แหกโค้งสยอง!! รถตู้สะบัดฟาดเสาไฟฟ้า-พุ่งชนบ้านเละ ดับคาซาก3ศพ สาหัส 8 เผยโค้งอันตราย

เหตุสลดรถตู้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติวิ่งฝ่าสายฝนแหกโค้งพุ่งชนบ้านเรือนประชาชน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 8 ราย เสียชีวิตสลด 3 ราย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. ศูนย์นเรนทรจังหวัดพังงา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถตู้รับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียหลักแหกโค้งพุ่งชนเข้าไปอัดก๊อปปี้ติดอยู่ในบ้านเรือนประชาชน ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณโค้งบางเสียด หมูที่ 4 ต.บางเตย อ.เมือง จ.พังงา จึงได้ประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพังงา จ.พังงา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย กู้ภัยมัสยิดบ้านนา กู้ภัยโพธิธรรมประภาส กู้ชีพกู้ภัยพังงา พร้อมประสานอุปกรณ์ตัดถ่างจากหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยว201612211132045-20041103161727201612211132047-20041103161727201612211132048-20041103161727ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้งอันตรายที่มีป้ายและลูกระนาดเตือนอันตรายที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พบรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน สีขาว ตัวอักษรสีน้ำเงิน ฮม 3066 กรุงเทพมหานคร มีอักษรติดรอบตัวรถว่า เค.บี.วี. วีซารัน ชนติดอยู่กับบ้านเลขที่ 21 ม.4 ต.บางเตย อ.เมือง จ.พังงา มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบาดเจ็บสาหัส 6 คน นอนเรียงรายอยู่ด้านนอกรถ เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลพังงา และเสียชีวิตติดอยู่ในตัวรถ จำนวน 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาก ก่อนจะนำไปส่งโรงพยาบาลพังงา ส่วนคนขับและภรรยา บาดเจ็บที่บริเวณศีรษระแต่สามารถเดินได้ จึงได้พาไปทำแผลที่โรงพยาบาลพังงาต่อไป201612211132044-20041103161727จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า นายประวิทย์ ระวีรัตน์ อายุ 33 ปี บ้านเดิมอำเภอเมือง จ.กาฬสินธุ์ ได้ขับรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง โดยมีภรรยานั่งมาด้วยอยู่ด้านข้างคนขับ รับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากจังหวัดภูเก็ต จำนวน 9 คน เพื่อไปส่งจังหวัดสตูล ท่ามกลางสายฝน เพื่อไปต่อวีซ่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งอันตราย ฝนตกโปรยปราย ประกอบกับถนนลื่นทำให้รถตู้เสียหลัก สะบัดไปมาพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง ก่อนจะพุ่งเข้าชนบ้านเรือนชาวบ้านเสียงดังสนั่น จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตคาซากรถทันที 3 ศพ และได้รับบาดเจ็บสาหัสและเล็กน้อย 8 ราย201612211129281-20041103161727201612211129292-20041103161727ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในขณะเดียวกัน บนถนนสายทับปุด-เมืองพังงา เส้นทางดังกล่าว มีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้ารุ่นซิตี้ หมายเลขทะเบียน กม.64 สุราษฎร์ธานี ฝ่าสายฝน ข้ามเกาะพุ่งชนรถยนต์เก๋งบีเอ็มดับบลิว หมายเลขทะเบียน ชข 567กรุงเทพมหานคร จนทำให้เกิดโศกนาฎกรรม ยกครอบครัว 3 ศพ มาแล้ว201612211129294-20041103161727201612211132042-20041103161727201612211132043-20041103161727

ที่มา>>>ข่าวสด

ไฟคลอกสยอง!! หนุ่มดับคากองเพลิง กระบะลื่นเสยยับเสาไฟฟ้า หามอีก2อาการหนักส่งรพ.

