ท่องเที่ยวเปิดตัว ‘Thailand Scanme’ ชวน นทท.เข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น

กรมการท่องเที่ยว เอาใจคนใช้แอพพลิเคชั่น เปิดตัวโปรเจกต์ Thailand Scanmeชวนนักท่องเที่ยว เข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเมืองไทย ผ่าน QR Code กว่า 300 จุดทั่วประเทศ

ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมต.ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, น.ส.วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว, นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รอง ผวจ.จันทบุรี ร่วมกันเปิดตัวโครงการ Thailand Scanme เพื่อเพิ่มช่องทางและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 300 จุดทั่วประเทศนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมต.ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมต.ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมสืบค้นข้อมูลสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน โดยใช้แอพพลิเคชั่น Line มีผู้ใช้งานกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก ซึ่งแอพพลิเคชั่นLine มีคุณสมบัติที่สามารถสแกน QR Code ได้ กรมการท่องเที่ยวจึงรวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวการเดินทาง คำแนะนำและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ด้านการท่องเที่ยว ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมที่จัดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวนั้นมาบรรจุไว้ใน QR Code เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถสแกนที่ป้ายติดตั้งไว้เพื่อรับทราบข้อมูลทั้งหมดได้ในทันที ขณะเดียวกัน ยังเตรียมข้อมูลในรูปแบบเสียง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว ที่บกพร่องทางสายตา และผู้ที่ไม่สามารถอ่านหนังสือได้อีกด้วย พร้อมกับสามารถปรับปรุงข้อมูลต่างๆ ให้ทันสมัยได้ทันที ซึ่งนอกจากจะสะดวกและรวดเร็วแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดทำป้ายและติดตั้งป้ายใหม่อีกด้วยข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวการเดินทาง คำแนะนำและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ด้านการท่องเที่ยว ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมที่จัดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวนั้นมาบรรจุไว้ใน QR Codeซึ่งการดำเนินการในปีแรกนี้ กรมการท่องเที่ยว วางแผนติดตั้งป้ายจำนวน 300 ป้าย ในแหล่งท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 60 แห่ง โดยแบ่งเป็นพื้นที่ 12 เมืองต้องห้าม…พลาด 57 แหล่ง จำนวน 253 ป้าย พื้นที่มรดกโลก 6 แหล่ง จำนวน 30 ป้าย และพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 13 แหล่ง จำนวน 28 ป้าย โดยจะสังเกตได้ว่ารูปแบบป้าย QR Code แต่ละจังหวัดเป็นการออกแบบใหม่ ให้มีความทันสมัยควบคู่ไปกับการนำเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของป้าย ซึ่งได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การออกแบบตรงกับความต้องการของประชาชนในแหล่งท่องเที่ยวนั้น และสื่อความหมายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจได้ชัดเจนกรมการท่องเที่ยว วางแผนติดตั้งป้ายจำนวน 300 ป้าย ในแหล่งท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 60 แห่ง

สำหรับการเปิดตัวครั้งแรกที่จังหวัดจันทบุรี ได้ออกแบบป้ายเป็นอัญมณี ติดตั้งป้ายสัญลักษณ์ QR Code จำนวน 29 ป้าย ใน 8 แหล่งท่องเที่ยว เช่น ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ, หาดแหลมสิงห์, หาดคุ้งวิมาน, ชุมชนริมน้ำจันทบูร, อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ, อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว, อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล,และสวนสาธารณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช.

ที่มา>>>Thairath

แล้งไม่พอแม่น้ำวังเน่าซ้ำอีก-ทหารช่วยซ่อมบ้านถูกพายุถล่ม

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผอ.สิ่งแวดล้อมภาคที่2 ลำปาง เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ2ฝั่งแม่น้ำวัง ระยะทาง 5 กม.ที่ไหลผ่านเขตเทศบาลนครลำปาง พบว่าขณะนี้น้ำในแม่น้ำวังกลายเป็นสีดำและมีฟองขึ้นเต็ม เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสภาพน้ำแม่วังถึงจุดเสื่อมโทรมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน คาดว่าประมาณ 1 เดือนข้างหน้าระดับน้ำจะเหลือไม่ถึง 1 เมตร สิ่งมีชีวิตเช่นปลามีเกล็ดจะลอยขึ้นมาตายอีกรอบ นอกจากนี้ยังพบว่าตลอดสองฝั่งแม่น้ำวังมีผู้ประกอบการร้านค้าปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำโดยไม่ผ่านการบำบัด ทั้งยังมีหอพักหลายแห่งลักลอบปล่อยน้ำเสียไม่มีการบำบัดเช่นกัน จึงอยากให้ทางเทศบาลนครลำปางเร่งออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการเหล่านี้โดยเร็ว ถึงแม้ว่าจะได้ผลน้อยก็ตาม แต่ก็ช่วยยืดชีวิตแม่น้ำวังไปได้อีกระดับหนึ่ง ขณะนี้น้ำแม่วังอยู่ในระดับโทรมสุดถึงระดับ 5 แล้ว รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าเมินการแก้ปัญหา เพราะมีน้ำ แต่น้ำใช้ไม่ได้ก็หมดความหมายยิ่งในช่วงขาดแคลนน้ำเช่นทุกวันนี้

