เผยรอยแผลเฉี่ยวชน ต้นเหตุรถตู้พยาบาลไปรับผู้ป่วยไม่ทันจนเสียชีวิต

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 18 ม.ค. ร.ต.อ.ธนัญชัย คันธหัสถี รองสว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีรถกู้ชีพโรงพยาบาลบางบัวทองเฉี่ยวชนกับรถกระบะ เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าซอยวัดลาดปลาดุก ถนนกาญจนาภิเษก จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้โตโยต้า ทะเบียน กร-1767 นนทบุรี ซึ่งเป็นรถกู้ชีพของโรงพยาบาลบางบัวทอง มีนายณัชพล สาคร อายุ 35 ปีเป็นคนขับ เฉี่ยวชนกับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ถธ-6997 กทม. มีนายชัยวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี เป็นคนขับ จากการตรวจสอบรถกู้ชีพพบรอยเฉี่ยวที่ท้ายรถด้านซ้ายสีถลอก ส่วนรถกระบะมีรอยเฉี่ยวชนที่กันชนด้านหน้าขวา ได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ทั้งคู่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงนำตัวคู่กรณีมาสอบสวนที่โรงพัก

นายณัชพล คนขับรถยนต์ตู้กู้ชีพร.พ.บางบัวทอง กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการพระนั่งเกล้าให้ไปรับผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอกที่บ้านเลขที่ 103/271 หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงรีบเดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล ระหว่างทางตนได้เปิดสัญญาณไซเลนขอทางมาตลอด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนได้พยายามขับรถเบี่ยงเข้าช่องทางด้านซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าซอยวัดลาดปลาดุก“ปรากฏว่าท้ายรถไปเฉี่ยวกับรถกระบะคู่กรณี ผมจึงได้นำรถเข้าจอดด้านซ้าย ลงไปเจรจากับคู่กรณี ผมและพยาบาลบอกว่าขอไปรับคนป่วยก่อนได้ไหม ผมบอกให้คู่กรณีไปรอที่โรงพยาบาลบางบัวทอง แต่คู่กรณีไม่ยอม บอกให้ผมรอประกันก่อน เพราะคู่กรณีไม่อยากเสียประวัติในการต่อประกันครั้งต่อไป”

นายณัชพลกล่าวว่า ตนจึงได้แจ้งไปที่ศูนย์สั่งการพระนั่งเกล้า เพื่อขอรถกู้ชีพคันใหม่ไปรับคนป่วย เนื่องจากตนไม่สามารถไปรับคนป่วยได้ ตนและพยาบาลได้พยายามขอร้องคู่กรณี เพื่อที่จะไปรับคนป่วย เนื่องจากตนเห็นว่ารถยนต์คู่กรณีได้รับความเสียหายเล็กน้อย มีเพียงสีขาวของรถตู้ติดที่กันชนเท่านั้น แต่คู่กรณีกลับไม่ยอม”ด้านนายชัยวัฒน์ คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ขณะขับรถยนต์มาถึงจุดเกิดเหตุ สังเกตุเห็นรถยนต์ตู้เปิดสัญญาณมา ก่อนที่รถยนต์ตู้จะขับปาดหน้าตน จนเกิดการเฉี่ยวชนกัน เมื่อลงมาเจรจา คนขับรถยนต์ตู้ได้บอกให้ตนไปรอที่โรงพยาบาล ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลอะไร และตนก็ไม่รู้ว่ารถยนต์ตู้คันดังกล่าวจะไปรับคนเจ็บ ตนจึงบอกให้คนขับรถยนต์ตู้รอประกันของตนมาก่อน เพราะตนไม่อยากจะเสียประประวัติในการต่อประกันครั้งต่อไปหลังจากทั้งสองฝ่ายมาถึงโรงพักทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจาไกล่เกลี่ยจนคู่กรณีพอใจ จึงได้แจ้งข้อหาประมาทร่วมทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งทำการเปรียบเทียบปรับคนละ 400 บาท โดยนายชัยวัฒน์จะออกค่าปรับให้นายณัชพล คนขับรถยนต์ตู้กู้ชีพร.พ.บางบัวทอง แต่นายณัชพลขอออกเอง ก่อนจะแยกย้ายกันไป

