื่อนอก ภูมิใจทำประโยชน์ให้พระพุทธศาสนา

นานๆ จะได้เห็นมุมนี้ สำหรับสาว “แน๊ต เกศริน” ที่ล่าสุดมานั่ง ตอบคำถามนิตยสารต่างประเทศในเรื่องราวของพระพุทธศาสนา ทำเอาแฟนๆ เข้ามาชื่นชมกันจำนวนมาก โดยสาวแน็ตโพสต์รูปตนเองขณะกำลังนั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ ระบุว่า778774000วันนี้นั่งอยู่บ้านค่ะ กำลังนั่งตอบบทสัมภาษณ์Magazine online ของประเทศอังกฤษและสหรัฐ หวังว่าเร็วๆนี้เราคงได้เห็นบทคำสัมภาษณ์แน๊ตจากMagazine online กันนะคะ โกอินเตอร์แบบสวยๆ ในเรื่องราวที่ดีงามเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาล้วนๆที่ตัวแน๊ตที่ได้เรียนรู้ และศึกษา หวังว่าคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยให้กับชาวต่างชาติที่สนใจเรื่องราวอันดีงามเหล่านี้ แน๊ตดีใจและภูมิใจที่มีชีวิตอยู่ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับพระพุทธศาสนานี่คือสิ่งที่แน๊ตได้อธิฐานจิตและตั้งสัจจะไว้มาโดยตลอดตั้งแต่ได้เรียนรู้และได้เริ่มปฏิบัติมา…โดยไม่คิดว่าจะมีวันนี้ด้วยซ้ำ…กราบขอบพระคุณทุกๆโอกาสกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้เป็นอย่างมาก?????? #บทสัมภาษณ์นี้มีแต่เรื่องราวพระพุทธศาสนาล้วนๆ #อย่าคิดว่าคนต่างชาติต่างศาสนาจะเห็นแน๊ตแล้วคิดถึงแต่แน๊ตในด้านเดียว #คนที่คิดต่างและมองต่างก็มีอีกเยอะ #ไม่เหมือนคนในประเทศที่มองคนกันเองเหมือนกับเชื้อโรคที่น่ารังเกียจ7478999920257474588855

