ไล่ตีกันไม่เลิก!! กลุ่มโจ๋คู่อริ ถูกจับไปแล้วยังมากลับมาไล่ยิงกันอีก แถมออกข่มขู่ชาวบ้าน

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุวัยรุ่นซอย 9 ริมคลองประปา หมู่ 4 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง ยกพวกไล่ทำร้ายร่างกายกัน หลังเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ก็ก่อเหตุไล่ตะลุมบอลกันมาครั้งหนึ่งแล้วจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง นำกำลังเข้าควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นไว้ได้ ก่อนพาไปทำแผลและทำประวัติแล้วปล่อยตัวออกมา แต่เรื่องก็ยังไม่จบกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่ม ยังกลับมาไล่ตะลุมบอลกันอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการช้อาวุธปืนไล่ยิงกัน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวา วิ่งหนีตายกันเป็นแถว201609202308457-20120716160851เมื่อกำลังรถสายตรวจจำนวน 3 คัน ได้เข้ามาระงับเหตุ วัยรุ่นฝั่งบ้านตรงกันข้าม ที่วัยรุ่นจากซอยอื่นๆ ชอบมารวมตัว ก็ไม่ยอมแยกย้าย มีการโต้เถียงกันไปมา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอกำลัง ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 15 และชุดเฝ้าระวังเหตุเข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์ ก่อนจะนำคู่กรณีขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อไปตรวจหาสารเสพติดและปรามไม่ให้มาก่อความวุ่นวาย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและเป็นที่เอือมระอาให้กับประชาชนและร้านค้าในละแวกนั้น ซึ่งถึงแม้ทหารจะเอาตัววัยรุ่นส่วนหนึ่งไปตรวจหาสารเสพติด แต่ยังมีพวกป่วน ขี่รถจยย.อีก จำนวน 5-6 วัน คอยวันเวียนและข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่201609202308453-20120716160851นางนพรัตน์ กองอาษา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.บางริ้น กล่าวว่า เหตุการณ์นี้มีการกระทบกระทั่งแซวกันไปแซวกันมาทุกคืน เคยสั่งห้ามแล้วอย่ามารวมกลุ่มกัน แต่ก็มาเกิดเหตุอีกจนได้ จึงโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาระงับเหตุ ก็มาไม่ทันเด็กๆ พวกนี้จะไวกว่า และสถานการณ์คืนนี้คงไม่จบ ทั้งที่ไปโรงพักกันมาแล้ว ฝั่งโน้นก็ยังข่มขู่อีก ว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่ดีแน่นอน ตำรวจมายังไม่กล้าลงจากรถต้องให้ชุดทหารมาจัดการ และตามล่ากวาดล้างเอาไปให้หมด201609202308452-20120716160851

ที่มา>>>ข่าวสด

“กระบี่”สนธิกำลังจับนักค้ายารายใหญ่ – คนร้ายคิดสู้ขว้างระเบิดมือใส่จนท.ก่อนถูกวิสามัญดับ

วิสามัญผู้ต้องยาเสพติด 1 ราย เจ้าหน้าที่ ตชด สนธิกำลัง ร่วมตำรวจภาค 8  ฝ่ายปกครอง และปปส. บุกปิดล้อมจับกุมนักค้ายาใหญ่  แต่ผู้ต้องหาพยายามขับรถกระบะฝ่าวงล้อมรถเจ้าหน้าที่ ก่อนควักระเบิดเอ็ม 67 ออกมาถอดสลักเตรียมขว้างใส่ แต่ถูกยิงเสียชีวิตคาที่  โชคดีระเบิดไม่ทำงาน

