ผ้าทอมือภูมิปัญญาไทย ชาวบ้านที่อุตรดิตถ์ทำขาย สร้างอาชีพ มีรายได้

หารายได้ช่วงภัยแล้ง! ภูมิปัญญาไทย จากรุ่นสู่รุ่น กลุ่มแม่บ้านทอผ้า อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ รวมกลุ่มกัน จำนวน 50 คน จัดทำอาชีพเสริม ทอผ้าสร้างรายได้ อาทิ ผ้ามัดหมี่ ผ้าขาวม้า และผ้าซิ่น ลายดอกแก้ว ลายน้ำไหล ผลิตออกขาย

วันนี้ 10 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์พัฒนาอาชีพ หมู่ที่ 1 ต.บ้านเสี้ยว อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอฟากท่า ได้ตรวจเยี่ยมโครงการช่วยเหลือประชาชนในช่วงภัยแล้งเพื่อให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีกลุ่มแม่บ้านทอผ้าได้รวมกลุ่ม จำนวน 50 คน จากทั้งหมด 5 หมู่บ้าน 1 ตำบล คือหมู่ 6,4,3,2,และหมู่ 1 ได้เสนอโครงการทอผ้าให้กับทางอำเภอ เป็นการจ้างแรงงานของชาวบ้านวันละ 300 บาท ในการทอผ้า อาทิ ผ้ามัดหมี่ ผ้าขาวม้า และผ้าซิ่น ลายดอกแก้ว ลายน้ำไหล แล้วนำผลผลิตออกไปจำหน่าย เมื่อได้กำไรก็จะนำเงินมาเข้ากลุ่มทอผ้าบ้านเสี้ยวโดยทอผ้าแบบภูมิปัญญาชาวบ้านด้วยมือตัวเองทั้งนี้ การทอผ้าได้มีออเดอร์ในการทำผ้าขาวม้าหลายร้อยผืน เนื่องจากผ้าขาวม้าที่ตำบลบ้านเสี้ยว จะเป็นการทอผ้าด้วยมือและมีคุณภาพ เมื่อเวลาอัดผ้ากาวจะรีดเรียบเป็นที่ถูกใจของลูกค้า จึงได้เตรียมอุปกรณ์ กระสวย กี่ และผ้าพร้อมด้ายในการขึ้นเครือ เพื่อทอออกมาเป็นผืน ผ้าทอมัดหมี่ เป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอารยธรรมของคนในท้องถิ่นตำบลบ้านเสี้ยว อำเภอฟากท่า

ทั้งหมดนี้ ได้รับการถ่ายทอดสืบต่อกันจากบรรพบุรุษ ที่นำเอาภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุ ได้เล่าว่า ในสมัยโบราณ หญิงสาวในหมู่บ้านนิยมทอผ้า แล้วนำมาเย็บเป็นที่นอน เพื่อนำไปไหว้ผู้ใหญ่

ที่มา>>>Thairath

“นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น” โครงการที่ต้องดันให้ดัง

นุ่งซิ่นไม่นุ่งสั้น

น่าสนใจมาก…และน่าสนับสนุน สำหรับโครงการ “นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น” โครงการริเริ่มของม.ราชภัฎนครศรีธรรมราช โดยเริ่มจาก นศ.ภาควิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่มีอยู่ 150 คน

ต้องยอมรับว่า อาจารย์ที่ทำโครงการกล้าหาญมาก ที่สามารถทำโครงการออกมา และ นักศึกษาก็ให้การยอมรับ แม้ว่าแรกๆจะมีเขินๆอยู่บ้าง…

แท้จริง การพยายามผลักดันหรือชักชวนให้นักศึกษาสาวๆ หันมาสนใจแต่งกายด้วยผ้าไทย ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น ซึ่งเป็นเครื่องแต่งการแต่เก่าก่อน ที่ดูมีเอกลักษณ์มีเสน่ห์ และ ลดปัญหาการแต่งการล่อแหลมอันจะนำไปสู่ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศได้ นั้น มีการริเริ่มมาในสถาบันทางภาคอีสาน อย่างเมืองชัยภูมิ ขอนแก่นสถาบันการศึกษาก็ชักชวนให้นักศึกษาหันมาสนใจนุ่งซิ่น มากขึ้นเช่นกัน โดยได้รับความสนใจจากสื่อบ้าง แต่ก็ไม่โด่งดังมากมาย

เช่นกัน การริเริ่มโครงการของ ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราชครั้งนี้ก็เช่นกัน มีสื่อให้ความสนใจ มีนักศึกษาเข้าร่วมบ้าง แต่ก็ยังมีจำนวนน้อย

ทั้งที่จริง ส่วนราชการ หรือ หน่วยงานต่างๆน่าสนับสนุน นะครับ ร่วมกันสร้างเอกลักษณ์ของการแต่งกายแบบไทยๆ ให้กลับมาอีกครั้ง จริงๆแล้ว ความนิยมผ้านุ่ง ผ้าซิ่น โดยเฉพาะผ้าที่มีการทอลาย ปักลาย ที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นสินค้าทางวัฒนธรรม ที่ได้รับความนิยมจากฝรั่งต่างชาติไม่น้อยมาช้านาน หรือแม้แต่คนไทยเองก็มีกลุ่มที่นิยมผ้าไทยอยู่บ้างเหมือนกันแต่ไม่กว้างขวางนัก

การที่มีการชักชวนคนรุ่นใหม่ นักศึกษา ตามมหาวิทยาลัยมาสวมใส่ผ้าไทย นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น น่าจะมีการรณรงค์ในทุกมหาวิทยาลัย และนักออกแบบ หรือ ภาควิชาเกี่ยวกับการออกแบบตามสถาบันศึกษาก็น่าจะมีการออกแบบ ผ้านุ่ง ผ้าซิ่นให้มีความทันสมัย มีความคล่องตัวมากขึ้น สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้มากยิ่งขึ้น

วันนี้เราเห็นวงการแฟชั่นเมืองนอกเมืองนา เขาก็เอาผ้าซิ่น ผ้านุ่งของเรา ไปออกแบบเดินแฟชั่นในเวทีเป็นที่ฮือฮามาแล้ว ก็น่าจะเป็นโอกาสดีนะครับ ที่จะปลุกกระแสให้คนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หันมานุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น หรือหันมานิยมผ้าไทยให้มากยิ่งขึ้น บางทีจากกระแสเล็กๆอาจจะช่วยสร้างกระแสนิยมขึ้นมาได้ อาจจะช่วยสนับสนุนอาชีพของคนไทย สนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชน เสริมเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไปด้วยอีกทาง

ในยามที่ประเทศกำลังมึนงงกับเศรษฐกิจที่ต้องพึงพาเศรษฐกิจโลก เมื่อโลกซบเซา ก็ทำให้เศรษฐกิจเราตกกระไดพลอยซบไปด้วย การหันกลับมาเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เป็นของเราเอง อาจจะเป็นทางออก เป็นหนทางในการรับมือกับสิ่งที่ไม่แน่นอนที่เราไม่สามารถควบคุมได้จากภายนอก ก็ได้นะครับ…เห็นเขาผลักดันช้อปช่วยชาติมาแล้ว…ก็ลองมาผลักดัน..โครงการเล็กๆ อย่างนุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น ดูบ้างเพื่อเริ่มจากสิ่งเล็กๆดู ก็ดีเหมือนกันนะครับ……

โดย : เปลวไฟน้อย