เผยภาพสุดสะเทือนใจ บ้านพักคนชราน้ำท่วมจากฤทธิ์พายุต้องแช่อยู่ในน้ำ

กลายเป็นภาพน่าตกใจ โดย Good Morning America ได้รายงานเหตุการณ์ผลกระทบจากเฮอลิเครน โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพในบ้านพักคนชราในเมืองเท็กซัส ซึ่งตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมสูง ทำให้คนชราต้องแช่อยู่ในน้ำ

โดยภาพดังกล่าวได้รับการทวีตจาก ทิโมธีแม็คอินทอช Timothy J. McIntosh‏ เพื่อขอความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ทำให้สื่อออนไลน์ได้ส่งต่อภาพเพื่อเร่งขอความช่วยเหลือให้กับบ้านพักคนชราดังกล่าว จนต่อมาได้รับความช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ชาวเน็ตชื่นชม! กลุ่มรถยกสูง ช่วยน้ำท่วมที่สกลนคร ถึงคราวจำเป็น แม้รถผิดกฎหมาย

เพจ ยีราฟ ซิ่ง ได้โพสต์ข้อความ “เสร็จนาอย่าฆ่าโคถึก เสร็จศึกอย่าฆ่าขุนพล ถึงเวลาที่พาหนะผิดกฏหมาย ต้องออกไปทำตามใจเรียกร้อง ยีราฟซิ่ง เอาใจช่วยพี่น้องชาวสกลนครทุกท่านครับ” โดยโพสต์รถยกสูง ได้ขึ้นรถบรรทุกเพื่อเดินทางไปช่วยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่ จ.สกลนคร ซึ่งมีสิ่งของยังชีพอย่างอาหารและน้ำเปล่าจำนวนมาก จนมีคนมาแสดงความชื่นชมกันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียล

ที่มา  ยีราฟ ซิ่ง อ๊อฟชั่นโฟลวิล


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

2 ตา-ยาย ไม่ยอมแพ้ ลอยเรือเกี่ยวข้าว หลังน้ำหลากจมนาข้าว 12 ไร่ ท่วมสูงกว่า 1 เมตร

วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งยังมีน้ำท่วมเป็นวงกว้างที่ อ.บางระกำ โดยเฉพาะในเขต ต.คุยม่วง ต.ชุมแสงสงคราม และ ต.ท่านางงาม น้ำจากแม่น้ำยมหลากล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ทางการเกษตรนาข้าวเสียหายนับหมื่นไร่ หลายพื้นที่ได้สร้างแนวกั้นน้ำ เช่น ที่ ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ต.ท่านางงาม และ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้ามาท่วมนาข้าวที่อายุ 2-3 เดือน ใกล้เก็บเกี่ยว ขณะที่หลายพื้นที่น้ำท่วมสูง ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทัน แม้ชาวนาอีกหลายรายกพยายามลงแรงเกี่ยวข้าวที่จมน้ำลึก ถึง 1 เมตร เพื่อจะได้ทุนกลับคืนมาบ้าง201609271534163-20041022171637โดยที่บ้านวังแร่ หมู่ 3 ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ระดับน้ำยมไหลหลากมาจากอ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย และจากคลองเมม ได้หลากมาท่วมพื้นที่นาจมมิดเป็นพื้นที่กว้าง มีชาวนาพยายามลงแรงเกี่ยวข้าวที่จมอยู่ใต้น้ำ เพียงลำพัง 2 คน เนื่องจากนาข้าวที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในไม่กี่วันข้างหน้า แต่กลับมาถูกน้ำท่วมเสียก่อน201609271534167-20041022171637ซึ่งนายสน ด้วงต้อย และนางสมนึก ดวงต้อย อายุ 66 ปี 2 สามี-ภรรยา ได้ใช้เรือลงไปเกี่ยวข้าวในพื้นที่นาข้าวของตนเองที่ถูกน้ำท่วม ระดับความลึกประมาณ 1 เมตร ปลูกข้าวเอาไว้ 12 ไร่ เพราะข้าวอายุกว่า 80 วัน โดยใช้ตอกมัดเป็นกำใส่เรือแจว จูงขึ้นมาใส่รถอีกโก้ง นำไปตากแดดที่ลานบ้าน เพื่อรอให้แห้งจะได้ตันละ 2,000 บาท201609271534169-20041022171637นายสน เปิดเผยว่า ตนทำนาบริเวณทุ่งวังแร่มานากว่า 40 ปีแล้ว นาข้าวเคยถูกน้ำท่วมเสียหาย 2-3 ครั้ง ข้าวส่วนใหญ่ไม่เสียหาย เพราะจะเกี่ยวได้ทันก่อนน้ำมาท่วม แต่ต้นปีนี้แล้งมากไม่มีน้ำทำนา จึงทำให้ทำได้ล่าช้า ข้าวอายุได้ 80 วัน จำนวน 12 ไร่ ใกล้เก็บเกี่ยวได้แล้ว แต่น้ำเริ่มขึ้นมาเร็วมาก จะปล่อยทิ้งไว้ก็เสียดาย ลงทุนไปประมาณ 40,000 กว่าบาทแล้ว จึงพากันมาใช้เคียวเกี่ยวข้าวเท่าที่เกี่ยวได้ บางจุดก็อยู่ลึกมาก ไม่สามารถเกี่ยวได้ ถ้าตากแดดก็คงขายได้ตันละ 2,000 บาท แต่ยังดีกว่าปล่อยให้นาข้าวจมน้ำเสียหายไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลยDCIM100MEDIADJI_0555.JPG