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 26  ส.ค.59  พ.ต.ท.สุภัทร  เหมจินดา  สารวัตรเวรสอบสวนสภ.เมือง จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุวิสามัญผู้ต้องยาเสพติด เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดที่ ถ.ร่วมใจชน ต.กระบี่ใหญ่  อ.เมือง จ.กระบี่  จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญทวี  โตรักษา  รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่   นายสุริยัน  ณรงค์กูล  นายอำเภอเมืองกระบี่  พ.ต.ท.ชัชวาล  นิลจันทร์  รองผกก.สส.3 บก.สส.ภ.8   ร.ต.ท.ธรรมนูญ ศรีประไพ ผบ.มว.กก.ตชด.42  42 (ทุ่งสง) ตำรวจตระเวนชายแดนที่426 กระบี่ เจ้าพนักงานปป.ส. และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลกระบี่ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา ทั้งนี้ระหว่างเดินทางเข้าจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า ข้างศพผู้ตายมีระเบิดชนิดขว้าง ซึ่งถอดสลักออกแล้ววางอยู่ข้างตัวผู้ตาย 1 ลูก และยังไม่ทำงาน  เกรงจะได้รับอันตราย เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดถนนทางเขาออกกันพื้นที่ห้ามรถทุกชนิดวิ่งผ่าน จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี เข้าทำการเก็บกู้วัตถุระเบิดโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  จึงสามารถเก็บกู้ระเบิดได้สำเร็จ

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบศพผู้ตายในสภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนขายาวสีดำ  ทราบชื่อต่อมา คือนายชาญชัยยุทธ ไกรนรา  อายุ  29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 ม.6  ต.พรุเตียว อ.เขาพนม  จ.กระบี่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่บริเวณท้ายทอย กระสุนทะลุหน้าผาก ตรวจสอบข้างตัวผู้ตายพบระเบิดขว้าง ชนิดเอ็ม 67 จำนวน 1 ลูก ถูกพันด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนาตรวจค้นในตัวผู้ตาย พบกระเป๋าสะพาย 1 ใบ เงินสดจำนวนประมาณ 3,000 บาท อาวุธปืน 1 กระบอก  ยาไอซ์และยาบ้าจำนวนหนึ่ง  ใกล้กันพบรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สี่ประตูสีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กง.8911 กระบี่ จอดอยู่ข้างศพ  โดยมีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่จอดปิดด้านข้าง ด้านหน้าและด้านหลังรวม 4 คัน มีร่องรอยถูกชนจนได้รับความเสียหายบางส่วน  นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุน ขนาด11 มม.และ9 มม. รวมจำนวนกว่า 30 ปลอกตกเกลื่อนกลาดบนถนน  เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากกาสอบสวน ทราบว่า นายชาญชัยยุทธ ผู้ตาย เป็นผู้ต้องหายาเสพติดรายใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดกระบี่และสุราษฎร์ธานี  เคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้วและเพิ่งพ้นโทษได้ประมาณ3 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมมาโดยตลอด จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากผู้ตายบริเวณจุดเกิดเหตุแต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมจับกุม ผู้ตายได้พยายามขับรถฝ่าวงล้อมหลบหนี  เจ้าหน้าที่ขับรถเข้าปิดล้อมไว้ ก่อนยิงล้อรถเพื่อสกัดการหลบหนี แต่คนร้ายได้ขับรถเดินหน้าถอยหลังไปมากระแทกรถเจ้าหน้าที่จนได้รับความเสียหาย ก่อนลดกระจกลงมาแล้วยื่นระเบิดขว้างออกมานอกรถ จากนั้นได้เปิดประตูรถลงมาแล้วถอดสลักระเบิดแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะเตรียมขว้างใส่เจ้าหน้าที่  แต่ถูกเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตดังกล่าว

ส่วนเกิดเหตุภายในรถผู้ตายมีหญิงสาวนั่งมาด้วยสองคน  เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปทำการสอบสวนที่กองร้อย ตชด.426  กระบี่ เพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ล่าละทึก! หนุ่มค้ายาซิ่งแหกด่าน-สุดท้ายเสียหลักล้ม ถูกจับโดยละม่อม