ต่อมาร.ต.ท.เอื้ออังกูร ชินโชติธีรนันธ์ รองสว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 103/271 หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพนางชูศรี อ่อนสัมพันธ์ อายุ 74 ปี ที่เสียชีวิตเพราะเกิดอาการแน่นหน้าอก และตรวจสอบพบว่าญาติได้แจ้งรถกู้ชีพไปรับตัวแล้ว แต่ไม่ทัน นางชูศรีเสียชีวิตระหว่างรอ ซึ่งเมื่อทางญาติผู้เสียชีวิตทราบว่ารถกู้ชีพเกิดเฉี่ยวชนและคู่กรณีไม่ยอมเจรจา ทำให้ไปรับผู้ป่วยไม่ทันจนเสียชีวิต จึงโกรธมาก อยากจะเดินทางมาดูหน้าคนขับรถกระบะคู่กรณีที่ไม่ยอมให้รถกู้ชีพไปรับคนป่วย แต่ติดที่ต้องจัดเตรียมงานศพ

ที่มา>>>ข่าวสด

ปิกอัพเฉี่ยวเก๋งซีวิคคว่ำกลางถนน ดับสลด 1 สาวเจ็บสาหัสด้วย!!

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน วน 6897 กทม. เฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีวิค 3 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 5 กบ 4103 กทม. บนถนนพุทธมณฑลสาย 3 ตัดถนนอุทยาน231855_ip1tเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าให้การช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ธรรมศาลา

ที่มา>>>ข่าวสด

เจอตัวแล้ว!! สาวนั่งกระโปรงท้าย โผล่ สน.หัวหมาก จ่ายค่าปรับ ยังไม่จบเรียกฝ่ายคนขับด้วย

จากกรณีมีการแชร์คลิปหญิงสาวนั่งอยู่บนท้ายกระโปรงรถซึ่งกำลังวิ่งอยู่บนถนนพระรามเก้า โดยปรากฏคลิปด้วยกันทั้งหมด 3 คลิป ตั้งแต่ยังไม่มืดจนถึงช่วงค่ำซึ่งทำให้ทราบว่า มีการนั่งในลักษณะนี้เป็นเวลานาน ก่อนที่คลิปจะจบลงที่หญิงสาวลงมาทุบรถ

ล่าสุด พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา หญิงคนดังกล่าวได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปรับเป็น 500 บาท ตามความผิด พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2552 ในข้อหานั่งบนรถยนต์ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในขณะที่รถยนต์เคลื่อนที่

จากการสอบปากคำฝ่ายหญิง ทราบเพียงว่าเป็นปัญหาทะเลาะกันภายในครอบครัว และรถที่ปรากฏในคลิปก็ไม่ได้เป็นรถสวมทะเบียน ส่วนเจ้าของรถซึ่งเป็นผู้ชาย ทราบตัวบุคคลและออกหมายเรียกแล้ว แต่ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน เบื้องต้นทราบว่ายังอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา>>>ข่าวสด

เฒ่า 76 ขี่จยย.เลี้ยวกะทันหัน ถูกปิกอัพเสยกระเด็นหัวใจหยุดเต้น จนท.เร่งปั๊มหัวใจฟื้นปาฏิหาริย์

วันที่ 13 พ.ย. ร.ต.ท.เทอดเกียรติ ธนโสวัตถิยกุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าเลื่อน จ.ตราด ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย บริเวณหน้าทางเข้าเทศบาลตำบลชำราก ถนนสายสุขุมวิท ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด จึงรุดไปตรวจอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราด

ที่เกิดเหตุพบนายฉลาด หนูแอว อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 2 ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด นอนหมดสติอยู่บนถนน มีบาดแผลแตกที่ศรีษะ และชีพจรหยุดเต้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือพร้อมปั๊มหัวใจ จนกลับมามีชีพจร จากนั้นได้ประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพตราดเดินทางรับผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลตราดต่อไป ส่วนในที่เกิดเหตุพบรถจยย.ฮอนด้าเวฟ หมายเลขทะเบียน กพน 788 ตราด ล้มคว่ำอยู่ ใกล้กันพบรถกระบะ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บฉ 5961 ตราด ซึ่งเป็นรถคู่กรณี โดยมีนายโกวิทย์ วิริยะสงคราม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 2 ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด เป็นคนขับ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ขณะที่นายฉลาด ขี่รถจยย.มา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุปรากฏว่า นายฉลาดขี่รถจยย.เลี้ยวกะทันหัน ทำให้รถกระบะที่ขับตามหลังมาเบรกไม่ทันชนท้ายเข้าอย่างจัง ทำให้ทั้งคนและรถกระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร ซึ่งหลังจากนี้จะได้สอบปากคำนายโกวิทย์ รวมทั้งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไฟคลอกสยอง!! หนุ่มดับคากองเพลิง กระบะลื่นเสยยับเสาไฟฟ้า หามอีก2อาการหนักส่งรพ.