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 7 ต.ค. ร.ต.อ.พงศ์พันธ์ ประจันศรี พนักงานสอบสวน สภ.เขาย้อย รับแจ้งเหตุรถชนกันบริเวณหน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ ถนนเพชรเกษม หมู่ 4 ต.สระพัง ฝั่งขาล่องใต้ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ในที่เกิดเหตุมีเพลิงลุกไหม้ และมีผู้บาดเจ็บติดภายใน จึงเร่งขอกำลังรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลเขาย้อยและอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างจากทีมกู้ภัยสว่างสรรเพชญธรรมสถานเพชรบุรี จุดเขาย้อยร่วมสนับสนุนที่เกิดเหตุพร้อมรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บนถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ออลนิว สีบรอนซ์เงิน ตอนเดียว มีแผงเหล็กติดด้านข้าง หมายเลขทะเบียน ผค 955 นครปฐม อยู่ในสภาพชนเสาไฟฟ้าริมทาง บริเวณช่วงหน้ารถจนถึงกลางกระบะ ถูกเพลิงลุกไหม้เสียหาย และพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ซึ่งเป็นคนขับถูกเพลิงลุกไหม้จนดำเป็นตอตะโกติดอยู่ภายในซากรถ ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย อาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาย้อยไปก่อนหน้านี้201610070619013-20041019182336จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบหลักฐานในตัวของผู้เสียชีวิต ที่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร เนื่องจากถูกเพลิงลุกไหม้ทั้งหมด ส่วนผู้บาดเจ็บอีกสองรายมีอาการสาหัสยังไม่สามารถให้การใดๆ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใครเช่นกัน ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากฝนตกถนนลื่นทำให้รถเสียหลักชนกับเสาไฟฟ้าอย่างเต็มแรง จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

 ที่มา>>>ข่าวสด

พัทยาโชว์บ้างสายไฟพันยุ่ง หลัง “บิลล์ เกตส์” โพสต์ภาพเมืองไทย

จากกรณีที่ บิลล์ เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ ได้โพสต์ภาพสายไฟระโยงระยางในประเทศไทย และระบุถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของไฟฟ้าในประเทศต่างๆ จนเป็นที่ฮือฮานั้นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบลักษณะสายไฟฟ้าในเขตเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยพบว่าบริเวณแยกสุขุมวิท พัทยากลาง เสาไฟฟ้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวมีสายไฟฟ้าระโยงระยางเป็นจำนวนมาก เสาไฟฟ้าบางต้นมีลักษณะเอนเอียงเนื่องจากการรับน้ำหนักของสายไฟข่าวรายงานด้วยว่า ที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ประกอบการที่มีการพาดสายไฟตามเสาไฟฟ้าต่างๆ มารับทราบและช่วยกันหาแนวทางแก้ไขแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันหาทางออกกับหลายภาคส่วนซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่หลังจากเจ้าพ่อไมโครซอฟท์ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงเป็นประเด็นขึ้นเพราะได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง ชาวพัทยาจึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับกระแสดังกล่าวด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝนถล่มตะกั่วป่าไม่หยุด ต้นสนโค่นทับเสาไฟ ไร้แสงสว่าง น้ำท่วม 30 ซม.

อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พายุฝนกระหน่ำ พัดต้นสนนับ 10 ริมชายหาดแหลมปะการัง ล้มทับเสาไฟฟ้าจนสายไฟขาด ไฟดับวงกว้าง จนท.การไฟฟ้ารุดซ่อมกลางฝน ขณะน้ำในคลองบางม่วง เอ่อท่วมบ้านกว่า 20 หลัง ด้าน นอภ.สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 25 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา มีฝนตกอย่างหนัก โดยที่ชายหาดแหลมปะการัง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า นายมานิต เพียรทอง นายอำเภอตะกั่วป่า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอตะกั่วป่า เจ้าหน้าที่ อส. เข้าตัดต้นสนกว่า 10 ต้น ที่ล้มทับเสาไฟฟ้าจนสายไฟขาด ส่งผลไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะโรงแรม รีสอร์ต กว่า 5 แห่ง ที่ไม่มีเครื่องปั่นไฟ ต้องตกอยู่ในความมืดนานกว่า 5 ชั่วโมง ทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้าพักไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอตะกั่วป่า ต้องระดมช่างเร่งซ่อมแซมท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติก่อนจะถึงช่วงเช้าจนท.กู้ภัย เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน หลังฝนถล่มที่ตะกั่วป่า พังงา น้ำถ่วมผิวจราจร