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 27 ส.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์  นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์  ได้รับร้องเรียนว่า มีกลุ่มชายวัยรุ่นมั่วสุมยาเสพติดในหมู่บ้านคลองชายธง ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบฯ จึงได้ทำการสืบหา และล่อซื้อ จนสามารถจับกุมตัวชายวัยรุ่น 4 ราย พร้อมทั้งตรวจฉี่พบเป็นสีม่วงทั้งหมด จึงส่งเข้าสถานบำบัด รร.นิวัฒน์พลเมืองฝ่ายปกครอง พร้อมกับสืบสวนขยายผลจับกุมกลุ่มนักค้ารายใหญ่ต่อไป

หลังจากนั้นได้ร่วมกับ ร.ต.ประยูร โพธิพูนพันธ์ ผบ.หมวดกองร้อยรักษาความสงบ ที่ 1 ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ด.ต.ดำเนิน คุ้มสา หน.ชุดงานข่าวกองร้อย ตชด.146 ด่านสิงขร นายสมรักษ์ ศรีเทพ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายป้องกันอำเภอเมืองประจวบ ทั้งสนธิกำลัง อส.-ทหาร และตชด.รวม 20 นาย เข้าล้อมเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านคลองายธง ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบฯ เพื่อจับกุมผู้ต้องสงสัย  ต่อมาได้พบผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติด ขณะขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาจึงเรียกตรวจค้น แต่กลับขี่รถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจหลบหนี  ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไล่ล่ากระทั่งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเสียหลักล้มลง จึงถูกจับกุมตัวได้ ผลจับกุมทราบชื่อ นายสุแดน จันต๊ะรังสี อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 911/15 ม.1 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ  ของกลางเป็นยาบ้าเม็ดสีส้มจำนวน 198 เม็ด อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม.ยี่ห้อCZ รุ่น 75 B 1 กระบอก พร้อมกระสุน 10 นัด รถ จยย. ฮอนด้าเวฟ 125 ไอ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้าย 1 คัน โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Lenovo 1 เครื่องนายสุแดน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างนำยาไปส่งให้ลูกค้าครั้งละ 202 เม็ด ได้ค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท ซึ่งได้ทำมาแล้ว 2 ครั้ง แล้วนำเงินที่ได้ไปส่งให้แฟนเรียนหนังสือจ่ายค่าผ่อนรถจักรยานยนต์และเลี้ยงดูครอบครัว  โดยขณะนี้ฝ่ายปกครองทราบตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติดรายนี้แล้วจะได้ขยายผลจับกุมต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ยิงหนุ่มดับคาบิ๊กไบก์ค้นตัวเจอยาบ้า-ไอซ์ ตร.คาดปมขัดแย้งส่วนตัว-ยาเสพติด

 เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ร.ต.อ.สุวิทย์ ภูดอนบาง สว.(สอบสวน) สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าบ้านเลขที่ 106/4-5 ม.4 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อนันต์ ชัยชาญ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.ท.กฤกษ์ชัย แสงสว่าง รอง.ผกก.สส. พ.ต.ท.อุทัย ขันทอง รอง.ผกก.ป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และมูลนิธิ ปอเต็กตึ้ง พร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุหน้าอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ด้านล่างเป็นร้านขายของชำ พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อ คาวาซากิ ER-6N สีดำ หมายเลขทะเบียน ฬสง 99 กทม. ล้มตะแคงอยู่ ติดกันพบศพนายเผด็จ หรือ แคป สว่างแก้ว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ม.4 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างรถ ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขี้ม้า สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบสีดำ และมีซองปืนสีดำเหน็บอยู่ที่เอวด้านหน้า แต่ไม่พบอาวุธปืน