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 7 ต.ค. ร.ต.อ.พงศ์พันธ์ ประจันศรี พนักงานสอบสวน สภ.เขาย้อย รับแจ้งเหตุรถชนกันบริเวณหน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ ถนนเพชรเกษม หมู่ 4 ต.สระพัง ฝั่งขาล่องใต้ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ในที่เกิดเหตุมีเพลิงลุกไหม้ และมีผู้บาดเจ็บติดภายใน จึงเร่งขอกำลังรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลเขาย้อยและอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างจากทีมกู้ภัยสว่างสรรเพชญธรรมสถานเพชรบุรี จุดเขาย้อยร่วมสนับสนุนที่เกิดเหตุพร้อมรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บนถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ออลนิว สีบรอนซ์เงิน ตอนเดียว มีแผงเหล็กติดด้านข้าง หมายเลขทะเบียน ผค 955 นครปฐม อยู่ในสภาพชนเสาไฟฟ้าริมทาง บริเวณช่วงหน้ารถจนถึงกลางกระบะ ถูกเพลิงลุกไหม้เสียหาย และพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ซึ่งเป็นคนขับถูกเพลิงลุกไหม้จนดำเป็นตอตะโกติดอยู่ภายในซากรถ ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย อาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาย้อยไปก่อนหน้านี้201610070619013-20041019182336จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบหลักฐานในตัวของผู้เสียชีวิต ที่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร เนื่องจากถูกเพลิงลุกไหม้ทั้งหมด ส่วนผู้บาดเจ็บอีกสองรายมีอาการสาหัสยังไม่สามารถให้การใดๆ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใครเช่นกัน ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากฝนตกถนนลื่นทำให้รถเสียหลักชนกับเสาไฟฟ้าอย่างเต็มแรง จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

 ที่มา>>>ข่าวสด

ขึ้นป้าย“ระวังตกบ่อปลา”ริมถนน ชาวบ้านสุดทนถนนเป็นหลุมลึกนับปี จยย.ตกไปพลิกคว่ำอื้อ

 เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลบึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่าถนนก่อนขึ้นสะพานบึงข้ามถนนมอเตอร์เวย์ หมู่ 2 ต.บึง อ.ศรีราชา มีหลุมขนาดใหญ่และลึก มาเป็นเวลานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบมาซ่อมแซม ที่ผ่านมามีรถจักรยานยนต์ รถยนต์และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ตกไปในหลุมหลายครั้งแล้ว โดยบางรายก็ได้รับบาดเจ็บไปเล็กน้อย ส่วนรถยนต์ก็ได้รับความเสียหาย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุเป็นหลุมถูกน้ำกัดเซาะขนาดความกว้างประมาณ 40-50 เซนติเมตร ยาวประมาณ 100-150 เซนติเมตร และลึกกว่า 80-100 เซนติเมตร ซึ่งบริเวณปากหลุมนี้มีชาวบ้านเขียนป้ายติดไว้ว่า “ระวังตก-บ่อเลี้ยงปลา” เพื่อเตือนให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาระวังการเกิดอุบัติเหตุ หากขับขี่แล้วไม่ทันระมัดระวังก็จะตกหลุมนี้อย่างแน่นอน แต่ก็ไม่วายก็มีตกลงไปทุกวันเหมือนกัน