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดภาพ “สัตว์ป่าหนีตาย-ร้องขอชีวิต” ฝีมือสืบ นาคะเสถียร ครบ 30 ปี อพยพสัตว์ป่าหนีเขื่อน

วันที่ 16 ส.ค. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร นำเสนอภาพถ่ายสัตว์ป่าในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งถูกช่วยเหลืออพยพให้รอดตายจากน้ำท่วมโดยสืบ นาคะเสถียร และทีมงาน ในพ.ศ.2529 โดยในเดือนกันยายนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสียร จะได้เผยแพร่ ผลงานของสืบอีกกว่า 500 ภาพ ในงาน “จากป่าสู่เมือง บทเรียนอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน (รำลึก 26 ปี สืบ นาคะเสถียร) ตั้งแต่วันร์ที่ 9-11 ก.ย.นี้ ที่ห้องอเนกประสงค์ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถือเป็นวาระ 30 ปี เหตุการณ์อพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน ซึ่งภาพถ่ายเหล่านี้ จะถูกนำมาแสดงเพื่อระลึกถึงเรื่องราวบทสำคัญในชีวิตของนักอนุรักษ์ผู้ไม่เคยหายไปจากห้วงคำนึง และเพื่อทบทวนเหตุการณ์สำคัญทางสิ่งแวดล้อมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทยสืบ นาคะเสถียร เคยให้สัมภาษณ์ว่า “ผมสนใจงานวิชาการมากกว่าไปวิ่งไล่จับคน” และนั่นทำให้สืบตัดสินใจย้ายจากการเป็น ‘หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ’ เข้ามาทำงานวิชาการในกองอนุรักษ์สัตว์ป่าสืบเป็นคนช่างสังเกต ชอบจดบันทึก สเก็ตช์รูป ถ่ายรูป ซึ่งทำให้งานวิจัยสัตว์ป่าของเขามีคุณค่าและความน่าสนใจ ผลงานของสืบมีภาพสัตว์ป่าหายากไม่ว่าจะเป็นกวางผา เลียงผา นกกระสาคอขาวปากแดง ไปจนถึงภาพการบุกรุกทำลายป่าทุกรูปแบบวันที่เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สืบให้ความสำคัญเรื่องการเผยแพร่ความรู้และรณรงค์เรื่องการรักษาป่าแก่ชาวบ้านในพื้นที่โดยรอบห้วยขาแข้ง สืบจะออกแบบงานนิทรรศการ เขียนโปสเตอร์ เขียนบอร์ดเอง ภาพที่นำมาใช้ล้วนเป็นภาพสวยงามจากฝีมือของเขา และแน่นอนว่าเมื่อครั้งที่สืบได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าโครงการช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาก็ได้บันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ ไว้ด้วยตัวของเขาเองเช่นกันในเหตุการณ์ที่สืบเข้าร่วมคัดค้านเขื่อนน้ำโจนที่จะก่อสร้างในผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี สืบได้เล่าเรื่องการช่วยเหลือสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลานและผลกระทบจากการสร้างเขื่อนพร้อมฉายภาพสไลด์จนทำให้ผู้ที่เข้าร่วมฟังต่างรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของสัตว์ป่าผ่านผลงานและน้ำเสียงของเขาบุญส่ง จันทร์ส่องรัศมี แกนนำของกลุ่มอนุรักษ์เมืองกาญจน์ และผู้เข้าร่วมคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำโจนได้เล่าให้ฟังว่า “คืนหนึ่งในงานนิทรรศการ คุณสืบ ฉายสไลด์เกี่ยวกับการอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน แกเป็นคนบรรยายทำให้เรารู้สึกว่าสัตว์ป่าในภาพมีชีวิต มันร้องขอชีวิต มันครวญคราง เจ็บปวดรวดร้าว มันออกมาพร้อมกับน้ำเสียงของคุณสืบ จากเหตุการณ์นั้นทำให้มองเห็นวิญญาณการต่อสู้และปกป้องสัตว์ป่าจากคำพูดของคุณสืบที่เราไม่เคยพบจากใครมาก่อน”

ที่มา>>>ข่าวสด