ตรวจสอบตามร่างกายถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองขนาด 9 เบอร์ 12 เข้าที่ สีข้างด้านขวากระสุนทะลุหน้าท้อง 9 รู ที่ต้นแขนขวา 2 รูทะลุแขน ไปฝังในไต้แขนขวา และที่กลางหน้าอกอีก 1 รู ตรวจสอบรถพบรอยถูกกระสุน 14 แห่ง และห่างออกไป ประมาณ 30 เมตรที่ริมถนนพบปลอกกระสุน ปืนลูกซองขนาด 9 เบอร์ 12 สีแดง ตกอยู่ที่พื้นจำนวน 5 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นตามร่างกายผู้ตายพบยาบ้า จำนวน 7 เม็ด ยาไอซ์ บรรจุซองพาสติกใส 2 ซองประมาณ 2 กรัม เงินสด 700 บาท อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างขวา และโทรศัพท์ 1 เครื่องอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้ายซ้าย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายประกอบ นาดี อายุ 59 ปี พี่ชายเจ้าของร้าน เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนยืนอยู่หน้าร้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 5 นัด และมีรถของผู้ตายขี่เข้ามาล้มอยู่ข้างร้าน และตนโดนกระสุนปืนเฉี่ยวที่แขนขวาเจ็บเล็กน้อย จึงวิ่งหนีตายเข้าร้านและรอจนสักพักให้แน่ใจว่าปลอดภัย จึงออกจากร้านมาดูพบผู้ตายถูกยิงนอนอยู่ข้างรถ ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ มอบศพให้มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งสถาบันนิติเวช ส่วนสาเหตุการตายจะได้สอบสวนและตรวจกล้องวงจรปิดพื้นที่ใกล้เคียง ว่าเกิดจากปัญหายาเสพติดหรือปัญหาส่วนตัว เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวอุ่นใจ!! เห็นจยย.ขับตามยามดึก-แทบช็อกเพื่อนร่วมทาง ชักปืนจี้ซะงั้น

 เมื่อเวลา 00.10 วันที่ 27 มิ.ย. พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ สมใจ รองผกก.ปป.สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุจี้ชิงทรัพย์ เหตุเกิดบริเวณปากซอยชัยพรวิถี 25 ม.2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจเขต และเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุริมถนนชัยพรวิถี พบ 2 แม่บ้านสาว ทราบชื่อ คือ น.ส.จีระนัย เรืองรุ่ง อายุ 33 ปี และ น.ส.อัฒชฎาพร รักงาน อายุ 35 ปี อยู่ในอาการตกใจ และหวาดผวา ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกคนร้ายสองคน เป็นชายวัยรุ่นอายุประมาณ 18-20 ปี ใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้หยุดรถ ก่อนชิงเอากระเป๋าสะพายภายในมีเงินสดจำนวน 2,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุงจำนวน 1 เครื่อง แล้วซิ่งจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปตามถนนชัยพรวิถีมุ่งหน้าฟาร์มจระเข้ เจ้าหน้าที่จึงวิทยุสกัดจับตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีผ่านไป แต่ก็ยังไร้ร่องรอย

โดย น.ส.จีระนัย (เจ้าของทรัพย์สิน) เล่าอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองทั้งสองได้ขับขี่จักรยานยนต์ มุ่งหน้ากลับที่พัก ได้สังเกตว่ามีรถจักรยานยนต์ขับขี่ตามมา ตนเองไม่คิดว่าจะมีเหตุร้าย กลับคิดว่าอุ่นใจด้วยซ้ำที่มีเพื่อนร่วมทาง หากเกิดเหตุร้ายจะได้ขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที

แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเพื่อนร่วมทางขับขี่เข้ามาประกบ พร้อมชักปืนจ่อมาทางตนทั้งสองสั่งให้หยุดรถแล้วบังคับเอาทรัพย์สิน ด้วยความกลัวจึงรีบส่งให้ ก่อนหนึ่งในคนร้ายจะดึงกุญแจรถจักรยานยนต์ของตนติดมือไปด้วย ปล่อยทิ้งให้ตนทั้งสองอยู่ในความมืดข้างทาง หลังเกิดเหตุ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว เบื้องต้น พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ สมใจ รองผกก.ป.สภ.หนองปรือ ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้าย พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุและตามถนนทุกเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายอาจจะหลบหนีผ่านไป เชื่อว่าน่าจะได้เบาะแสนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.ค้นบ้านผัวไทยยิงโหด”สาวลาว”เมียเก่า เจอเครื่องกระสุนเพียบ จับตามอบตัวตามนัดเช้า 14 มิ.ย.หรือไม่

 จากกรณีคดีสะเทือนขวัญ นายบูญชู แก้วพิลา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 6 ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย ก่อเหตุยิงนางสยามพอน หรือสีอำพอน  ดวงบุบผา อายุ 44 ปี อดีตภรรยาชาวลาวจนเสียชีวิต และท้าวบุนยะเดด ดวงบุบผา อายุ 20 ปี น้องชาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่หน้าร้านจันทร์แพงการเกษตร ชุมชนไร่ยาสูบ ถนนมีชัย อ.เมืองหนองคาย เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 มิ.ย. โดยหลังก่อเหตุ นายบุญชูขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์คันที่ก่อเหตุไปไว้ที่บ้านพี่สาว ก่อนใช้รถเก๋งอีกคันที่เตรียมไว้หลบหนีไป ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว ความคืบหน้าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ภ.จว.หนองคาย, สภ.เมืองหนองคาย และ สภ.เวียงคุก โดยการนำของ พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย จัดกำลังออกติดตามตัวนายบุญชู ในเขตตำบลพระธาตุบังพวน ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่เช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือของนายบุญชูได้ โดยได้มีการกระจายกำลังออกตรวจสอบตามที่พักและรีสอร์ตต่างๆ ที่อยู่เขตตำบลพระธาตุบังพวน รวมไปถึงบ้านเพื่อนที่นายบุญชูมาหาเป็นประจำ แต่ก็ยังไม่พบตัวนายบุญชู ซึ่งพ.ต.อ.ไพศาลสั่งการให้ตั้งด่านตรวจตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่านายบุญชูจะใช้หลบหนี พร้อมจัดกำลังเข้าตรวจค้นบ้านของนายบุญชู พบปืนลูกซองยาว 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนลูกซอง 36 นัด, เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 48 นัด, กล่องใส่อาวุธปืนสั้น 1 กล่อง, ป้ายทะเบียนรถยนต์ของ สปป.ลาว, ป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ยังพบเอกสารเกี่ยวกับการฟ้องร้องระหว่างนายบุญชู กับอดีตภรรยาชาวลาว พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย กล่าวว่า เบื้องต้นในการติดตามผู้ต้องหานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานกับญาติของนายบุญชูให้ติดต่อผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ซึ่งผู้ต้องหาบอกว่าจะมามอบตัวในเช้าของวันที่ 14 มิ.ย. แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องการตามจับตัวให้ได้โดยเร็วที่สุด เบื้องต้นได้ทราบพิกัดที่อยู่ของผู้ต้องหาแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าจุดที่ต้องสงสัยไว้อยู่ นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ด่านต่างๆ ที่อยู่ในเขต จ.หนองคาย ให้ตั้งด่านตรวจตลอด 24 ชั่วโมง คาดว่าขณะนี้คนร้ายยังอยู่ในพื้นที่ มั่นใจว่าจะติดตามจับกุมตัวได้ในเร็วๆนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