นายโกวิทย์ บุญพร้อม เจ้าของร้านขายของชำบริเวณที่มีหลุม เผยว่า บริเวณที่เกิดหลุมดังกล่าวเป็นท่อระบายน้ำ ซึ่งในช่วงแรกเป็นหลุมเล็กเท่านั้น แต่เมื่อเวลาฝนตกน้ำจะไหลมารวมกันและกัดเซาะดินบริเวณใต้พื้น จนกลายเป็นหลุมและโพรงขนาดใหญ่และลึกมาก แถมถนนเส้นนี้ยังเป็นเส้นทางถนนสายยุทธศาสตร์ ที่จะมีการสัญจรของรถผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุทุกวันทั้งบาดเจ็บและรถเสียหาย ถ้าช่วงกลางคืน ซึ่งมืดและไม่มีไฟส่องยิ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุง่ายขึ้นด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

สกัดจับยาบ้า 2.3 ล้านเม็ด ตร.ไล่ล่าระทึกเก๋งยางแตกคนร้ายโดดหนีเข้าป่า

 เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 3 ส.ค. พล.ต.ต.มนต์ชัย เรืองจรัส ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ภาค 3 พ.ต.อ.รังสิมัน สงเคราะห์ธรรม ผกก.ตชด.32 สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านเข้ามาทางพื้นที่ จ.เชียงราย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวด ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตชด.ตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดมีพฤติกรรมไปเช่ารถในพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อจะใช้ขนยาบ้าจำนวนมากไปส่งที่กรุงเทพฯ จึงนำกำลังออกสะกดรอยติดตามรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโรสปอร์ต ซึ่งเป็นรถเช่าขับไปทางปากทางเข้าหมู่บ้านแหลว-บ้านศาลา ต.สันทราย อ.แม่จัน จ.เชียงราย มุ่งหน้าไปทาง อ.เมืองเชียงราย เมื่อจ้าหน้าที่เห็นว่ารถคันดังกล่าวเริ่มไหวตัวทัน และขับเร่งความเร็วจะหลบหนีจึงนำรถออกขวาง จนชนเข้ากับด้านข้างทำให้รถยนต์คันดังกล่าวเสียหลัก ยางล้อด้านซ้ายชนกับฟุตบาทข้างทางจนแตกทั้ง 2 เส้น ไม่สามารถขับต่อไปได้ แต่คนในรถก็เปิดประตูรถและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ที่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด จากนั้นจึงร่วมกันตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว ปรากฎว่าภายในรถมีการวางกระสอบฟางหลายสีวางไว้ตรงเบาะที่นั่งหลังรถ หลายใบจนเต็มทั้งคัน เมื่อเปิดออกดูพบมียาบ้าอยู่ภายในรวมกันจำนวน 2,340,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง และเร่งติดตามจับกุมกลุ่มขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าเป็นกลุ่มชาวเขากลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ตะเข็บชายแดน โดยเจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่าเป็นบุคคลใดแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ตชด.327 และทหารพราน ทพ.31 กองกำลังผาเมือง สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดโดยผู้ต้องสงสัยได้เข้าไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.1 ต.แม่จัน อ.แม่จัน จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบชายและหญิงรวม 2 คนเข้าพักในห้องพักเลขที่ 5 ของโรงแรมดังกล่าว เมื่อได้จังหวะเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเขาไปตรวจสอบ แต่ปรากฎว่าผู้ต้องสงสัยพยายามจะหลบหนีเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเอาไว้ และเมื่อตรวจสอบที่รถยนต์ที่จอดอยู่เป็นยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน กน 4746 เชียงราย ปรากฎว่าพบซุกซ่อนยาเสพติดประเภทยาไอซ์เอาไว้จำนวน 3 กิโลกรัม

ตรวจสอบทราบว่าทั้ง 2 คนชื่อว่านายอาแผ่ว ลาเซกุ อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 112 ม.11 ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน และ น.ส.เชอเลอ เฌอหมื่อ อายุ 22 ปี ชาวเมียนมา จึงตั้งข้อหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และกรณี น.ส.เชอเลอ เพิ่มข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

แจ๊สแต่งซิ่งหลุดโค้งถนนสายสิงห์บุรี-ลพบุรี ชนจยย.กระเด็น หนุ่มปวส.ดับคาที่เก๋งทับร่าง

 เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. ร.ต.อ.ภูริวัฒน์ พิลึก รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนสายสิงห์บุรี-ลพบุรี หมู่ที่ 1 ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ
 ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน 1 กม 1020 กรุงเทพมหานคร ลักษณะเป็นแต่งซิ่ง ตกลงไปในป่าหญ้าข้างถนน พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นคนขับรถยนต์เป็นชาย ทราบชื่อนายภูริวัช ลิ้จินดา อายุ 31 ปี  บ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 3 ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ได้รับบาดเจ็บแขนหักติดภายในรถ เจ้าหน้าที่อาสาร่วมกตัญญู จ.สิงห์บุรี ใช้เครื่องตัดถ่างนำตัวผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสิงห์บุรี ตรวจสอบใต้รถยนต์พบศพนายภานุพงศ์ แก้วอุไร อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 3 ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เป็นนักศึกษา ปวส.ปี 1 แผนกช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี ห่างไปประมาณ 200 เมตร บนถนนพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน 1 กก สิงห์บุรี 3615  ซึ่งเป็นรถของนายภานุพงศ์ที่ขี่มา

สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า เห็นรถยนต์สองคันขับแข่งกันมาด้วยความเร็วสูงบนถนนสายสิงห์บุรี-ลพบุรี จนมาถึงโค้งบ้านหัวดอน จุดเกิดเหตุ รถยนต์ฮอนด้าแจ๊สสีดำ เกิดเสียหลักหลุดโค้งไถลมาชน นายภานุพงศ์ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนริมทางซ้าย จนลากรถเลยตกลงไปบริเวณป่าหญ้า แรงชนของรถยนต์ทำให้ป้ายของร้านและเสาค้ำหลังคาข้างร้านในบริเวณข้างทางพังเสียหาย และรถจักรยานยนต์ กระเด็นไปไกลกว่า 200 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงและมอบศพให้ญาติต่อไป

ภาพ ศูนย์ประสานงาน “อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูสิงห์บุรี”

ที่มา>>>ข่าวสด

หลวงตารีบซิ่งรถไปให้ทันกิจนิมนต์ แซงรถบรรทุกไม่พ้นประสานงาตกข้างทาง

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 15 มิ.ย. ร.ต.อ.อภิชาติ โหมกจันทึก รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ชัยบาดาล อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ชัยบาดาล ว่า ได้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่บริเวณเส้นทาง 205 หลักกิโลเมตรที่ 88-89 ชัยภูมิ-ชัยบาดาล มีรถตกลงไปข้างทางและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ร้อยเวรสอบสวนจึงได้ประสานแพทย์เวรจาก รพ.ชัยบาดาล และอาสาสมัครมูลนิธิพุมไธสวรรย์(จุดหนองยายโต๊ะ) รุดไปยังที่เกิดเหตุ 14659633831465963533lในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขข-4838 นครราชสีมา ถูกชนบริเวณด้านหน้าขวาอย่างรุนแรง ล้อหลุดกระเด็นไปไกล โดยมีนายสมคิด วงษ์ปรีชาวิวัฒน์ อายุ 48 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ห่างไปจากจุดที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโลน่า สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กบ-6595 ลพบุรี ตกลงข้างทางสภาพพังยับ กระจกด้านหน้าแตกละเอียด มีพระภิกษุติดอยู่ตอนหน้ารถ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครฯ เร่งเข้าทำการช่วยเหลือออกมาจากซากรถแพทย์เวรจาก รพ.ชัยบาดาล ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทราบชื่อพระเส็ง ชาลีผล อายุ 76 ปี จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์สอบสวนนายสมคิด พงษ์ปรีชาวิวัฒน์ เจ้าของรถกระบะคู่กรณี ได้ความว่าในขณะที่ตนเองขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าวเพื่อที่จะมุ่งหน้าไปจังหวัดชัยภูมิ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถยนต์เก๋ง ที่มีพระเส็งขับมา แซงรถบรรทุกสิบล้อ แต่แซงไม่พ้น ตนพยายามที่จะหลบให้ผ่านแต่เนื่องจากเป็นถนน 2 เลน ไม่สามารถหลบได้จึงได้ประสานงากันอย่างรุนแรง จนรถพระตกลงข้างทางดังกล่าว ซึ่งทางพระเส็ง ชาลีผล ยอมรับสารภาพว่าขับรถด้วยความเร็วกลัวไม่ทันกิจนิมนต์ที่รับไว้ ช่วงเพล ยอมรับผิดและจะขอชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ร้อยเวรสอบสวนจึงได้ให้แพทย์นำตัวไปรักษาที่ รพ.ชัยบาดาลก่อน ซึ่งจะได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มขับเก๋งจอดหลับสี่แยก! ตกใจตร.มาปลุกรีบออกรถ เจอรถทัวร์ชนโครม ดับ