หารจากกรมทหารราบที่ 14 ค่ายวิชระปราการ ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านซ่อมแซมบ้านที่ จ.กำแพงเพชร

จ.กำแพงเพชร หลังจากเกิดพายุงวงช้างและฝนตกหนักในพื้นที่ ต.เพชรชมพู อ.โกสัมพีนครตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา มีบ้านเรือนพังเสียหาย37 หลังคาเรือน บ้านบางหลังถูกพายุพัดพังหมดแต่ส่วนใหญ่หลังคาปลิวจากแรงลม หลังเกิดเหตุ พ.อ.กิตติพล ชื่นใจชน ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 14 ค่ายวิชระปราการ จ.ตาก ผบ.กกล.รส.กองพลทหารราบที่ 4 ส่วนแยก1 จ.กำแพงเพชร ได้ส่งกำลังพลเข้ามาช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัย ด้วยการซ่อมแซมบ้านให้ โดย อบต.เพชรชมพู เป็นผู้จัดซื้อวัสดุต่างๆช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะบ้านของนายธนพล พันธุรัตน์ อายุ 28 ปี เลขที่25 หมู่ 9 ต.เพชรชมพู หลังคาบ้านถูกพายุพัดหายไปหมดเหลือแต่เสา ทหารได้ช่วยซ่อมแซมบ้านให้ใหม่ทั้งหลัง โดยมีชาวบ้านมาดูการทำงานของทหารด้วยความดีใจ

ที่บ้านของนายสุภาพทองคำอายุ 40 ปี เลขที่ 48 หมู่ 9 ต.เพชรชมพู หลังคาบ้านถูกลมพายุพัดหายไปครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่ทหารได้จัดการซ่อมแซมและมุงหลังคาให้ใหม่ เจ้าหน้าที่ทหารเปิดเผยว่า พ.อ.กิตติพล สั่งให้เข้าพื้นที่มาช่วยแบบวันต่อวัน และต้องดูว่างานที่ทำสำเร็จมากน้อยเพียงใด ทางผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 14 จะสั่งการมาใหม่ ขณะที่นายสุภาพเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ดีใจมากที่ทหารมาช่วยซ่อมแซมบ้านให้ ต้องขอบคุณทหารเป็นอย่างมาก เพราะถ้าลำพังตัวเองทำไม่ได้ต้องว่าจ้างช่างมาซ่อมแซม และต้องเสียค่าแรงอีก แต่ทหารมาช่วยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นชาวบ้านช่วยกันตัดกิ่งต้นโพธิ์ที่ถูกพายุพัดหักขวางถนนในหมู่บ้าน (ภาพจาก:นายสมเดช แสงอรุณ)

จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 24เม.ย.นายสว่าง หนักแน่น นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีพายุลมแรงแต่ไม่มีฝนตก พายุได้พัดกิ่งต้นโพธิ์ อายุ100ปีที่อยู่บริเวณข้างถนนในหมู่บ้านสันปูเลย หมู่ 11 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด ต้นโพธิ์ได้หักโค่นล้มทับรถปิกอัพมิตซูบิชิ สีเขียวทะเบียน บน 2282 เชียงใหม่ หลังคารถได้รับความเสียหายเล็กน้อยและยังล้มทับบ้านเรือนหลังคาลอนคู่แตกประมาณ 100 แผ่น สาเหตุเพราะข้างในกิ่งต้นโพธิ์เป็นรูและมีใบเยอะมากทานน้ำหนักไม่ไหวจึงหักลงมาใส่รถชาวบ้านและหลังคาบ้านเรือนชาวบ้านเสียหาย ส่วนต้นโพธิ์ต้นนี้อายุนับ 100 ปีขึ้นไปขนาดหลายคนโอบ ตอนเช้าวันเดียวกันได้ร่วมกับนายณรงค์ คำราพิช กำนัน ต.สันปูเลย นายสมเดช แสงอรุณ ผู้ใหญ่บ้านและผู้เกี่ยวข้องช่วยกันตัดกิ่งไม้โพธิ์ เพื่อให้ชาวบ้านได้สัญจรไปมาอย่างสะดวก แต่เหตุพายุถล่มไม่มีคนเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด.

ที่มา>>>Thairath