ขี่จยย.ยิงถล่มพ่อค้าราดหน้าดับกลางตลาดโต้รุ่งอยุธยา ตร.คาดปมขัดแย้งส่วนตัว

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 7 มิ.ย. ร.ต.ท.สายัณห์ อินลวง รองสว.สอบสวน สภ.อุทัยจ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งทางโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ว่ามีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืน จากบริเวณตลาด แกรนด์ ม.1 ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา มาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูวดิ ชนะคชภัทร์ รองผบก. พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รอง ผบก. รอง ผบกรองผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภจว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.อนุสรณ์ วะยาคำ ผกก.สภ.อุทัย ที่เกิดเหตุพบกองเลือดไหลนองพื้น ส่วนผู้บาดเจ็บพบหัวกระสุนขนาด 9 มม. ตกอยู่จำนวน 2 หัว ใกล้กันพบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม. ตกกระจายเกลื่อนจำนวน 7 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บที่เสียชีวิตที่โรงพยาบาลทราบชื่อนายสุนทร รอดตัว อายุ 38 ปี เป็นเจ้าของร้านราดหน้า มีบาดแผล ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าที่ใต้รักแร้ซ้าย 1 นัด ข้อมือขวา 1 นัด ใต้ราวนมซ้าย 1 นัด และหลังทะลุด้านหน้า 1 นัด  สอบสวนนางเบญจวรรณ ลอยมา อายุ 41 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต ทราบว่าขณะที่ผู้ตายกำลังเดินข้ามถนนมาที่ร้านราดหน้า ในตลาดโต้รุ้ง คนร้ายเป็นชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์คนซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนยิงใสผู้ตายหลายนัดจนล้มลง จากนั้นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไป แล้ววกรถกลับมายิงซ้ำอีกหลายนัด ท่ามกลางความตกใจของประชาชนที่เดินอยู่ในตลาด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะเป็นมาจากความแค้นส่วนตัว หรือขัดผลประโยชน์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อยู่ระหว่างการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ และบุคคลใกล้ชิดกับผู้ตาย

ที่มา>>>ข่าวสด

ยิง 4 นัด ดับหนุ่มขายเสื้อผ้ามือ 2 ตลาดนัด อยุธยา

ไล่ยิงถล่ม 4 นัด ดับหนุ่มขายเสื้อผ้ามือ 2 จ.พระนครศรีอยุธยา เผยผู้ตายมีพฤติกรรมคล้ายเป็นสายให้ตำรวจ เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 8 พ.ค. ร.ต.ท.กัมพล อินทีวงศ์ ร้อยเวร สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสายบ้านคลองทราย ม.1 ต.คลองสระบัว อ.พระนครศรีอยุธยา จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ นาวัง ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา และมูลนิธิพุทไธสวรรย์ รุดไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณใต้ถุนบ้านไม้ ไม่มีเลขที่ ม.1 ต.คลองสระบัว อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พบศพ นายกิตติศักดิ์ กลิ่นฟุ้ง อายุ 26 ปี บ้านอยู่ 56/1 ม.8 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน นอนคว่ำหน้า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่สีข้างขวา 4 นัด และที่แขนทั้ง 2 ข้าง มีบาดแผลถูกมีดฟันจนเป็นแผลฉกรรจ์ ตามร่างกายมีรอยสักเต็มตัวจยย.คันที่ผู้เสียชีวิตขับมา แล้วถูกคู่อริตามมายิง 4 นัด จนถึงแก่ความตาย ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ค้นหาหลักฐานในกระเป๋าสะพายสีเทาของผู้ตาย พบกุญแจมือ 1 อัน บัตรเอทีเอ็ม และเอกสารต่างๆ ห่างออกไป 100 เมตร ที่ป่าหญ้าข้างทาง พบ จยย.ฮอนด้า เวฟ 110 สีดำ ทะเบียน 1กค 6620 พระนครศรีอยุธยา จอดล้มอยู่