ส่วนที่ ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า น้ำคลองบางม่วง มีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีสีขุ่น ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาดอกแดง ไหลลงคลองบางม่วง ระบายลงสู่ทะเล เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมคลองบางม่วง ม.4 ซ.ธารทองใต้ ต.บางม่วง บ้านเรือนกว่า 20 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องขนทรัพย์สินมีค่าไว้ที่ปลอดภัย ขณะที่ อบต.บางม่วง จัดเตรียมเรือท้องแบนเพื่อเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากท้องฟ้ายังมืดครึ้ม อาจจะทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันได้

นายอำเภอตะกั่วป่า เปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ อบต.บางม่วง ได้นำเรือท้องแบบเข้าไปให้ชาวบ้านใช้สัญจร พร้อมช่วยเคลื่อนย้ายสิ่งของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว คาดว่าถ้าฝนหยุดตกและน้ำทะเลไม่หนุนสูง สถานการณ์น้ำท่วมก็จะเข้าสู่สภาวะปกติต้นสน นับ10 ต้น หักเพราะฤทธิ์พายุฝน ทับสายไฟฟ้าขาด ทำไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

ทางด้าน นายพรเทพ เพชรมีศรี ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอตะกั่วป่า กล่าวว่า หลังฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับเสาไฟฟ้าและสายไฟ จนได้รับความเสียหายใน 3 อำเภอ คือ อ.ตะกั่วป่า อ.กะปง และ อ.คุระบุรี กว่า 10 หมู่บ้าน ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ที่หนักสุดคือพื้นที่ชายหาดแหลมปะการัง ต้นสนนับ 10 ต้น ล้มทับเสาไฟฟ้าเสียหาย เจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซมเร่งด่วนแล้ว แต่ก็เป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากฝนตก พร้อมฝากขออภัยพี่น้องประชาชนที่ต้องการใช้ไฟด้วย.