ที่มา>>>ข่าวสด

แท็กซี่น้ำใจงามเก็บกระเป๋าเป้มีเงิน 8 แสนคืนนักธุรกิจหนุ่มชาวญี่ปุ่น

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่สน.บุปผาราม พ.ต.อ.พิทักษ์ ปัญญาพร ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว รอง ผกก.สส.สน.บุปผาราม พ.ต.ต.สมมาตร วงษ์ดี สว.สส.สน.บุปผาราม ร่วมเป็นพยานในการส่งมอบทรัพย์สินคืนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น โดยนายธนกฤต เฮงนิรันดร์ อายุ 40 ปี ชาวจ.นครปฐม อาชีพขับแท็กซี่ นำกระเป๋าเป้สีเขียว ภายในบรรจุเงินสกุลเยน จำนวน 800,000 เยน หรือประมาณ 270,000 บาทไทย คอมพิวเตอร์แมคบุ๊ก 1 เครื่อง เสื้อกีฬา 16 ตัว และเครื่องใช้จำนวนหนึ่ง มาส่งมอบให้แก่ นายเคชิ โกบายาชิ อายุ 29 ปี นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ซึ่งลืมทิ้งไว้ในกระโปรงหลังรถของนายธนกฤต ตั้งแต่เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายเคชิเจ้าของทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจชุดกีฬายี่ห้อ LACROSSE TOKYO แบรนด์ดังในประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจในประเทศไทยพร้อมเพื่อนอีก 1 คน โดยเช่าพักอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านถนนรัชดา (ท่าพระ-ตากสิน) กระทั่งเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 24 มิ.ย. นายเคชิและเพื่อน ต้องไปธุระที่ซอยเจริญนคร 70 จึงเรียกรถแท็กซี่ส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเขียวเหลือง ทะเบียน 1 มก5026 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี นายธนกฤตเป็นโชเฟอร์ จากหน้าคอนโดมิเนียมให้ไปส่งยังจุดหมาย แต่ด้วยความที่มีสัมภาระจำนวนมาก จึงลืมกระเป๋าเป้ใบดังกล่าวที่มีทรัพย์สินทั้งเงินสด คอมพิวเตอร์ และเสื้อกีฬา เอาไว้ที่กระโปรงด้านท้ายรถ หนำซ้ำเมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้ว นายเคชิและเพื่อน ยังจดจำทะเบียนรถไม่ได้ จำได้แค่รถดังกล่าวมีสีเขียวเหลืองเท่านั้น จึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความของหายเอาไว้ที่ สน.บุคคโล เพื่อเป็นหลักฐานเอาไว้หากมีใครนำกระเป๋ามาส่งคืน
 ขณะที่ทาง สน.บุคคโล ก็ประสานมายังฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม ให้ช่วยดูกล้องวงจรปิดจากห้องควบคุมของโรงพัก เพื่อหาทะเบียนรถแท็กซี่คันดังกล่าว เผื่อแล่นผ่านกล้องในช่วงเวลาที่ลืมของ โดยผลจากการไล่ดูกล้องปรากฏว่า สามารถจับภาพรถแท็กซี่คันนี้ได้จริงๆ เมื่อตำรวจติดต่อไปที่นายธนกฤต เจ้าของรถ ได้ความว่านำกระเป๋าดังกล่าวไปฝากไว้ที่กองกำกับทางตำรวจท่องเที่ยว บริเวณถนนราชดำเนินและลงบันทึกประจำวันเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะนำไปคืนผู้โดยสารได้อย่างไร ประกอบกับไม่มีเอกสารอะไรที่สามารถยืนยันตัวเจ้าของได้เลย กระทั่ง ร.ต.อ.อนันต์ สว่างอัมพร รอง สว.สส.สน.บุปผาราม ไปตรวจสอบกับทางตำรวจท่องเที่ยว ก็พบมีการฝากกระเป๋าเอาไว้จริง อยู่ระหว่างประสานหาตัวเจ้าของมารับคืน จึงถือโอกาสนัดหมายให้ นายธนกฤต มาพบ นายเคชิ เพื่อส่งมอบกระเป๋ากันด้วยตนเองในวันนี้
นายเคชิ กล่าวว่า ตนค่อนข้างมั่นใจว่าจะต้องได้กระเป๋าคืนอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าคนไทย มีน้ำใจไม่แพ้ชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะถ้าอยู่ในประเทศญี่ปุ่น หากลืมของเอาไว้ก็จะต้องได้คืน จึงยอมเลื่อนกำหนดการบินกลับประเทศ เพื่อรอรับทรัพย์สินของตัวเองและได้มอบเงินสด 5,000 บาท ให้เป็นสินน้ำใจด้วยที่เก็บกระเป๋าไว้ให้ พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันประสานงานจนได้ทรัพย์สินทั้งหมดคืนในสภาพเดิม
นายธนกฤต กล่าวว่า ในวันที่ขับรถไปรับ นายเคชิกับเพื่อนนั้น มีกระเป๋าสัมภาระมาด้วยจำนวนหลายใบ ซึ่งตนก็เปิดฝากระโปรงด้านหลังให้เก็บ พอไปส่งถึงจุดหมายคิดว่าผู้โดยสารได้เอากระเป๋าลงไม่หมดและตนก็ไม่ได้ลงไปตรวจสอบ ผ่านไปหลายวัน จนกระทั่งกลางดึกคืนวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนกำลังล้างทำความสะอาดรถพบกระเป๋าดังกล่าวอยู่ในกระโปรงหลังรถ จึงรีบออกจากบ้านเช่าย่านนางเลิ้งนำไปส่งมอบไว้ให้กับตำรวจท่องเที่ยว ที่ถนนราชดำเนินเพื่อให้ประสานเจ้าของมารับคืนทันที โดยที่ตนไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินแต่อย่างใด

ที่มา>>>ข่าวสด