จากการสอบถาม นายชูชีพ พูนลาภ อายุ 67 ปี เจ้าของบ้าน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นอนดูทีวีอยู่บนบ้าน ได้ยินเสียงอาวุธปืนดัง 4 นัด แต่ก็ไม่ได้ลงไปดูเนื่องจากกลัว จนกระทั่งมี จนท.กู้ภัย มาตะโกนเรียกว่า มีผู้เสียชีวิตอยู่ใต้ถุนบ้านของตน จึงได้ลงไปดูก็แทบตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตร.เข้าสอบปากคำพยาน บ้านหลังเกิดเหตุยิงกัน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า นายกิตติศักดิ์ มีอาชีพขายเสื้อผ้ามือ 2 อยู่ตลาดนัดย่านโรงงานสุราเดิม ต.ประตูชัย และมีพฤติกรรมคล้ายกับเป็นสายลับให้กับตำรวจ เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สันนิษฐานว่า คู่อริคงจะไล่ตามไปเพื่อทำร้ายแล้วรถล้ม ผู้ตายวิ่งหนีไปจนถูกยิง และถูกฟันจนเสียชีวิตดังกล่าว จนท.จะได้สืบสวนหาตัวคนร้ายเพื่อดำเนินคดี ต่อไป

ที่มา>>>Thairath

รวบยกแก๊ง ‘บอล บ้านถิ่น’ ขาใหญ่อุดรฯ ค้ายานรก

ตร.อุดรฯ จับยกแก๊ง “บอล บ้านถิ่น” พ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ใน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ร่วมกับพวกอีก 2 คน ลักลอบมั่วสุมเสพและจำหน่ายยาบ้า บริเวณป่าละเมาะ พร้อมของกลาง ยาบ้า 6 พันเม็ด ยาไอซ์ 18 กรัม อาวุธปืนเครื่องกระสุน สารภาพรับยามาจากเอเย่นต์ชาวลาว 

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ที่กองกำกับสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.พรพิชิต สุปัญญา รอง ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี แถลงข่าวจับนายปรัชญา หรือบอล สาเจริญ อายุ 22 ปี นายชาญวิทย์ สิมสีดา อายุ 20 ปี และนายกิตติศักดิ์ นิลดาศรี อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 6,040 เม็ด ยาไอซ์ 18 กรัม อาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 6 นัด ปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก รถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ เลนเซอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน กข 7357 หนองคาย รถจักรยานยนต์คาวาซากิ นินจา สีเขียวดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยกล่าวหา “ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” “บอล บ้านถิ่น” พ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ใน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี

พ.ต.อ.วิธ เปิดเผยว่า เช้าวันที่ 8 พฤษภาคม ร.ต.ท.โชคชัย กำไรทอง รอง สว.สส.ภ.จ.อุดรธานี สืบทราบว่ามีการลักลอบมั่วสุมเสพและจำหน่ายยาบ้า บริเวณป่าละเมาะหลังหมู่บ้านถิ่น ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จึงนำกำลังออกไปตรวจสอบ พบนายปรัชญา กำลังมั่วสุมเสพยาบ้ากับนายชาญวิทย์ และนายกิตติศักดิ์ ซึ่งทั้งหมดได้พยายามวิ่งหลบหนี แต่ตำรวจไล่ติดตามจับกุมมาได้ ตรวจค้นพบยาบ้า 6,000 เม็ด ยาไอซ์ 18 กรัม อาวุธปืน 2 กระบอก กระสุน 6 นัด อยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลของนายปรัชญา และพบยาบ้า 40 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงนายชาญวิทย์ ส่วนนายกิตติศักดิ์ ตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง

จากการสอบสวนนายปรัชญา ให้การรับสารภาพว่า ลักลอบเสพและขายยาบ้ามาประมาณ 1 ปีแล้ว เมื่อเดือนเมษายน ตนถูกตำรวจ สภ.กุดจับ จ.อุดรธานี จับกุมข้อหาจำหน่ายยาบ้า 40 เม็ด ตนประกันตัวออกมาว่าจ้างทนายสู้คดี โดยขณะติดคุก 9 วัน นายเทียนซึ่งเป็นนักโทษชายในเรือนจำกลางอุดรธานี ได้ให้เบอร์โทรศัพท์เอเย่นต์ยาบ้าผู้หญิงชื่อนาง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ชาวลาว เมื่อตนประกันตัวออกมาจึงได้โทรศัพท์หาเอเย่นต์ยาบ้าชาวลาว เพื่อติดต่อขอซื้อยาบ้านำมาขาย เพื่อหาเงินไปจ้างทนายสู้คดีตร.แถลงจับแก๊งขายยาบ้า