ไม่น่าเลย..หนุ่ม อปพร.ขับเก๋ง จอดหลับที่สี่แยกไฟแดงวัดสะกัดน้ำมัน จ.พิษณุโลก ตำรวจมาปลุก สะดุ้งตกใจตื่น รีบออกรถไม่ได้ดูสัญญาณไฟ โดนรถทัวร์กรุงเทพฯ-พะเยา ขับผ่านไฟเขียวมาพอดี ชนเต็มๆ ดับสลดคาที่

เมื่อเวลา 01.30 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. 59 พ.ต.ท.วัชรพงศ์ ธรรมวงศ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ชุมชนมหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งถูกรถทัวร์โดยสารชน ทำให้มีผู้เสียชีวิต บนถนนเลี่ยงเมืองสี่แยกหนองอ้อ–อินโดจีน บริเวณสี่แยกวัดสะกัดน้ำมัน หมู่ 2 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลก จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ

ที่เกิดเหตุ พบรถทัวร์โดยสารกรุงเทพฯ–พะเยา สีฟ้าขาว หมายเลขตัวรถ 922-13 หมายเลขทะเบียน 15-7247 กทม. ของบริษัทสมบัติทัวร์ ปีนอยู่บนเกาะกลางถนน ด้านหน้ารถ มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแลนเซอร์ สีแดงเลือดหมู หมายเลขทะเบียน กธ 6093 พิษณุโลก ติดอยู่พังยับเยิน ขณะที่ภายในรถยนต์เก๋ง พบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในเป็นชาย 1 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมาให้ตำรวจและแพทย์ชันสูตร ทราบชื่อต่อมาคือ นายอมรินทร์ ทิพาทรัพย์สพรั่ง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 300/126 ม.5 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นเจ้าหน้าที่ อปพร. อบต.ท่าโพธิ์ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวน นายสมจิตต์ สุโพธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 131 ต.ตลาดไทร อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา คนขับรถทัวร์ ทราบว่า รับผู้โดยสารจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไป จ.พะเยา โดยมีผู้โดยสารมาเต็มคันรถ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสี่แยกไฟแดง ตนก็ขับมาปกติเพราะสัญญาณไฟเป็นไฟเขียว แต่อยู่ๆ รถเก๋งคันดังกล่าว ได้ขับฝ่าไฟแดงมา ทำให้เบรกไม่ทันชนเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้คนขับรถยนต์เก๋งเสียชีวิตดังกล่าว

ด้านตำรวจสายตรวจประจำ สภ.ย่อย มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้รับแจ้งว่ามีผู้ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวจอดรถหลับอยู่บริเวณสี่แยกวัดสะกัดน้ำมัน จึงขับรถออกมาตรวจสอบดู ก็พบว่า นายอมรินทร์ ผู้เสียชีวิต หลับคาพวงมาลัยรถอยู่บริเวณสี่แยกไฟแดง หันหน้าไปทางวังน้ำคู้ จึงพยายามปลุกนายอมรินทร์ให้ตื่น เพื่อจะให้ขับรถไปนอนในที่ปลอดภัย แต่เมื่อนายอมรินทร์ สะดุ้งตื่นและเห็นตนซึ่งแต่งกายเครื่องแบบตำรวจ คาดว่าจะตกใจ รีบขับรถยนต์ออกไปทันที โดยไม่ทันมองสัญญาณไฟจราจร ซึ่งเป็นไฟแดงอยู่ เป็นจังหวะที่รถทัวร์โดยสารวิ่งผ่านไฟเขียวมาพอดี จึงทำให้ชนกันอย่างแรงทำให้นายอมรินทร์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เบื้องต้น ตำรวจให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้แพทย์ชันสูตรรายละเอียดศพโดยละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ที่มา>>>Thairath