ที่มา>>>Thairath

พายุถล่มยับ! อ.สารภี อ่วม ต้นยางยักษ์หักระเนระนาด ทำคนติดในบ้าน

พายุฝนพัดถล่มเชียงใหม่ ทำต้นยางยักษ์ริมถนน อ.สารภี หักขวางถนนเกลื่อน บางส่วนทับบ้าน ปชช. ทำติดค้างภายใน จนท.รุดช่วยปลอดภัย ส่วนเสาไฟฟ้าโค่นทำดับทั้งอำเภอ ขณะ อ.หางดง ฟ้าผ่าบ้านไฟไหม้ โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 17 พ.ค. 59 เกิดพายุฝนและฟ้าผ่าอย่างรุนแรงในพื้นที่ อ.สารภี และ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ นานร่วม 30 นาที ทำให้ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ช่วง ต.ต้นผึ้ง และ ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี ซึ่งมีต้นยางอายุกว่า 200 ปี ขนาด 3-5 คนโอบ เรียงรายอยู่กว่า 500 ต้น ถูกพายุพัดถล่มอย่างรุนแรงในช่วงบ้านต้นผึ้ง ทำให้ต้นยางขนาดใหญ่ 2 ต้น โค่นล้มลงทับบ้านและร้านค้า มีชาวบ้านติดอยู่ภายในหลายคน เจ้าหน้าที่กู้ภัยพิงค์นคร กู้ภัยทางหลวง และกู้ภัยรวมใจ กู้ภัยสารภี ต้องระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือทั้งนี้ในช่วงพายุฝนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะกิ่งต้นยางหักปลิวว่อน และต้นไม้น้อยใหญ่ล้มลงขวางถนน ต้องรอให้เบาบางลงจึงเข้าเคลียร์พื้นที่ได้ อีกทั้งนำกิ่งต้นยางหลายร้อยกิ่งออกจากถนน และยังมีต้นยางขนาดใหญ่ล้มขวางถนน เสาไฟฟ้าหักจำนวนมาก ทำให้ไฟฟ้าดับสนิททั้งอำเภอยากแก่การเข้าสำรวจช่วยเหลือ จนฝนหยุดจึงเข้าช่วยคนที่ติดอยู่ภายในบ้านได้ ซึ่งชาวบ้านจำนวนมากออกมายืนนอกบ้านเพราะกลัวพายุจะถล่มซ้ำ ทำให้เส้นทางสายเชียงใหม่-ลำพูน เกิดความโกลาหล ส่วนความเสียหายยังไม่สามารถสำรวจได้ ต้องรอให้สว่างก่อน เบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ทรัพย์สิน บ้านเรือน และยานพาหนะ ถูกต้นไม้หักทับเสียหายจำนวนมากสำหรับพื้นที่ใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ที่อยู่ใกล้กันนั้น มีฟ้าผ่าลงมาหลายครั้ง และเกิดไฟลุกไหม้บ้านในหมู่บ้านถวาย ต.ขุนคง อ.หางดง ทางเจ้าหน้าเทศบาลเมืองหางดง ต้องระดมรถเข้าไปช่วยดับไฟ สำหรับความเสียหายยังไม่สามารถสำรวจได้ เนื่องจากบริเวณที่ถูกพายุพัดไฟฟ้าดับหมด และต้นไม้น้อยใหญ่ก็ล้มระเนระนาดไม่ต่างกัน.

ที่มา>>>Thairath

พายุฤดูร้อน-ลูกเห็บถล่มอุดรฯ บ้านพังกว่า 200 หลัง-ลพบุรี อ่วม

หลายจังหวัดยังอ่วม โดนพายุฤดูร้อน-ลูกเห็บซัดถล่มโดยเฉพาะที่ อุดรฯ 4 อำเภอ บ้านเรือนเสียหายเกือบ 200 ครัวเรือน เช่นเดียว กับพื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี บ้านพังไปหลายหลัง เสาไฟหัก ต้นไม้โค่นทับรถยนต์ ในบ้านพักตร….

วันที่ 28 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายจังหวัดได้เกิดพายุลูกเห็บพัดถล่ม โดยเริ่มในหลายอำเภอในพื้นที่ จ.อุดรธานี ถูกพายุพัด ต.บ้านเชียง บ้านเรือนเสียหาย 22 หลังคาเรือน ต.ดอนหายโศก บ้านเรือนเสียหาย 40 ครัวเรือน และในเวลาเดียวกันพายุยังพัดบ้านเรือนประชาชนในเขต อ.ทุ่งฝน หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งฝน อ.ทุ่งฝน บ้านเรือนเสียหาย 60 ครัวเรือน และ อ.บ้านดุง บ้านอ้อมกอ หมู่ที่ 5 บ้านเรือนประชาชนถูกพายุพัด 30 ครัวเรือน และอีกอำเภอที่ถูกพิษพายุลูกเห็บพัดถล่มคือ อ.พิบูลย์รักษ์ หมู่ที่ 5 บ้านดอนกลอย บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 20 ครัวเรือนนายสรวุฒิ ปาลวัฒน์ ป้องกันสาธารณภัย จ.อุดรธานี กล่าวว่า ปีนี้นับว่าประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีหลายอำเภอประสบวาตภัยขึ้นบ่อยครั้ง และทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายไปแล้วจำนวน 2,800 ครัวเรือน มากกว่าปีที่ผ่านมา การช่วยเหลือในเบื้องต้นให้ ทาง อบต.เข้าไปช่วยเหลือใข้งบประมาณที่ตั้งไว้จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์มาซ่อมแซมบ้านที่เสียหาย หากไม่เพียงพอขอให้รายงานขอความช่วยเหลือจากทางจังหวัด

ขณะที่ ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ได้เกิดเหตุฝนฟ้ากระหน่ำลมกระโชกแรงจนเป็นเหตุทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลัง เสาไฟฟ้าล้ม ต้นไม้หักโค่นทับบ้าน และรถยนต์ได้รับความเสียหายหลายแห่ง โดยช่วงบ่ายดังกล่าวในเขตเทศบาล ต.ลำนารายณ์ ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักมาก และมีลมพัดกระโชกอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุทำให้บ้านเรือนและร้านค้าหลายสิบหลังถูกลมพัดหลังคาปลิวว่อนได้รับความเสียหาย ที่บริเวณบ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.ชัยบาดาล ต้นไม้หักโค่นล้มทับรถยนต์ได้รับความเสียหาย 2 คัน นอกจากนั้นเสาไฟฟ้าช่วงบริเวณบ้านคลองขว้า-สนามบินบัวชุม ล้มจำนวน 11 ต้นในเบื้องต้น นางธัญญมน ศรีผ่าน นายกเทศบาล ต.ลำนารายณ์ ได้เร่งให้พนักงานออกไปให้ความช่วยเหลือในการตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเรือนราษฎร ถนนหลายสายเพื่อให้ใช้การได้ตามปกติ ซึ่งทางอำเภอชัยบาดาลจะได้เร่งออกสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือต่อไป

ที่มา>>>Thairath

เก๋งทหารค่ายเขตอุดมศักดิ์ ชุมพร พุ่งปีนฟุตปาทอัดเสาไฟฟ้า เจ็บ 3

3 นายทหารค่ายเขตอุดมศักดิ์ ขับเก๋งกลับจากตัวเมืองกลางดึก พุ่งขึ้นฟุตปาทก่อนชนเสาไฟฟ้าอย่างแรง สภาพรถพังยับ ขณะทั้ง 3 นายสาหัส จนท.เร่งนำส่ง รพ. ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

เมื่อเวลา 02.15 น. วันที่ 25 เม.ย. 59 ร.ต.ท.ดนัย จันทร์กลั่น รอง สว.สส.สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บสาหัสติดภายในรถยนต์บริเวณถนนเมืองชุมพร หมู่ 7 ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยมูลนิธิชุมพรกู้ภัยสายชล หน่วยกู้ชีพ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่เกิดเหตุริมถนนช่องทางขาออกจากตัวเมือง พบรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน กฉ 764 ชุมพร สภาพรถด้านคนขับอัดติดอยู่กับเสาไฟฟ้าแรงสูงบนฟุตปาท หน้ารถยุบถึงตัวเครื่อง กันชนหน้าหลุดกระเด็นตกห่างจากตัวรถประมาณ 4 เมตร หม้อแบตเตอรี่กระเด็นตกอยู่ข้างกำแพง ภายในรถถุงลมนิรภัยหน้าที่นั่งคนขับกับคนนั่งข้างทำงานทั้ง 2 ลูก มีผู้บาดเจ็บถูกอัดก๊อบปี้ติดอยู่ ภายใน 3 คน กู้ภัยช่วยกันนำร่างออกมาได้ 2 นาย ทราบชื่อ ร.อ.สกล แก้วซัง อายุ 32 ปี ร.ท.ยุวณัฐ วฤทธิกุล อายุ 27 ปี โดยนั่งอยู่เบาะข้างคนขับกับเบาะหลัง บาดเจ็บสาหัส มีแผลฉกรรจ์ตามร่างกายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่รีบนำส่ง รพ.ทหาร ค่ายเขตอุดมศักดิ์ ติดภายในบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งช่วย

ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายเป็นคนขับทราบชื่อ ร.ต.ธนพัฒน์ นกแพทย์ อายุ 24 ปี บาดเจ็บสาหัส ขาทั้ง 2 ข้าง ถูกคอนโทรลรถอัดติดอยู่กับเบาะ หน่วยกู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำร่างออกมาได้แล้วรีบนำส่ง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ อย่างเร่งด่วน และแพทย์ให้การช่วยเหลือจนทหารทั้ง 3 นาย มีอาการปลอดภัยแล้วเก๋ง พุ่งชนเสาไฟฟ้ากลางดคึก เจ็บ 3 ราย

จากการสอบสวนทราบว่า นายทหารทั้ง 3 นาย มีภูมิลำเนาตามบัตรประจำตัว และรับราชการเป็นนายทหารสังกัดค่ายเขตอุดมศักดิ์ มทบ.44 ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพร อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร โดยช่วงค่ำทั้งหมดออกไปกินสังสรรค์กับเพื่อนๆ ในตัวเมืองชุมพร กระทั่งตกดึกเดินทางกลับ ขณะขับมาด้วยความเร็วถึงที่เกิดเหตุถนนเป็นทางตรง 2 ข้างทางเป็นย่านธุรกิจมีไฟส่องสว่าง รถยนต์เสียหลักพุ่งชนขอบฟุตปาทริมถนนหน้าร้านขายไม้ก่อนหมุนไปกระแทกกับเสาไฟฟ้าแรงสูง จนเป็นเหตุให้นายทหารทั้ง 3 นาย ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.สภาพรถเก๋งยับเยิน ยังโชคดี ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่ชุมพร

ที่มา>>>Thairath

สิบล้อแหกโค้ง 100 ศพ สังขละบุรี เจ็บ 3 ราย คาดไม่ชินทาง

รถบรรทุกสิบล้อ แหกโค้งเนินยาว หรือโค้งที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า โค้ง 100 ศพอ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เสาไฟฟ้าหัก 1 ต้น คาดคนขับไม่ชินทาง …

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 10 เม.ย. 59 พ.ต.ท.บุรี ภุมรินทร์ ร้อยเวร สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งว่ามีรถบรรทุกสิบล้อแหกโค้งเนินยาว หรือโค้งที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า โค้ง 100 ศพ มีผู้บาดเจ็บหลายราย หลักกิโลเมตรที่ 65-66 ถนน ทองผาภูมิ-สังขละบุรี พื้นที่หมู่ 1 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-1604 กำแพงเพชร จอดอยู่ข้างทางสภาพพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า ข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนรอคันรถ มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ชาย 1 หญิง 2 รายร้องขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังพบเสาไฟฟ้าหัก 1 ต้น ทำให้ไฟฟ้าทั้งอำเภอสังขละบุรี ดับประมาณ 1 ชั่วโมง ปิดการจราจรชั่วคราว รถติดประมาณ 4 กิโลเมตร

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวมี นายวิษณุ จัมมา อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 116 หมู่ 2 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นผู้ขับ และได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลหน้าอก แผลขาขวา โดยมีนางสาวเปรมฤมาศ ดอกสวน อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 116 หมู่ 2 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง บาดเจ็บที่สะโพก แผลแขนด้านซ้าย และ นางประนอม แจ่มใส อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.เกาะสำโรง อ.เมืองกาญจนบุรี นั่งรถคันดังกล่าวมาด้วยจากการสอบสวน ทราบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าว ขับมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นทางลงเขาโค้งลาดชัน และมีระยะทางทอดยาวกว่า 3 กิโลเมตร เปลี่ยนเกียร์รถไม่ทัน และได้เหยียบเบรกมาตลอดทางจนเบรกไหม้ ไม่สามารถบังคับรถไว้ได้ ตกลงเขาวิ่งชนแท่นแบริเออร์ปูนขอบทางและชนเสาไฟฟ้าข้างทางจนรถเสียหลักหลุดลงข้างทางพลิกคว่ำ ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากคนขับไม่ชินกับเส้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายดำเนินคดีต่อไป.

(ภาพจาก:สมชายการค้าสังขละบุรี)

ที่มา>>>Thairath