สังเวยอีก 2 ศพ บ่อบาดาลมรณะ!! 2 ผัวเมียสุพรรณ ลงดูปั๊มน้ำก้นบ่อขาดอากาศหายใจดับสลด

วันที่ 2 ก.ย. พ.ต.ท.สุรพล ผะอบทิพย์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ทุ่งคลี จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนพลัดตกลงไปในบ่อบาดาลเสียชีวิต 2 ราย บริเวณกลางทุ่งนา หมู่ 4 บ้านหนองตาแก้ว ต.โคกช้าง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเสมอกัน เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 สุพรรณบุรี แพทย์เวร ร.พ.เดิมบางนางบวชที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำบาดาลลึกประมาณ 10 เมตร จากการตรวจสอบภายในบ่อพบศพนายเสกสันต์ เปี่ยมมนัส อายุ 46 ปี และนางสมคิด เปี่ยมมนัส อายุ 43 ปี ชาวต.ดอนกำ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยากัน นอนเสียชีวิตอยู่ก้นบ่อ โดยตัวสามีหัวพาดไปที่ปั๊มน้ำ ส่วนภรรยานอนทับร่างสามีอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงใช้ถังอ็อกซิเจนและโรยตัวลงไปเนื่องจากก้นบ่อไม่มีอาการหายใจ มีน้ำผุดขึ้นมาตลอดและมีแก๊สซึ่งเป็นอันตราย เพื่อนำร่างของทั้ง 2 คนขึ้นมาด้านบนจากการสอบถามนางน้ำฝน เทียมโห้ อายุ 49 ปี ญาติผู้ตายกล่าวว่า ทั้งคู่ทำนาอยู่ที่ต.โคกช้าง อ.เดิมบางนางบวชมากว่า 10 ปีแล้ว เวลาจะไปทำนาก็ไปพร้อมกัน ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ได้ออกไปทำนาตามปกติ กระทั่งมีชาวบ้านไปพบว่าตกอยู่ก้นบ่อบาดาล จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว ขณะนี้ทางครอบครัวรู้สึกเสียใจมาก ยังทำใจไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ต่อสู้ชีวิตกันมาตลอด อดทนทุกอย่างหาทางสู้กับภัยแล้ง และอุทกภัย จนมาช่วงนี้เริ่มปลูกข้าวได้และต้องใช้น้ำบาดาลสูบน้ำเข้านา คาดว่านายเสกสันต์ คงลงไปดูในบ่อว่าเกิดอะไรขึ้น หลังมีน้ำผุดในบ่อบาดาลและคิดว่าปั๊มเสียเนื่องจากสูบน้ำไม่ขึ้น ก่อนขาดอากาศหายใจด้านล่าง ส่วนนางสมคิด เห็นสามีพลัดตกลงไป ก็เลยจะลงไปช่วยแต่ก็คงขาดอากาศหายใจเสียชีวิตดังกล่าวเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเกิดจากขาดอากาศหายใจ หลังจากนี้จะได้ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พบสวนกล้วยจีน เชียงราย แอบสูบน้ำอิง รัฐสั่งคุมเข้มแก้ปัญหา

กระทรวงเกษตรฯ ลุยตรวจพบสวนกล้วยจีนเช่าที่ดินไทยกว่า 2 พันไร่ ที่เชียงราย แอบสูบน้ำอิงอ้างบาดาลไม่พอใช้ สั่งคุมเข้มเข้าระบบ GAP ชี้สวนทางนโยบายแก้ปัญหาภัยแล้งรัฐบาล ที่ให้เกษตรกรไทยปลูกพืชใช้น้ำน้อย

นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์เหล่าวิชยา ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปตรวจปัญหาภัยแล้ง ที่ อ.พญาเม็งราย และเข้าตรวจสอบ สวนกล้วยหอม ของบริษัท หงต๋า อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด กลุ่มทุนจากประเทศจีน เข้ามาเช่าที่ดิน 2,711 ไร่ จากบริษัท ภาสวัฒน์ จำกัด โดยมี นายภูเบศร์ จูละยานนท์ นอภ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ชลประทาน เกษตร อ.พญาเม็งราย พาเข้าตรวจสภาพการดำเนินการพบว่า มีการปลูกกล้วยหอมไปแล้ว 820 ไร่ เก็บผลผลิตได้แล้ว 200 ไร่ ส่งออกจีนตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มี.ค.59 รวมถึงปัจจุบัน 19 ตู้คอนเทนเนอร์ และพบว่า สวนกล้วยแห่งนี้มีการใช้น้ำจำนวนมาก ในการหล่อเลี้ยงต้นกล้วย และระบบการทำความสะอาดผลกล้วย ก่อนบรรจุลงกล่องเพื่อส่งขาย ทำให้สวนกล้วยมีการแอบสูบน้ำในแม่น้ำอิง สัปดาห์ละ 1 วัน ระหว่างเวลา 18.00 น.ถึง 24.00 น. โดยอ้างว่า น้ำจากบ่อบาดาลที่ขุดเจาะ 4 บ่อ ยังไม่พอใช้ เจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาไม่ให้กระทบต่อ ราษฎรสวนกล้วยหอม ของกลุ่มทุนประเทศจีน

นางสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า การทำพื้นที่การเกษตรขนาดใหญ่ส่งผลให้มีปัญหาเกิดขึ้นได้ในอนาคต และพบว่า สวนกล้วยแห่งนี้จำเป็นต้องดึงน้ำจากแม่น้ำอิงมาใช้ ซึ่งเป็นการสวนทางนโยบายของรัฐบาล ที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้งในขณะนี้ โดยการที่รัฐบาลห้ามเกษตรกรทำนาปรัง และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย และอาจเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า บริษัทข้ามชาติจากต่างประเทศ ทำไมจึงสามารถใช้น้ำได้มากมาย ส่วนเกษตรกรที่เป็นคนไทยไม่สามารถใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรได้ จึงต้องมีการจัดระเบียบใหม่ ส่วนปัญหาเรื่องสารเคมีตกค้างที่ชาวบ้านเกรงจะเกิดผลกระทบ พบว่า น้ำยาที่นำมาล้างผลกล้วยเป็นยาป้องกันเชื้อรา ส่วนการเก็บตัวอย่าง ดิน น้ำ และกล้วยหอม ไปตรวจสอบพบว่า ผลกล้วยนั้น ไม่มีสารเคมีอันตรายแต่อย่างใด ส่วนผลการตรวจดินและน้ำ ตลอดถึงการตัดต่อด้านพันธุกรรมหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการรอรับฟังผล เรื่องของสวนกล้วยหอมแห่งนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หลายหน่วยงานทั้งในพื้นที่ จ.เชียงราย และจากส่วนกลาง เข้าแนะนำให้สวนกล้วยทำการเกษตรระบบ GAP เพื่อควบคุมการผลิต และช่วยดูปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในปี 2560 มีโครงการจะสร้างฝายในแม่น้ำอิง 4 แห่ง เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งระยะยาวสวนกล้วยหอมจีนกว่า2พันไร่ ใช้น้ำแม่น้ำอิง ทั้งที่ประสบภาวะแห้งแล้งอย่างหนัก

บริษัทจีนเช่าที่ดินที่เชียงรายปลูกกล้อยหอมส่งออก แอบสูบน้ำจากแม่น้ำอิง จนรัฐบาลต้องไปแก้ไข ในภาวะแล้งหนัก

ที่มา>>>Thairath