นายปรัชญา ให้การรับสารภาพอีกว่า ซึ่งตนไปรับยาบ้าที่ จ.หนองคาย 4 ครั้ง ครั้งละ 1,000-4,000 เม็ด และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 จำนวน 30 ถุง หรือ 6,000 เม็ด และเรียกให้นายชาญวิทย์และนายกิตติศักดิ์ ซึ่งเป็น “ม้าเร็ว” กระจายยาบ้า นำยาบ้า 40 เม็ด ไปส่งลูกค้า เพื่อนำเงินไปจ่ายทนาย จ่ายค่าจ้างเป็นยาบ้า 5 เม็ด ก่อนไปส่งยาบ้าตนได้ชวนกันเสพยาบ้าในป่าละเมาะก่อนไปส่ง จึงถูกตำรวจจับกุม ส่วนอาวุธปืนตนได้สั่งซื้อจากเอเย่นต์ยาบ้าชาวลาว กระบอกละ 8,000 บาท เพื่อนำมาพกป้องกันตัว ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ยิงถล่มรถ อดีต ปธ.สมาคมยูนาน พรุน! รอดปาฏิหาริย์

คนร้ายขับปิกอัพปาดหน้า จอดรถขวาง ก่อนยิงถล่มรถ อดีตประธานสมาคมยูนานอ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะขับออกจากบ้าน กระสุนทะลุกระจกหน้าออกกระจกหลัง เจ้าตัวรอดปาฏิหาริย์…

เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 10 เม.ย.59 พ.ต.ต.วีรพล สำราญใจ สว.สอบสวน สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน ที่หมู่บ้านเพชรยนต์ 2 หมู่ 2 ต.แม่สาย จ.เชียงราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วยชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งเชฟโรเลตสีดำ ทะเบียน กพ 3102 เชียงราย จอดอยู่ริมถนนหน้าปากซอยเข้าหมู่บ้าน มีนายนิกรณ์ มาสกุล อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 8 ต.แม่สาย อดีตประธานสมาคมยูนาน ยืนคอยเจ้าหน้าที่อยู่ข้างรถ ด้วยท่าทีตกใจจากการตรวจสอบพบที่กระจกหน้ารถ พบรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 5 นัด กระสุนปืนทะลุกระจกหลัง และที่หลังคารถ 2 นัด บริเวณที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุนตก แต่ห่างไปประมาณ 100 เมตร พบรอยกระสุนจำนวน 1 รอย ที่รั้วบ้านของชาวบ้าน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนิกรณ์ ให้การว่า ได้ขับรถยนต์ออกมาจากบ้านมาตามลำพังเพียงคนเดียว เมื่อพ้นปากซอยหมู่บ้าน ได้มีรถปิกอัพแบบแคปสีเทา ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับเข้าจอดขวางหน้า จากนั้นคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด เปิดฉากยิงรัวใส่หน้ารถ กระสุนเข้าที่กระจกด้านหน้าตรงคนขับ ทะลุกระจกหลัง 5 นัด และหลังคารถอีก 2 นัด ส่วนนายนิกรณ์ ได้ก้มหัวหลบทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ หลังยิงเสร็จคนร้ายได้ขับรถยนต์หลบหนีหายไป เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากนายนิกรณ์ระบุว่า ไม่เคยมีเรื่องโกรธแค้นกับใคร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้เรียกมาทำการสอบปากคำอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath